การพัฒนาพื้นที่ ต้องทำควบคู่กับการพัฒนาเยาวชนเพื่อปลูกฝังเยาวชนให้รักท้องถิ่น

 

                                       

 

                                          20090410150216_115

          หนังสือถอดบทเรียนจากเวทีตลาดนัดความรู้ของเยาวชนในชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ ซึ่งมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สรส. จัดขึ้น ครั้งที่ ๑ เมื่อ วันที่ ๖-๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่โรงแรมลิกอร์ จ. นครศรีธรรมราช ได้บันทึกผลสำเร็จระดับหนึ่งของการพัฒนาทักษะชีวิตเยาวชนของท้องถิ่นในประเด็นหลักๆ คือ 

          - ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกันของ เด็ก เยาวชน ครอบครัว ชุมชน กลไก และหน่วยบ่มเพาะเด็กและเยาวชน


          - ใช้เป็นบทเรียน องค์ความรู้ในการพัฒนาเด็ก และเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น ให้สามารถอยู่ในชุมชนได้อย่างมีคุณค่า (ทักษะชีวิต) มีศักดิ์ศรี

           - นำเสนอวิธีวิธีการประยุกต์ใช้การจัดการความรู้ของเด็กและเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น ท่ามกลางความหลากหลายของบริบทและเครือข่ายปฏิบัติการ

           - นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งเป็นนวัตกรรมสังคม ในการบ่มเพาะเด็กและเยาวชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ภายใต้การดำเนินงานของโครงการและพื้นที่เครือข่ายอื่นๆ

         รูปแบบของเวทีจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ ได้แบ่งกลุ่มเป็นห้องย่อยๆ  ๔ ห้อง ซึ่งมีความหลายหลากที่น่าสนใจมาก พี่ใหญ่จึงขอนำมาถ่ายทอด เป็นตอนๆ คือ

           ๑. ชุมชนกับการบ่มเพาะเด็กและเยาวชน : " ไสต้นทง เส้นทางสร้างสุขของเด็กและชุมชน "  เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เด่นของชุมชนไสต้นทงในการบ่มเพาะเด็กและเยาวชน บนเส้นทางการเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างคนหลายวัยในชุมชน ใช้ปฏิทินชุมชน ซึ่งมีงานและเทศกาลต่างๆ เป็นเครื่องมือสร้างสัมพันธภาพภายในครัวเรือน หย่อมบ้าน และสานต่ออุดมการณ์สร้างสรรค์สังคมสู่เด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน

         อ.สมพงศ์ สงวนพงศ์ ประธานชุมชน ได้เล่าย้อนความหลังว่า ในช่วงปี ๒๕๑๕-๒๕๑๖ เป็นช่วงที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน เด็กนักเรียนไม่ชอบผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชูทิศนครศรีธรรมราช มีการประท้วงขับไล่ รวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย เนื่องจากเกิดปัญหาระหว่างครูกับนักเรียนที่ไม่มีความรักใคร่นับถือกัน กล่าวคือ ครูไม่สนใจเด็ก เด็กมองครูเป็นศัตรู

       ทางออกในขณะนั้น คือ โรงเรียนได้พิจารณาที่จะจัดตั้งกรรมการนักเรียนอย่างไม่เป็นทางการ โดยคัดเลือกนักเรียนและจัดตั้งทีมงาน โดยเริ่มให้ทำกิจกรรมแบบคิดเองทำเองทั้งหมด เช่น กิจกรรมงานปีใหม่ กิจกรรมตามหลักสูตรและนอกหลักสูตรต่างๆ นักเรียนทำแล้วมีความสุข มีความภาคภูมิใจ ไม่มีการชี้นิ้วจากครู ทำให้เห็นศักยภาพของเด็กที่แท้จริง สามารถหาผู้นำกิจกรรมที่มีความเด่นในหลายๆด้าน 

    ต่อมาเมื่อนักเรียนผู้นำ สำเร็จการศึกษาออกไปเรียนต่อที่สถาบันการศึกษาที่สูงขึ้นไป สามารถต่อ ยอดได้รับคัดเลือกในตำแหน่งเด่นๆของสถานศึกษาเหล่านั้น โรงเรียนจะเชิญศิษย์เก่าเหล่านี้ มาเล่าประสบการณ์พร้อมประกาศยกย่องและติดป้ายประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนรุ่นน้องเห็นความสำคัญของการร่วมทำกิจกรรม จึงเป็นแนวทางหนึ่งของการ " บ่มเพาะภาวะผู้นำ " ได้เป็นอย่างดี..

     วิธีเสริมความสำเร็จอีกประการหนึ่ง คือ การหาแรงบันดาลใจจากตัวอย่างชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะเด็ก เช่น ชุมชนลำสินธ์ ของอำเภอศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ซึ่งมีปัญหาแต่เดิมที่เป็นพื้นที่สีแดง (พื้นที่คอมมิวนิสต์)ในเขตภูเขาที่เจ้าหน้าที่รัฐคอยดูแล มีปัญหาขัดแย้งรุนแรงระหว่างชาวบ้าน และพวกคอมมิวนิสต์ มีความหวาดระแวงว่า ชาวบ้านเป็นสายให้ตำรวจ ในขณะที่ตำรวจ กลับกล่าวหาว่า ชาวบ้านเป็นสายให้คอมมิวนิสต์ สิ่งที่สูญเสียคือ ชาวบ้านถูกฆ่าตายไม่เว้นแต่ละวัน (ที่เรียกว่า " ถังแดง ") ผู้ที่ยังเหลืออยู่ เช่น กลุ่มเยาวชน จึงรวมตัวกันวางแผนเพื่อสร้างความอยู่รอดแก่ตนเองและชุมชน

        กระบวนการพัฒนาของเยาวชนแห่งลำสินธ์จึงเริ่มต้นตั้งแต่นั้นมา เกิดเป็นการสร้างจุดยืนของกลุ่มที่เข้มแข็ง มีความรัก ความสามัคคี ร่วมกันพัฒนาในทุกๆด้าน ทั้ง สาธารณสุข การศึกษา และอาชีพที่สอดคล้องกับสภาพในชุมชน ทั้งนี้ หลังจากการบ่มเพาะผ่านมา ๒๕ ปี ท่ามกลางความยากลำบากมากมายแสนสาหัสร่วมกัน ในที่สุด เยาวชนในชุมชนแห่งลำสินธ์ ได้ประสบความสำเร็จและเป็นชุมชนเข้มแข็งที่สามารถเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นได้เป็นอย่างดี

                                            20090410184117_169

        น้องจูน แกนนำกลุ่มเยาวชนที่ไสต้นทง เล่าให้ฟังว่า ...

            " ในช่วงแรกของการทำกิจกรรม จะมีผู้ใหญ่เข้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับเรา แต่ในช่วงหลังๆเราจะทำงานกันเองมากขึ้น ทั้งที่เป็นกิจกรรมในชุมชน และนอกชุมชน ที่ให้ประสบการณ์ทั้งด้านความเหมือน และ ความแตกต่างกัน ซึ่งย่อมมีปัญหาอยู่บ้าง ที่พวกเราพยายามหาทางแก้ไขด้วยตนเอง ทำให้ได้ทักษะในการทำงาน...มีความกล้ามากขึ้น สามารถโน้มน้าวเพื่อนๆที่เคยเป็นเด็กเกเร ให้มาร่วมงานได้มากขึ้น เกิดเป็นการทำงานในรูปเครือข่ายอีกด้วย.."

      บทเรียนของชุมชนไสต้นทงกับการพัฒนาเยาวชนบนฐานพื้นที่ :

          -- การพัฒนาในพื้นที่ ชุมชนควรที่จะมีงานเยาวชนอยู่ด้วย เพราะสามารถสร้างบรรยากาศของความเป็นชุมชนที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือสามารถพัฒนาเยาวชนให้กลายเป็นที่ไว้วางใจของพ่อแม่ 

          --  การพัฒนาเยาวชนควรที่จะพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพราะจำทำให้เด็กเรียนรู้ความเป็นท้องถิ่นของตนเอง และซึมซับวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างเยาวชนกับครอบครัวและชุมชนให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น แม้วันหนึ่งข้างหน้า เยาวชนอาจมีเหตุจำเป็นต้องจากท้องถิ่นไป แต่สิ่งที่ปลูกฝังอยู่ในจิตสำนึกของเขานี้ ย่อมจะกระตุ้นเตือนให้เขาได้กลับมาพัฒนาท้องถิ่น ดังเช่นความฝันของน้องจูน ที่กล่าวว่า..

    " มีความฝันที่ จะกลับมาเป็นครูสอนหนังสือในชนบทแห่งนี้ของหนู" 

 

                      ---------------------------------------------