ในเมื่อทุนทางปัญญาและทุนทางสังคมมีน้อยกว่าเขา เราจึงต้องอดทนค่อคำดูถูกดูแคลนให้มากๆ

           ความคิดถึงช่างมีอิทธิพลต่อใจเรามากเพียงใด ถ้าถามแป๋มขณะนี้คงยังได้คำตอบที่ไม่ชัดเจนนัก  ด้วยเพราะมีงานเข้าค่ะ มีอไม้ หูและปากไม่ค่อยว่างเลยค่ะ  อืม..ชักออกนอกเรื่องแล้ว  เราต้องให้ความสำคัญกับพระเอกของบันทึกนี้สิ  มาค่ะเข้าเรื่องกัน เขาล่ะ "นายองอาจ  สิงไทสง" หรือ "ต่อ" แฝดผู้น้องของนายต้น ปรัชญา  สิงไทสง นั่นเองค่ะ  
       

           

          ที่มาที่ไปที่ต้องกล่าวถึงต่อ เพราะวันนี้เป็นวันดีเดย์  ที่ต่อได้กลับมาบ้านและมาหาครูแป๋มด้วย  ตอนแรกคิดว่าจะไม่มา เพราะอะไรทราบไหมคะ ...อืม...หลายท่านคงระแวงและรู้สึกไม่มั่นใจในการเดินทางวันนั้น เพราะมีเสียง..แจ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...มาทักก่อนออกจากบ้าน  อ้าว!! ก็เสียงจิ้งจกทักไงคะ แต่คนอย่างต่อน่ะเหรอ เชอะ!! เขาไม่กลัวหรอกค่ะแค่นี้เอง  เพียงแต่เขากังวลกับเสียงของ "อึ่ง" ที่มาทักค่ะ  บวกภาพข่าวการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ด้วย สร้างความกังวลใจจนสับสนในใจว่าจะกลับโคราชดีไหมนะ กลัวก็กลัวภาพข่าวไม่เท่าไรค่ะ เสียงของอึ่งที่ดังก้องกังวานในสมองของเขานี่สิคะทรงอานุภาพเหลือเกิน  แต่ที่ตัดสินใจกลับเกิดจากการเด็ดดอกกุหลาบเสี่ยงทาย...มา...ไม่มา...นับสิบรอบ...จนได้คำตอบสุดท้ายว่า "มา"    
          
          ณ วันนี้ ครูแป๋มจึงได้เห็นหน้า
เขา "นายต่อ ยอดนักมวย" ขวัญใจมหาชน (คิดไปเอง..)  แรกเห็นเขาทำเอาครูแป๋ม..อึ้ง..ทึ่ง..โครม..อ้าว!!  จักรยานเด็กมาล้มหน้าบ้านอีก.... โตะ..จาย...โหมะ....เลย...ง่ะ...... 
ต่อดูผอมลง และคางแหลมขึ้นจนเห็นได้ชัด ดู..หล่อขึ้น..(รึเปล่า..ไม่แน่ใจ) แต่ที่แน่ๆต่อยังมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสดใสในแบบฉบับของเขาที่ครูแป๋มเห็นชินตา  กับความมีน้ำใจที่เคยมีต่อบุคคลรอบข้างรวมทั้งครูที่เขาเคารพรัก  ที่ทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าน้ำใจอันประเสริฐของต่อในการใส่ใจคนรอบข้างไม่มีวันเสื่อมคลาย  การที่ต่อต้องจากบ้านไปฝึกซ้อมมวย นับเป็นอุบายในการเลี้ยงดูบุตรของผู้เป็นพ่อแม่ของทั้งคู่  ด้วยหวังใจให้เขาทั้งคู่  ได้เติบใหญ่ด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์  ต้น-ปรัชญามีฝีมือด้านการเขียนแบบ  มีโลกส่วนตัวสูง ซื่อตรง  ไม่มีพิษภัยกับใคร แต่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงนัก  พ่อกับแม่จึงมักจะมอบหมายงานเขียนแบบหรือเขียนโครงร่างให้กับเขา  ขณะที่ต่อนั้นนิสัยจะต่างจากต้นคือเป็นคนคิดไกล วาดฝันภาพอนาคตจากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ความอดทนต่อสิ่งกดดันรอบข้างจะสูง พ่อจึงส่งให้ต่อไปฝึกการต่อสู้แบบลูกผู้ชายค่ะ  แพ้บ้างชนะบ้างไม่เป็นไร สิ่งสำคัญก็คือ เขาได้ฝึกชกมวยด้วย"หัวใจนักสู้"  ดังนั้น  เมื่อใดที่มีการแสดงออกซึ่งการดูแคลน  ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม นายต่อจะเป็นผู้ที่ให้แง่คิดสะกิดใจ ไม่ให้เพื่อนๆท้อใจ และบอกให้จำคำพูดมี่ครูแป๋มได้บอกไว้ว่า "ในเมื่อทุนทางปัญญา  และทุนทางสังคมของพวกเรามีน้อยกว่าคนอื่นเขา  เราต้องมีสติอดทนต่อคำพูดเหล่านั้นให้มาก...ครูเคยบอกเราว่า สติมา ปัญญาเกิด....สักวันเราจะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า เด็กห้องท้ายก็มีดีกับเขาเหมือนกัน" ทุกคนจึงนึกได้และให้เห็นใจครูแป๋มที่ต้องมาทนสอนเนื้อหาความรู้ให้พวกเขาตั้งแต่ต้น  และปัจจุบันยังมาสอนการสนทนาภาษาอังกฤษที่ตอนแรกเรียกได้ว่า "หูไม่กระดิก" แต่วันนี้พวกเขาทำได้  และทำได้ดีในระดับเป็นที่น่าพอใจทั้งในส่วนพวกเขาและตัวครูแป๋ม.. 

          พรุ่งนี้เราสัญญากันว่าจะไปหาอนันต์ที่บ้าน  และเล่นน้ำที่ฝายในหมู่บ้านที่อนันต์อยู่...แล้วจะกลับมาเล่าบรรยากาศสนุกๆให้ฟังอีกนะคะ....ตอนนี้แป๋มต้องไปร่ำลาผู้ปกครองและคนรู้จัก รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่อีกหลายท่าน...แม่ค้า..ชาวบ้านร้านตลาด โดยมีหนูหน่อย  หนูทราย และหนูวิว นำจักรยานคันโปรดของแต่ละคนมารออยู่แล้วค่ะ ขอไปทำหน้าที่ออกกำลังกายและลาทุกคนเท่าที่จะลาได้ก่อนนะคะ...สวัสดีค่ะ.

                                                                               ครูแป๋ม.