เราท่านประสงคืเหลือล้นที่อยากเห้นประเทศไทย มีเป้าหมายพัฒนาให้ประชาชนไดอยุ่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ซึ่งเราท่านทราบกันดีว่าประชาชนจะอยู่สุขไดอย่างแท้จริงนั้น สิ่งที่ถือว่าเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัยนอกเหนือจากการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงปลอดภัยแล้ว ความยุติธรรมในสังคมถื่อเป็นอีกตัวหนึ่งที่ถือเป็นตัวหลัก ถ้าสังคมขาดความยุติรรมแล้ว สังคมก็จะขาดความสงบสุขและประเทสชาติก็ไม่สามารถพัฒนาไปตามที่เราคาดหวังได้

เราคงทราบกันบ้างว่าประเทศภูตานได้รับการคัดเลือกให้เป็นประเทศที่มีดัชนีความสุขสูงที่สุดในโลก ประชาชนอยู่กันอย่างสงบ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่แบ่งปัน พอเพียงในการใช้ชีวิต รักและอนุรักษ์ธรรมชาติ สังคมมีความยุติธรรม มีกฎระเบียบที่ประชาชนยอมรับและมีส่วนร่วม ไม่มีโทประหาร มีการตักเตือนว่ากล่าว และรับรู้สำนึกผิดถูกชัวดี ความยุติธรรมที่ทุกคนอยากได้รับได้แก่ความยุติธรรมที่จะต้องเกิดขึ้น ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับแต่ละบุคคล แต่ละครอบครัว แต่ละชุมชน และแต่ละสังคม สังคมแห่งความยุติธรรม ก็คือสังคมแห่งความเป็นะรรมนั่นเอง สังคมไทยมี พ.ร.บ พัฒนาการบริหารงานยุติธรรม พ.ศ.2549ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2549 มีหลักสำคัญๆต่อพัฒนาการการบริหารจัดการในการอำนวยความยุติธรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชน การบังคับการตามกฎหมาย และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่ที่ผ่านมาการเข้าถึงความยุติธรรมในสังคมไทยไม่ค่อยเป็นไปตามกำหมายเท่าไหร่ ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมในสังคมได้อย่างทั่วถึง เสมอภาค สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และถูกต้อง ประชาชนไทยยังได้รับการเลือกปฏิบัติ มีการอุ้มฆ่า ปฏิบัติต่อผู้ที่ยังไม่มีความผิดเหมือนนักโทษ และทรมานจนตายกรณี ตากใบ สะบ้าย้อย และที่มัสยิดกรือเซะ มีการวิสามัญฆาตกรรมผู้ที่ยอมมอบตัวอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน ตำรวร อัยการเลือกปฏิบัติ รับส่วยสาอากรสินบนเห็นเงินเป็นใหญ่ ผู้มีอำนาจ บารมี ร่ำรวยได้รับการปฏิบัติแตกต่างกับประชาชนระดับล่าง ใช้ระบบอุปถัมภ์เกื้อกูลผู้ทุจริคคอร์รัปชั่น เราจะทำอย่างไรประเทศไทยจึงจะเกิดสังคมแห่งความเป็นธรรมขึ้นได้ 1.การจัดการศึกษาให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนอย่างกว้างขวางในเรื่องความยุติธรรมในสังคม โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กลไกคุ้มครองสิทธิ 2.เร่งสร้างสภาพัฒนาการเมืองให้เข้มแข็งทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ ทุกภาคส่วน เพื่อให้สภาพัฒนาการเมืองเป็นกำลังต่อรองสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย 3.จัดให้มีหลักสูตรการศึกษาทุกระดับอย่างต่อเนื่อง 4.สร้างองค์กรอิสระกำกับดูแล ตรวจสอบเรื่องการบริหารความยุติธรรมของภาครัฐอย่างเข้มข้นร่วมกับสภาพัฒนาการเมือง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถอำนวนความยุติธรรมได้จริงและเป็นที่พึ่งของประชาชนและสังคมได้