...

อาจารย์ ดร.เอมิลี บี. เลวิแทน และคณะ แห่งศูนย์การแทพย์เบต อิสราเอล ดีอาโคเนสส์ บอสทัน สหรัฐฯ ทำการศึกษาข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงอายุ 45-83 ปี 36,873 คน และกลุ่มตัวอย่างผู้ชายอายุ 45-79 ปี 43,487 คนจากสวีเดน ติดตามไป 6 ปี

การศึกษานี้คิดเกณฑ์น้ำหนักจากดัชนีมวลกาย (body mass index / BMI) ซึ่งมีค่า = น้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง ค่าปกติในคนเอเชียและคนไทยไม่เกิน 22.9 ถ้าเกินกว่านี้ถือว่า น้ำหนักเกิน

...

และคิดค่า เส้นรอบเอว ซึ่งคนเอเชียและคนไทยไม่เกิน 90 เซนติเมตรในผู้ชาย และไม่เกิน 80 เซนติเมตรในผู้หญิง

ฝรั่งหรือชาวตะวันตกมีค่ามาตรฐานสูงกว่าคนเอเชีย เนื่องจากมีโครงสร้างร่างกายใหญ่กว่า

...

ผลการศึกษาพบว่า คนที่เอวเล็กและมีน้ำหนักตัวไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานมีความเสี่ยงภาวะหัวใจวายมากกว่าดังต่อไปนี้

  • ดัชนีมวลกาย (BMI) เกินค่ามาตรฐาน > เพิ่มโอกาสหัวใจวายหนักจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล = 7% ในผู้ชาย; 3% ในผู้หญิง
  • เส้นรอบเอวเกินค่ามาตรฐาน > เพิ่มเสี่ยง 30% ในผู้ชาย; 17% ในผู้หญิง

... 

สรุปคือ น้ำหนักที่เกิน (คิดจากดัชนีมวลกายหรือ BMI) หรือภาวะอ้วนลงพุง (คิดจากเส้นรอบเอว) มีอันตรายต่อหัวใจผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

หัวใจวาย (heart failure) เป็นภาวะที่หัวใจอ่อนล้าหรือหมดเรี่ยวหมดแรง ทำให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ไม่พอ

...

การทำงานของหัวใจ 4 ห้องมีลักษณะคล้ายการสูบฉีดน้ำ "ข้ามเขื่อน" หรือผนังกั้น (ชุดลิ้นหัวใจ) 2 ระบบ...

ระบบหนึ่ง (หัวใจซีกซ้าย 2 ห้อง) สูบฉีดเลือดแดงจากปอดไปเลี้ยงร่างกาย อีกระบบหนึ่ง (หัวใจซีกขวา 2 ห้อง) สูบฉีดเลือดดำจากร่างกายไปยังปอด

...

ถ้าหัวใจซีกซ้ายล้มเหลว... การสูบฉีดเลือดแดงจากปอด(เหนือเขื่อน)ไปเลี้ยงร่างกาย(ท้ายเขื่อน)จะทำได้น้อยลง น้ำเหนือเขื่อนจะคั่งในปอด ทำให้หายใจลำบาก

ขณะเดียวกันหัวใจจะสูบฉีดเลือดแดงไปท้ายเขื่อน คือ เลี้ยงร่างกายได้น้อยลง ทำให้อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

...

ถ้าหัวใจซีกขวาล้มเหลว... การสูบฉีดเลือดดำจากร่างกายไปปอดจะทำได้น้อยลง น้ำเหนือเขื่อนจะคั่งตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ทำให้ขาบวม ตับโต ฯลฯ

ขณะเดียวกันหัวใจจะสูบฉีดเลือดดำไปฟอกที่ปอดได้น้อยลง

...

ภาวะหัวใจวาย (heart failure; heart = หัวใจ; fail = ล้มเหลว; failure = การล้มเหลว) เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนอเมริกันอายุ 65 ปีขึ้นไปต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

กลไกที่เป็นไปได้คือ น้ำหนักที่เกินหรือความอ้วน (obese = อ้วน; obesity = ความอ้วน) ทำให้เสี่ยงโรคความดันเลือดสูงเพิ่มขึ้น เสี่ยงไขมันในเลือด (โคเลสเตอรอล) สูงขึ้น และทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น

...

 

คนที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนมีปริมาณเลือดรวมเพิ่มขึ้น แถมยังมีแรงต้านทานการไหลเวียนเลือดสูงขึ้น เนื่องจากไขมันไปจุกตรงโน้นตรงนี้ ทำให้แรงดันเพิ่มเลือดไหลเวียนไม่สะดวก เปรียบคล้ายรถติดในกรุงเทพฯ

ผลคือ หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงจุดๆ หนึ่งก็ทนไม่ไหว

...

การป้องกันโรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกินสำคัญที่การควบคุมอาหาร และการนอนให้พอ... ถ้านอนน้อยจะทำให้หิวง่าย อิ่มยาก และมักจะหิวอาหารกำลังงานสูง

การออกแรง-ออกกำลังให้มากพอเป็นประจำ และการควบคุมความเครียดมีความสำคัญรองลงไป (ธรรมชาติของคนส่วนใหญ่คือ ยิ่งเครียดยิ่งกินมาก)

...

 

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

... 

ที่มา >                                                

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 9 เมษายน 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.