วันที่ 7 เม.ย. วันสุดท้ายของการเดินทาง Wake-up Call เวลา 7.30 น. เหมือนเมื่อวาน ออกจากโรงแรม 9.30 น. ไปชมร้านอัญมณีที่เรียกว่า “อเมทิส” (พลอยสีม่วง) เป็นเครื่องประดับที่ชาวเกาหลีถือว่านำโชคลาภมาให้ แต่ผมเองมองในทางตรงกันข้ามเพราะเห็นว่าเป็นต้นเหตุของโรค “ทรัพย์จาง” เพราะเชื่อว่าบรรดาภรรยาส่วนใหญ่คงไม่ได้แค่มาเดินดูเท่านั้น หลังจากฟังการบรรยายเสร็จผมเล็ดรอดออกมาเดินอยู่นอกร้าน แต่เดินอยู่ได้ไม่นานคุณปีเตอร์ (ไกด์) ก็ออกมาตามบอกว่าภรรยาต้องการจะพบตัว ที่เหลือคงไม่ต้องเล่าปล่อยให้เดาเอาเองก็แล้วกัน ประมาณ 11.30 น. ทัวร์พาไป Shopping ต่อ (อีกแล้ว) ที่ Duty Free ผมนั่งเขียนบันทึกเหล่านี้อยู่หน้าร้าน ส่วนภรรยาได้ซื้อหาเครื่องสำอางเพิ่มเติม เป็นเครื่องสำอางยี่ห้อดังของเกาหลีที่ชื่อว่า Etude เข้าใจว่าอ่านว่า “อีทูดี่” แต่ผมอ่านว่า “อีตุ๊ด” มื้อเที่ยงวันนี้กินชาบู ชาบู แล้วไปจุดสุดท้ายของรายการทัวร์เพื่อซื้อของฝากประเภทขนม สาหร่ายกลับไปฝากญาติพี่น้อง ก่อนที่มาสนามบิน
บรรยากาศภายในสนามบิน และ Cultural Center ของเกาหลี
เครื่องบินเหินฟ้าเวลา 17.35 น. ใช้เวลาบินกว่า 5 ชั่วโมงมาถึงสุวรรณภูมิ เวลา 23.25 น. (ตรงกับเวลาเมืองไทย 21.25 น.) เป็นอันสิ้นสุดการสัมผัสบรรยากาศอันเย็นสบายในประเทศเกาหลี 4 วันเต็มๆ

ถึงจะไปสบตากับดาราเกาหลี แต่หัวใจยังอยู่ที่นี่ . . . ไม่ไปไหน
เพราะที่นี่ก็คือประเทศไทย อีกนานไหมกว่าจะหยุดทะเลาะกัน !!
สวัสดีครับ
ชอบกลอนตอนจบมากครับ
รูปภาพสวย..ที่ถ่ายกับดาราเกาหล๊เท่ห์จังค่ะ...แต่กลอนตอนปิดท้าย...เยี่ยมค่ะอาจารย์...ขอบคุณสำหรับ Sereis เกาหลีทั้ง 4 ตอนค่ะ..