วันนี้เป็นวันมอบตัวเด็กชั้นม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในช่วงที่ขึ้นไปรอการมอบตัวของเด็กข้าพเจ้าได้ขึ้นไปก่อนคนแรกและนั่งอยู่หน้าห้องนานพอสมควร จนได้เห็นเหตุการณ์อะไรหลายอย่าง ตอนที่ขึ้นไป อาจารย์ท่านหนึ่งกำลังจัดการให้เด็กๆเตรียมเอกสารในการมอบตัว แต่ไม่ได้พูดกับเด็กๆแบบธรรมดาเพื่อให้เด็กเข้าใจ แต่อาจารย์ท่านนี้กลับใช้อารมณ์และสีหน้าเป็นหลักในการพูดออกมา จนข้าพเจ้าเริ่มเห็นว่าเด็กๆเริ่มมีการหวาดระแวงและทำอะไรผิดๆถูกๆไปหมด แต่ที่น่าตกใจกับการมอบตัวในวันแรกก็มีมาเรื่อยๆ ในขณะที่กำลังเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ปกครองที่มาวันนี้ มีเด็ก 2 คนที่ไม่ได้ถ่ายเอกสารของผู้ปกครองที่มาวันนี้ พออาจารย์ถามว่าใครไม่มี และเด็กก็ยกมือขึ้น ตอนนั้นอาจารย์ก็เริ่มชักสีหน้าและแสดงอารมณ์พร้อมพูดออกมาว่า “อะไรกันเนี๊ยะ ทำไมพวกเธอถึงไม่มีความพร้อม พ่อแม่เธอมาด้วยหรือเปล่า” เด็กทั้ง 2 คนนั้นบอกว่าประชุมอยู่ อาจารย์จึงไล่เด็กออกไปถ่ายเอกสารมาเดี๋ยวนี้ แต่ก่อนที่เด็กจะไปอาจารย์ได้ถามเด็กว่ามีเงินติดตัวมาหรือเปล่า พอเด็กทั้งสองบอกว่าไม่มี อาจารย์ก้อไล่ให้ไปขอผู้ปกครองมาเดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้านั่งอยู่หน้าห้องเห็นว่าระยะไปที่หอประชุมไกลกันพอสมควร ประกอบกับเงินแค่ไม่กี่บาท ข้าพเจ้าจึงเรียกเด็กทั้ง 2 มาแล้วให้เงินพวกเขาไป และบอกทางพร้อมบอกหน้าสำเนาที่เด็กๆต้องการถ่ายเอกสารด้วย เด็กทั้ง 2 ขอบคุณข้าพเจ้าแล้วรีบวิ่งไป สักพักไม่นาน ก้อเริ่มมีเสียงตวาดเด็กนักเรียนอีกคนที่พึ่งบวชเณรมา อาจารย์ตวาดว่าเด็กเพราะเด็กไม่ได้ถ่ายเอกสารของผู้ปกครองตัวเองมา ประกอบกับพ่อของเด็กได้กลับไปแล้ว อาจารย์จึงพูดขึ้นว่า “อุตส่าห์นัดเป็นวันหยุดแล้วนะ แค่วันมอบตัวลูกยังรีบกลับอีก เณรรีบโทไปตามมาเดี๋ยวนี้ เณรมีโทรศัพท์หรือไม่” เณรตอบว่าไม่มี อาจารย์จึงไล่เณรให้รีบออกไปโทรตามผู้ปกครองมา ข้าพเจ้านั่งอยู่หน้าห้อง รู้สึกสงสารจึงยื่นโทรศัพท์มือถือให้เณรโทรไปตามผู้ปกครอง เณรโทรไปแล้วแต่ไม่ติดเพราะปิดเครื่อง เณรขอบคุณข้าพเจ้าแล้วเดินออกไปไหนไม่ทราบ สักพักใหญ่ๆผู้ปกครองของเณรก็โทกลับมาหาข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเล่าเรื่องเณรให้ผู้ปกครองฟัง ผู้ปกครองเณรคนที่โทรกลับมาเป็นผู้หญิงเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่าแม่ของเณรเสียแล้ว ส่วนพ่อของเณรไม่ทราบติดต่อไม่ได้ แต่เดี๋ยวเขาจะรีบให้ผู้ปกครองเณรที่อยู่ใกล้ที่สุดไป พร้อมกับกล่าวขอบคุณข้าพเจ้า” (ตรงนี้ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า ทำไมอาจารย์ท่านนี้จึงไม่พูดกับเด็กและถามเหตุผลก่อนที่จะเอาอารมณ์ลงกับเด็ก) พอถึงเวลาที่ข้าพเจ้าต้องเข้าไปมอบตัวหลานชายแล้ว แต่ก็มีเรื่องคาดไม่ถึงตรงที่ว่าข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้ปกครองเด็กก็โดนอาจารย์คนนี้ว่าเหมือนกัน เพราะหลานชายของข้าพเจ้าเผลอเซ็นสำเนาถูกต้องลงไปบนใบป.พ.ตัวจริง อาจารย์ท่านนี้ได้ว่าหลานชายของข้าพเจ้าแล้วสั่งให้ไปลบออก พอมาถึงใบสำเนาทะเบียนบ้านของข้าพเจ้าซึ่งคำนำหน้าชื่อยังเป็นด.ญ. อยู่ อาจารย์ก็ถามข้าพเจ้าว่าทำไมยังเป็นเด็กหญิง ข้าพเจ้าจึงบอกไปตามความจริงว่าไม่ได้ไปเปลี่ยนที่อำเภอ แต่ใช้ได้ อาจารย์ถามกลับมาว่ารู้ได้ยังไง ข้าพเจ้าจึงตอบไปว่าเพราะใช้มาแล้ว เท่านั้นเองอาจารย์ก้อมองหน้าข้าพเจ้าแล้วตวาดว่า "นี่คุณอย่ามาเถียงฉันนะ หยุดไปเลย” ข้าพเจ้างงมากแล้วจึงตอบค่ะแล้วเงียบไป แต่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดกับข้าพเจ้าคนเดียวแต่กับผู้ปกครองคนอื่นก็เจอเหมือนกัน ข้าพเจ้ามีความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า วันนี้แค่เป็นวันมอบตัวอาจารย์ยังไม่ได้ทำการสอนก็ยังใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งได้ถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าถึงเวลาที่อาจารย์ต้องสอนหนังสือขึ้นมาจริงๆ เด็กๆเหล่านี้จะมีสมาธิรับรู้การเรียนได้แค่ไหน ในเมื่อจิตใจเขาหวาดกลัว ข้าพเจ้าชื่นชมในอาชีพครูและให้เกียรติอาชีพนี้สูงมาก แต่ข้าพเจ้าก็เคารพสิทธิส่วนบุคคลของเด็กๆและผู้ใหญ่เหมือนกัน จึงเห็นว่าการกระทำนี้ไม่ถูกต้องนัก แม้บางคนอาจจะมองเห็นเหมือนเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆ แต่สภาพจิตใจของเด็กเป็นสิ่งสำคัญ และจิตวิทยาในการพูดกับเด็กๆก็เป็นสิ่งสำคัญมากไม่แพ้กัน การเขียนบลอคขึ้นมาในคราวนี้ข้าพเจ้าขอขอบคุณความคิดเห็นของท่านที่ผ่านเข้ามาเขียนข้อคิดเห็นให้ข้าพเจ้า เพื่อเป็นแนวร่วมของความคิดที่จะช่วยให้ข้าพเจ้ากล้าตัดสินใจนำพฤติกรรมของอาจารย์ผู้นี้เสนอไปยังผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้ เพราะข้าพเจ้าคิดว่า ถ้าหากข้าพเจ้าเฉยเสียเหมือนผู้ปกครองท่านอื่นที่เจอเหตุการณ์นี้เหมือนข้าพเจ้า พฤติกรรมเหล่านี้ก็คงจะหลงเหลือส่งต่อไปยังเด็กอีกหลายๆรุ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสาร เพราะความหวาดกลัวของเด็กๆและพฤติกรรมที่ก้าวร้าวของอาจารย์ตัวเอง จะกลายเป็นแบบอย่างให้พวกเขาจดจำและกลายเป็นผู้ใหญ่แบบเดียวกันกับอาจารย์ผู้นี้ก็เป็นได้ ขอขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ คุณครูหมู :)
เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดต่อส่วนรวม ครับ
เอ โรงเรียนอะไรน้า อยากทราบจริง
จะเหมือนผมดูรายการ "ห้องสืบสวนหมายเลข 9" หรือเปล่าครับที่ ครูอนุบาลตบเด็ก เพราะอารมณ์ไม่ดีที่เป็นโรค "ธาลัสซีเมีย"
ครูคนนั้นอาจจะเป็นโรคอะไรบางอย่างล่ะมั้งครับ
อาจจะต้องดำเนินการตามกฎกระทรวงฯ
อยากให้กำลังใจครับ :)
ครูต้องเป็นที่ปรึกษา แนะนำทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ศิิษย์ในทุก ๆ เรื่อง ถ้าเยาวชนเจอแบบนี้ความคิดที่ดีของเด็ก ๆ ก็จะถูกปิดกั้น คนที่ประกอบอาชีพครูมีมากมาย มีทั้งความคิดที่ดีอยากช่วยเหลือศิษย์สอนศิษย์ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่น และอีกประเภททำเพราะไม่มีอะไรจะทำถ้ามีครูอย่างนี้เยอะ ๆๆๆ สงสารเยาวชนของชาติ สงสารประเทศไทยจัง แต่ก็ยังมีความเชื่อว่าครูที่ดียังมีอีกเยอะนะ
ผู้ปกครองทำดีแล้ว ในฐานะครูไม่เคยเห็นด้วยเลยจริง ๆ อยากให้มีการปรับครูแบบนี้ออกจากอาชีพครูด้วยซ้ำ จะสอนอะไรใครได้ แค่พูดดีมีมารยาทกับคนด้วยกันตัวเองยังทำไม่ได้เลย ขอบคุณคุณหมูน่ะที่ช่วยเป็นกระจกส่องครูไทย
อาจารย์สุรงค์ วิชชุเกรียงไกร โรงเรียนเทคโนสยาม(ช่างกลสยาม) แผนกช่างยนต์ สอนนักเรียนระดับ ปวส. เวลาสอนแล้วจะมีคำถามให้นักเรียนตอบ พอนักเรียนตอบไม่ได้ จะมีการทำโทษนักเรียน ระดับเทียบเท่าอนุปริญญา แบบ ดีดใบหูนักเรียน จนบางคนต้องไปพบแพทย์ก็มี กลั่นแกล้งนักเรียนในการให้เกรด แถมยังด่านักเรียนพูดจาหยาบคายเวลานักเรียนไม่เข้าใจ เช่น "แม่เย็ด มึงจะเอาไง" และปล่อยก่อนเวลาเลิกเรียน คือถ้าเลิก 6โมง อาจารย์สุรงค์ วิชชุเกรียงไกร จะปล่อย3โมง แล้วบอกว่า "กูก็เบื่อที่นี่แล้วเหมือนกัน" ตอนนี้รุ่นๆน้องที่จบปวช. ช่างยนต์ ไม่มีใครอยากเรียนต่อ ปวส. เลยเพราะไม่อยากเจอ อาจารย์สุรงค์ วิชชุเกรียงไกร ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
เพิ่งไปมอบตัวลูกชายมาเหมือนกันอาจารย์มอบตัวพูดจาใช้คำพูดมึงกูกับเด็กทุกคำ จนลูกชายกลัวเพราะคนในบ้านไม่เคยพูดจาไม่ดีและโรงเรียนเก่าก็ไม่มีครูพูดจากับเด็กแบบนี้ ดิฉันจึงงงมาว่าครูที่จะมาสอนเด็กกับพูดจาไม่ดีแล้วจะสอนเด็กให้ดีได้อย่างไรในเมื่อตัวเองยังเป็นแบบอย่างที่ดีไม่ได้เลยไม่เหมาะที่จะเป็นแม่พิมพ์ของชาติเลย การศึกษาไม่ได้ทำให้ดีขึ้นเลยคำพูดยิ่งกว่าคนไม่ได้เรียนมาอาจารย์คนนี้เป็นผู้หญิงด้วย นึกไม่ออกเลยว่าเวลาสอนจะพูดขนาดไหน คิดแล้วไม่อยากให้ลูกเรียนเลยคิดเสียดายที่ให้มาสอบที่นี่