เป็นที่รู้อยู่ดีว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพนั้นเป็นเรื่องยาก ทางโรงเรียนเองก็รู้ดี พยายามทำหลายวิธีก็ไม่สำเร็จจึงได้มานั่งหารือกัน จึงมีความเห็นว่าต้องเอาผู้ปกครองมาร่วมด้วยจึงจะสำเร็จ และหาข้อตกลงร่วมกัน

         คุณครูคนึงนิจ  ศรีจันทร์แก้ว  และ คุณครูสมหมาย   ฟูเฟื่อง  จากโรงเรียนเทศบาลสันป่ายางหน่อม  อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน  ได้ช่วยกันเล่าว่า.... โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการไร้พุงต้นแบบเพราะต้องการต่อยอดจากการได้รับการประเมินเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทองเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร  และที่สำคัญ คือ ผู้บริหารเห็นความสำคัญของเรื่องสุขภาพของครูและนักเรียนในโรงเรียน  จึงได้นำโครงการนี้บรรจุลงในแผนพัฒนาของโรงเรียน

                                      

คุณครูคนึงนิจ และคุณครูสมหมาย  ผู้เล่าเรื่อง

         เป็นที่รู้อยู่ดีว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพนั้นเป็นเรื่องยาก  ทางโรงเรียนเองก็รู้ดี  พยายามทำหลายวิธีก็ไม่สำเร็จจึงได้มานั่งหารือกัน  จึงมีความเห็นว่าต้องเอาผู้ปกครองมาร่วมด้วยจึงจะสำเร็จ  และหาข้อตกลงร่วมกัน  ดังนั้นในการประชุมผู้ปกครองครั้งต่อมาจึงบรรจุเรื่องนี้ลงไปด้วย  เป็นการหารือเรื่องสุขภาพของลูกหลาน ว่า เราจะช่วยกันอย่างไรให้เด็กสุขภาพดี  ไม่อ้วน  ไม่กินหวาน  ไม่กินขนมกรุบกรอบที่ไม่มีประโยชน์  เพราะความรักต่อลูกหลานผู้ปกครองให้ความร่วมมืออย่างดี   

 

                           

 

        ทางโรงเรียนจึงให้เด็กประเมินตนเอง (ตามแบบฟอร์มการประเมินตนเองของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ) ส่วนคุณครูก้ไปรับการตรวจสุขภาพประจำปี  มีการชั่งน้ำหนัก  วัดส่วนสูง และรอบเอว  แล้วนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ร่วมกัน  และคืนข้อมูลสุขภาพเหล่านี้แก่เด็กและครู  ปรากฏว่าเด็กและครูที่มีภาวะอ้วนมาก  จึงมาปรึกษากันว่าเราจะปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้แล้ว เพื่อป้องกันโรคภัยที่เกิดจากโรคอ้วน

                            ...............................

                     จึงมีการ ลปรร. ร่วมกันระหว่างครูและผู้ปกครองเกี่ยวกับการหามาตรการที่จะทำให้เกิดการไร้พุง  โดยเน้นที่ 3 อ.  สรุปข้อตกลงได้ดังนี้

อ.ที่ 1   อาหาร  

        1. เป็นที่ทราบว่าผู้ปกครองของเด็กโดยมากประกอบอาชีพในโรงงานอุตสาหกรรม  ชีวิตต้องรีบเร่งไปทำงานในตอนเช้าทำให้เด็กบางส่วนไม่ได้กินข้าวเช้าก่อนมาโรงเรียน  จึงเกิดปัญหาเด็กปวดท้องบ้าง  เป็นลมบ้าง  เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง  ทางโรงเรียนจึงหารือกัน  และจัดทำโครงการที่น่าสนใจ "โครงการมื้อเช้าหื้อ(ให้) มีข้าวในท้อง  สมองแจ่มใส"   โดยโรงเรียนได้จัดทำอาหารคุณภาพราคาถูกเพียงจานละ 3-5 บาท  เช่น เป็นข้าวต้ม  โอวัลติน  ขนมปัง   เป็นต้น  ซึ่งทั้งนักเรียน ครู  และผู้ปกครองก็สามารถซื้อกินได้ 

     2.  ปรับเปลี่ยนอาหารกลางวันเป็นผักและปลา  ซึ่งผักก็เป็นผักปลอดสารพิษที่เด็กๆปลูกเอง 

     3. มีข้อตกลงกับแม่ค้าห้ามขายน้ำอัดลม  ขนมกรุบกรอบ และลูกอมในโรงเรียน

อ.ที่ 2  ออกกำลังกาย

       เกิดข้อตกลงร่วมกันว่า ทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิกทั้งครูและนักเรียนต้องมาออกกำลังกายด้วยกันที่ใต้ถุนตึก โดยการเต้นแอโรบิกแบบอบอุ่นร่างกาย 20 นาที  หลังจากนั้นแยกย้ายกันไปออกกำลังตามถนัด  เช่น ฟุตบอล  แบดบินตัน บาสเก็ตบอล และอื่นๆ  แต่ถ้าใครต้องการเต้นแอโรบิกต่อก็สามารถอยู่ได้เพราะจะมีแกนนำซึ่งเป็นครูและนักเรียนหมุนเวียนกันมานำเต้นในแต่ละวัน

 อ.ที่ 3   อารมณ์

        เนื่องจากโรงเรียนเป็นโรงเรียนศีล 5  ผู้บริหารก็ชอบการปฏิบัติธรรม จึงอยากเอามาปรับใช้กับเด็กๆ  ผู้ปกครองก็เห็นด้วย จึงได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดใกล้โรงเรียนมาเพื่อเรียนหารือ  และได้ข้อตกลงร่วมกันที่ว่า

  • ทุกวันพระและวันสำคัญทางศาสนา  ช่วงเช้าก่อนเข้าแถวพระสงฆ์จะมาบิณฑบาต  เด็กๆจะเตรียมอาหารทั้งสดและแห้งมาใส่บาตร 

  • นั่งสมาธิและสวดมนต์ที่ใต้ถุนตึกหลังอาหารเที่ยงเพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการสงบอารมณ์ และมีการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารียนด้วย

 

เด็กๆสามารถสวดมนต์ได้แม่นยำและพร้อมเพรียงมาก

ได้มีการ ลปรร กับ ผู้บริหารเมื่อคราวไปเยี่ยมโรงเรียน

เมื่อ 2 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา

บังเอิญผ่านไปเห็นน้องหนุ่มน้อยคนนี้ป้วนเปี้ยนแถวๆ

ป้ายโรงเรียนไร้พุงต้นแบบ เลยจับเป็นนายแบบ

ว่า อีกไม่นานผมจะไร้พุงแล้วคร๊าบ..สู้ๆๆ

cheer             cheer            cheer  

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

  • ผู้บริหารโรงเรียนและผู้ปกครองเห็นความสำคัญและสนับสนุนทุกเรื่อง

  • ความร่วมมือในทุกฝ่าย ตั้งแต่ครู  แม่ค้า และพระสงฆ์

  • อัตราการเจ็บป่วยลดลง ทำให้เห็นความสำคัญมากและร่วมมือมากขึ้น

เอาเรื่องดีๆของโรงเรียนมาฝากเพิ่มค่ะ  http://www.sunpayangnom.ac.th/web/

         ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ....ท่านคิดว่ายังมีอะไรอีกที่โรงเรียนควรจะสานต่อเพื่อให้ได้ผลและยั่งยืนต่อไป...