
จากการที่ได้ต้อนรับพระอาจารย์อารยะวังโสเมื่อเดือนที่แล้ว ตามบันทึก 290 http://gotoknow.org/blog/poldejw/252925 เสียงธรรมจากเดลี ทำให้ผมมานั่งย้อนระลึกถึงคุณค่าของการรักษาความดีงามนั้นมีความสำคัญเพียงใด
ในทุกสังคม หากคนทุกคนมีคุณธรรมประจำใจ มีศีลธรรมก็จะย่อมรักษาความถูกต้องเอาไว้ได้อย่างมั่นคง ไม่โอนเอนไหวเอียง....เพื่อประโยชน์ส่วนตน
การรักษาระเบียบวินัย ไม่ว่าจะเป้นหมุ่ใด เช่นพระสงฆ์ ก็รักษาวินัยสงฆ์ยิ่งชีวิต
ฆราวาสก็รักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด ครูก็รักษาคุณธรรมของความเป็นครูอย่างเหนียวแน่น ผู้บริหาร ก็รักษาคุณธรรมของนักบริหาร(ธรรมาภิบาล) หรือนักการเมืองก็รักษาความซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองยิ่งชีวิต
หากทำได้เช่นนี้ ก็เชื่อว่าบ้านเมืองจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้
นี่คือคุณค่าของการรักษาความดีอย่างมั่นคง
ไม่น่าเชื่อว่าตัวอย่างที่ได้จากพระอาจารย์นั้นจะสะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่างที่เกิดในสังคม แม้ขณะนี้ก็ตาม
ถ้าขาดศีลธรรมและขาดคุณธรรมในจิตใจ ก็ยากที่จะรักษาความดีเอาไว้ได้และเป็นมนุษย์ก็เหมือนไม่มีคุณค่าของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย....
เจริญสุขครับ
สวัสดีค่ะ พลเดช วรฉัตร
การสัมผัสจิต เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุดค่่ะ
ควรฝึกปฏิบัติค่ะ
ขอบคุณค่ะ
คุณ ภัทรานิษฐ์ เจริญธรรม
การลงมือทำในสิ่งที่ตนเชื่อมั่นว่าดี ถูกต้อง
ถือเป็นวิธีการสอนที่ดีที่สุดครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
สวัสดีค่ะ
บัวดอกนี้ใช้เปรียบได้หลายสถานการณ์นะคะ
บัวเป็นดอกไม้ที่ใช้บูชาความดี สิ่งที่เคารพ
ก็ยังทรงคุณค่าอยู่เสมอค่ะ
โยคีน้อย ตันติราพันธ์
คนในสังคมต้องรู้ว่าความดีมีคุณค่าอย่างไร
โดยเฉพาะต่อบ้านเมือง
การรักษาความดีงามให้คงอยุ่ในตนเป้นสิ่งที่มีผลต่อสังคมโดยรวม
ช่วยกันรักษาคุณค่านี้กันนะ
สวัสดีค่ะ คุณพลเดช วรฉัตร
เข้ามาทักทายยามค่ำคืนที่ยังไม่ดึก
ขอนอกกรอบหน่อยนะคะ
สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ
อย่าลืมเก็บภาพทางธนบุรีมาฝากบ้างนะคะ
ขอบคุณค่ะ
คุณ ภัทรานิษฐ์ เจริญธรรม
สวัสดีวันสงกรานต์ครับ
สถานเอกอัครราชทุตเพิ่งจัดงานวันสงกรานต์เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมานี้เอง
มาคนไทยในเดลีมาร่วมงานกันเยอะทีเดียวครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน