อย่ามัวแต่เมาทฤษฎีจนจัดกระบวนทัพไม่ถูก
ทุกวันนี้
ใครจะวางแผนหรือทำอะไรก็มักจะพูดกันว่าต้องเป็น “องค์รวม”
ดูจะเป็นคำที่สื่อความหมายให้ผู้คนยอมรับกันได้อย่างดี
ผู้เขียนจึงอยากจะนำคำนี้มาวิเคราะห์แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
คำว่า “องค์รวม “ (Holistic
ideology) หมายถึง
แนวคิดในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์หรือสิ่งต่าง ๆ
โดยคำนึงถึงองค์ประกอบทั้งหมด (ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก)
ที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์หรือสิ่งนั้น ๆ
และพิจารณาถึงความเชื่อมโยงและการสอดประสานกันในทุก ๆ
ส่วนขององค์ประกอบนั้น
อีกคำหนึ่งที่มีความหมายใกล้เคียงกันคือ “ บูรณาการ “ ( Integration ) ที่หมายถึง
การทำให้สมบูรณ์ คือ ทำให้หน่วยย่อย ๆ
ที่มีความสัมพันธ์กันร่วมกันทำหน้าที่อย่างผสมกลมกลืนเป็นองค์รวมหนึ่งเดียวที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ในตนเอง
อีกนัยหนึ่ง คำว่า “องค์รวม” น่าจะสอดคล้องกับคำว่า ความคิดเชิงระบบ ( System approach ) ซึ่งหมายถึงสิ่งต่าง ๆ
ที่รวมกันและต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างมีระเบียบ
โดยส่วนประกอบหรือปัจจัยต่าง ๆ ของระบบมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
ความคิดเชิงระบบเป็นสิ่งที่มีมานานแล้วในธรรมชาติ เช่น
ระบบสุริยะจักรวาล ระบบนิเวศน์ ระบบร่างกายมนุษย์ เป็นต้น
ซึ่งถือเป็นระบบองค์รวมใหญ่ที่ประกอบด้วยระบบย่อยอีกหลายระบบ
แต่ถ้าระบบย่อยในระบบองค์รวมใหญ่บกพร่องไปหรือทำงานไม่สัมพันธ์กับระบบใหญ่
เช่น ระบบย่อยอาหาร หรือ ระบบหายใจเกิดบกพร่องไป ก็จะทำให้องค์รวมใหญ่
คือ ระบบร่างกายเกิดปัญหาขึ้นได้
มนุษย์จึงเอาความคิดเรื่องระบบมาใช้ในการบริหารและการทำงานโดยให้คำนึงถึงความเป็นองค์รวมของระบบที่ครบวงจรมากขึ้น
การบริหารจัดการในปัจจุบัน
ได้นำแนวคิดความเป็นองค์รวมมาเป็นแนวคิดในการบริหารและสร้างนวัตกรรมการบริหารมากมาย
ซึ่งถ้าวิเคราะห์ให้ดีจะเห็นได้ว่าต่างอยู่บนพื้นฐานแนวคิดเดียวกัน
จะต่างกันก็ตรงวัตถุประสงค์และเนื้อหาที่ต้องการนำไปใช้เท่านั้น
ขอยกตัวอย่างแนวคิดและนวัตกรรมการบริหารที่มีแนวคิดเป็นองค์รวมซึ่งเราคุ้นเคยกันบางเรื่อง
เช่น
1. การพัฒนาที่ยั่งยืน (
Sustainable
development)
ซึ่งหมายถึงการพัฒนาที่ต้องคำนึงถึงความเป็นองค์รวมของทุกๆด้านอย่างสมดุลบนพื้นฐานของทรัพยากรธรรมชาติ
ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม
ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่มด้วยความเอื้ออาทรเคารพซึ่งกันและกัน
เพื่อความสามารถในการพึ่งตนเองและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม
ซึ่งวัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9
จะมุ่งให้ทุกหน่วยงานพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมตามแนวคิดนี้ทั้งสิ้น
รวมทั้งแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
2. ประธานคณะผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ( Chief
Executive Officer : CEO)
ความหมายในภาคเอกชนหมายถึง
ประธานคณะผู้บริหารสูงสุดขององค์กรซึ่งมีอำนาจในการที่จะตัดสิน
ใจนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้ ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น
หมายถึงการเป็นเจ้าภาพสูงสุดที่สามารถจะบูรณาการงานในจังหวัดให้สำเร็จ
ซึ่งจะต้องรู้ปัญหาและสามารถระดมสรรพกำลังได้
และที่สำคัญจะต้องมีเครื่องชี้วัดการทำงานที่เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตามวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
3. การวางแผนกลยุทธ์ (
Strategic Planning
)
เป็นกระบวนการสร้างภาพอนาคตขององค์กรและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุตามภาพ
อนาคต ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการคือ 1) การมุ่งเน้นอนาคต
2) การมุ่งเน้นจุดมุ่งหมายรวมขององค์กร 3)
การมุ่งเน้นกระบวนการ และ 4) การมุ่งเน้นภาพรวม
4. การวิจัย (
Research)
หมายถึงการศึกษาค้นคว้า การหาคำตอบ
การหาความรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ โดยวิธีการที่เป็นระบบหรือวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์
ซึ่งการวิจัยมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
หาความรู้
แต่งานวิจัยที่สร้างสรรค์เพื่อประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่เป็นประโยชน์ใหม่
ๆ ที่องค์กรต่าง ๆ นิยมนำมาใช้คือการวิจัยและพัฒนา (Research and
experimental development) ซึ่งมีทั้งการวิจัยพื้นฐาน
การวิจัยประยุกต์ และ การพัฒนาการทดลอง
5. การบริการแบบมีส่วนร่วม (
Participatory management
)
เป็นหลักการบริหารอย่างหนึ่งในยุคใหม่ที่มีทั้งการบริหารให้มีส่วนร่วมในรูปของคณะกรรมการ
กลุ่มทำงานหรือให้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น สนับสนุน
ร่วมกำกับติดตามการดำเนินงาน
ร่วมระดมทรัพยากรมีทั้งการมีส่วนร่วมจากภายในและการมีส่วนร่วมจากภายนอกองค์กร
ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรเกิดความรับผิดชอบต่องาน
มีความรู้สึกเป็นเจ้าของและเกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ก่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในองค์กร
6. นวัตกรรมที่นำมาใช้ในการบริหารอื่น ๆ
เช่น
6.1 Balanced Scorecard คือ
การกำหนดผลสำเร็จอย่างสมดุลรอบด้านเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวางแผนและการประเมินผลการปฏิบัติงานให้สามารถมองเห็นความสมดุลและความสัมพันธ์ของการดำเนินงานด้านต่าง
ๆ อย่างชัดเจนทั้ง 4 ด้าน
คือ 1) ด้านลูกค้า 2) ด้านกระบวนการภายในองค์กร 3)
ด้านการเรียนรู้และพัฒนา และ 4) ด้านการเงิน
6.2
การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร ( Total Quality Management :
TQM )
เป็นการบริหารคุณภาพแบบองค์รวม ภายใต้หลักการ 3 C คือ
1) Customer focus
เป็นการบริหารที่เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ 2)
Continuous improvement เป็นการปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง และ 3)
Company-wide involvement
เป็นการบริหารที่ต้องทำให้คนทั้งองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมปรับปรุงคุณภาพด้วยความมุ่งมั่น
เต็มใจ และมีความสุขในการทำงาน
6.3 วงจร PDCA คือ วงจรคุณภาพ หรือ
วงจรเดรมมิ่ง ได้แก่ Plan (วางแผน) Do
(ปฏิบัติตามแผน) Check (ตรวจสอบ) และ Action (
ปรับปรุงพัฒนา )
เป็นกระบวนการเชิงระบบที่นิยมใช้ในการปรับปรุงคุณภาพได้ทุกองค์กร
6.4 สำนักบริการแบบเบ็ดเสร็จ
( one stop service )
เป็นมิติใหม่แห่งการให้บริการประชาชน
โดยรวมศูนย์การให้บริการพื้นฐานแก่ลูกค้าและประชาชนจากหลาย ๆ
หน่วยงานมาไว้ ณ จุดเดียวกัน มีการปรับปรุงทั้งระบบสำนักงาน
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เน้นให้ปฏิบัติงานบริการลูกค้าและประชาชนด้วยจิตสำนึกแห่งผู้ให้บริการที่ดีและมีการปรับปรุงระบบงานโดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้สามารถบริการได้อย่างถูกต้อง
รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
ฯลฯ
ความเป็นองค์รวมจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
มีวิสัยทัศน์
กว้างไกล มองทุกส่วนอย่างบูรณาการไม่แยกส่วน
และสามารถจัดองคาพยพทุกส่วนให้มีความสัมพันธ์สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบที่ครบวงจร
เงื่อนไขความสำเร็จของการบริหารแบบองค์รวมประการหนึ่งคือ
การทำงานเป็นทีม
โดยทุกฝ่ายทุกกลุ่ม ทุกคนต้องพร้อมที่จะร่วมคิดร่วมทำ
ร่วมรับผิดชอบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ต้องไม่เป็นเหมือนนิทานเรื่องนิ้วมือที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้
ครั้งหนึ่งนิ้วมือคนทั้ง
5 นิ้วเกิดโต้เถียงกัน
โดยแต่ละนิ้วต่างก็ถือว่านิ้วของตนมีความสำคัญกว่านิ้วอื่น
“ นิ้วฉันสำคัญกว่าทุกนิ้ว
เพราะเป็นนิ้วแห่งความมีอำนาจสามารถชี้สั่งการให้ใครทำอะไรก็ได้และสามารถชี้แนะสั่งสอนให้คนอื่นทำตาม
“ นิ้วชี้เริ่มต้นคุยอวดความยิ่งใหญ่ของตนเองก่อนนิ้วอื่น
ทำให้นิ้วอีก 4 นิ้ว ไม่พอใจที่ถูกคุยทับถมจึงตอบโต้ไป
นิ้วกลางบอกว่า
“ นิ้วของฉันยาวและสูงกว่าพวกท่านทุกนิ้ว จึงต้องสำคัญกว่านิ้วอื่น
ไม่เช่นนั้น พวกท่านคงไม่มาห้อมล้อมคอยปกป้องดูแลนิ้วของเราหรอก “
นิ้วนางอวดบ้างว่า
“นิ้วของฉันเป็นนิ้วของผู้มีสง่าราศรีมีเกียรติกว่านิ้วอื่น
เวลาคนจะสวมแหวนเพชร แหวนทอง เขาก็จะสวมที่นิ้วฉัน”
นิ้วก้อยก็บอกว่า “ นิ้วฉันแม้จะเล็กหรือเรียวกว่านิ้วอื่น ๆ
แต่เป็นนิ้วนำทาง ใครจะกราบพระหรือไหว้พระ หรือไหว้ผู้ใหญ่
นิ้วฉันก็จะถึงก่อนและอยู่ใกล้ชิดกว่านิ้วไหน ถือว่าเป็นนิ้วที่มีบุญ
หรือเวลาใครจะคืนดีกัน
หรือหนุ่มสาวจะควงคู่กันให้หวานชื่นเขาจะเกี่ยวก้อยกัน “
นิ้วหัวแม่มือได้ฟังก็บอกว่า “ ใครจะสำคัญอย่างไรก็แล้วแต่
หากไม่มีนิ้วหัวแม่มือเวลาจะหยิบจับของอะไรจะหยิบถนัดได้อย่างไร
เวลาใครลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แม้แต่เข้าโรงรับจำนำ
หรือการแสดงหลักฐานแทนการลงลายมือชื่อ
เขายังต้องใช้นิ้วฉันพิมพ์ลายนิ้วมือ “
มือได้ฟังนิ้วทั้ง 5 อวดความยิ่งใหญ่ของตน ก็สุดแสนรำคาญ
จึงห้ามปรามและอธิบายให้ฟัง
“ ลองนึกดูให้ดี
ถ้าเกิดมีใครตัดนิ้วหนึ่งนิ้วใดขาดหายไป
นิ้วพวกท่านที่เหลือจะทำงานได้สะดวกหรือ
แล้วมือของเราก็คงต้องพิกลพิการ ดูไม่งามอย่างนี้หรอก
ทุกนิ้วล้วนมีความสำคัญทั้งนั้น ถ้าไม่สามัคคีกัน
แล้วจะร่วมกันทำงานให้สำเร็จได้อย่างไร “
นิทานเรื่องนี้คงเตือนใจผู้บริหารทั้งหลายได้อย่างดีว่า
จะต้องตั้งหลักให้ดี อย่ามัวแต่เมาทฤษฎีจนจัดกระบวนทัพไม่ถูก
หรือไปให้ความสำคัญกับนิ้วใดนิ้วหนึ่งจนทำให้องค์กรเกิดความยุ่งเหยิง
บุคลากรเกิดความขัดแย้งกัน
เพราะถ้าองค์กรใดเป็นเช่นนี้
ความฝันที่จะบริหารให้เป็นองค์รวมคงจะสำเร็จได้ยาก
************************************
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงาน.
การพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทไทย.
กรุงเทพมหานคร : สหมิตรพริ้นติ้ง จำกัด, 2546.
ทศพร ศิริสัมพันธ์. การวางแผนเชิงกลยุทธ์.
เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะหลัก
ด้านการบริหารสำหรับนักบริหารระดับสูง
สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน, 2545.
ประพนธ์ ผาสุกยืด. บริหารอย่างไรในยุคโลกาภิวัตน์.
กรุงเทพมหานคร : บริษัทไอคิวซิสเตมส์ จำกัด, 2539.
เพิ่มผลผลิตแห่งชาติ,สถาบัน. PDCA วงจรสู่ความสำเร็จ.
กรุงเทพมหานคร: บริษัทประชาชน จำกัด, 2543.
สุพักตร์ พิบูลย์. กลยุทธ์การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์กร.
นนทบุรี : จตุพรดีไซน์, 2544.