เสื้อผ้าเต็มตู้ แต่ไม่เคยรู้สึกว่าพอ
แสดงว่าใจของเรายังพร่องอยู่
ในขณะที่แม้เสื้อผ้าจะไม่เต็มตู้......แต่ใจเราพอ เราก็ไม่ต้องวิ่งตามความอยากของตัวเอง
เพราะฉะนั้นตู้เสื้อผ้าที่มีผ้าเต็มตู้ก็อย่างหนึ่ง
ใจของเราที่พร่องก็อย่างหนึ่ง
ถ้าเราพบว่าใจของเรานั้นเต็มไปด้วยความสุขที่รู้จักการใช้ชีวิต อย่างเช่น การแต่งกายอย่างมีกาลเทศะ ไม่ว่าเราจะมีเสื้อผ้าเต็มตู้หรือไม่ เราก็จะสวยสมกับกาลของเรา
มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเสื้อผ้า แต่ขึ้นอยู่กับการมีกาลเทศะในการแต่งตัว
ถ้าเราเป็นคนที่มีเสื้อผ้ามาก......แต่ไม่รู้กาลเทศะ
ที่มากก็ดูรก
แต่ถ้าเรามีเสื้อผ้าไม่มาก แต่รู้จักมีกาลเทศะ เราจะรู้จักการดัดแปลง และการใช้สิ่งที่มีอยู่เป็นและคุ้มค่า
เสื้อผ้าเป็นอาภรณ์ที่จะทำให้เรามีสังคมของการใช้ชีวิต ที่จะทำให้เรามีสติปัญญาที่จะใช้ตัวเรากับสังคมของเราอย่างรู้กาล
เสื้อผ้าไม่ได้เป็นตัวบอกสถานภาพว่าเรารวยหรือเราจน แต่เสื้อผ้าเป็นสิ่งที่ทำให้ ตัวผู้สวมใส่รู้จักการแสดงสติปัญญาของบุคคลที่รู้จักใช้เป็น..........ก็สุขเป็น แต่ถ้าใช้ไม่เป็น ถึงแม้จะมีเยอะแค่ไหน.....ก็ไม่เป็นสุข
ขอให้คุณกลับมาดูตู้ข้างใน......คือใจของคุณ ที่มีสติปัญญาเป็นอาภรณ์ที่จะทำให้เรารู้จักใช้สิ่งที่เราควรจะใช้อย่างงดงามทุกครั้งตามกาล อย่างนี้แล้ว.....ถึงจะมีเสื้อผ้าไม่มาก แต่ใจก็เป็นสุขได้
และแม้ว่าเสื้อผ้ายังมากอยู่ คุณก็รู้จักใช้และแบ่งปันสิ่งที่มีนี้ไปยังบุคคลที่ต้องการ คราวนี้คุณก็ไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้คนเดียว แต่คุณมีความสุขในอันที่จะแบ่งปันสิ่งที่คุณมีไปยังบุคคลที่ต้องการและจำเป็น
เหมือนคุณได้เห็นว่า....ถ้าคุณต้องตัดสินใจที่จะซื้ออะไรสักอย่าง คุณจะไม่ได้ซื้อด้วยความอยาก แต่คุณซื้อมันด้วยความจำเป็นจริงๆ ของร่างกายและสังคมที่คุณอยู่
คราวนี้ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะมีมากหรือน้อย
แต่เป็นการแต่งตัวด้วยความต้องการของชีวิตที่รู้กาลเทศะ ไม่ใช่การแต่งตัวตามความอยาก อันเป็นกระแสแห่งตัณหา.......
คุณจะไม่ตกเป็นเหยื่อของตัณหา
สวยได้ค่ะ....แต่อย่ารุงรัง
ขอบคุณค่าได้แง่คิดดีดีคะ
เพื่อนของนู๋เปงแหละ...พอดีเกิดมาหุ่นไม่สวยเลยยไค่อยซื้อ!
อ่านแล้วสบายใจ และได้ความรู้ด้วย
มีอีกไหม เขียนอีกๆ
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ คนดีๆ สังคมดีๆ ที่ไม่ค่อยมีให้เห็น