11 กุมภาพันธ์ 2009
เมื่อวานนี้ปลุกนาฬิกาตั้งแต่ตีห้า แต่งชุดขึ้นวอร์ดที่เอามาด้วยเป็นชุมชุมชน กางเกงดำ เสื้อสีฟ้า เตรียมอาหารและน้ำพร้อม Cindy ซึ่งเป็นอาจารย์มารับ ไปถึงโรงพยาบาล St Mary ประมาณหกโมงเช้า มีนักศึกษา 9 คนฝึกที่วอร์ดพิเศษออร์โธปิดิกหกคน ห้องฉุกเฉิน 1 คน และ ห้องแคทแลบหัวใจ (Cardiac Catherization Lab) 2 คน ตามนโยบายเขาให้อาจารย์ 1 ต่อ นักศึกษา 10 คน ภาระงานของอาจารย์ประจำที่นี่ 12 เครดิต (คิดรวมทฤษฎี ปฏิบัติ และทำวิจัยด้วย)
การเลือกคนไข้ให้นักศึกษาโดยปรึกษากับหัวหน้าพยาบาลเวรดึกซึ่งพริ้นข้อมูลสรุปคนไข้มาให้พร้อม คนละประมาณ 3 แผ่น มีข้อมูลพื้นฐาน การตรวจร่างกายและแลป สรุปปัญหาทางการพยาบาลและการรักษาครบถ้วนดีมาก นักศึกษาทยอยมาถึงก่อน 7 โมงแล้วก็รับมอบหมายงาน ซินดี้ไปติดตามนักศึกษาตามห้องต่างๆ เดินวนไปวนมาในวอร์ด เข้าห้องโน้น ออกห้องนี้ คิดว่าวันนี้คงเดินไม่ต่ำกว่าสามสี่ไมล์ พอเก้าโมงก็เป็นเวลาแจกยา นักศึกษาต้องให้ยาคนไข้ที่ตนดูแล ห้องเก็บยาต้องใช้พาสเวร์ดเข้า การเปิดตู้เก็บยาที่เรียกว่า ออมนิเซล (Omnicell) ต้องใช้พาสเวอร์ดของพยาบาลและคนไข้ เป็นระบบป้องกันความปลอดภัยดีมาก ห้องเก็บของซัพพลายก็ใช้พาสเวอร์ดเช่นกัน เขามีกาแฟให้คนไข้เท่านั้น เสริฟอาหารเช้าประมาณ 8 โมง พยาบาล 1 คนดูแลคนไข้ 10 คน ทั้งวอร์ดมีคนไข้ประมาณ 40 คน เตียงคนไข้ทันสมัยมาก ใช้รีโมทตลอดถ้าต้องการปรับระดับ และมีลำโพงข้างๆด้วย ที่หัวเตียงทุกห้องจะมี ราวติดข้างฝาที่มีออกซิเจน อากาศ suction พร้อม สังเกตว่าอาจารย์จะแนะนำตัวเองแก่คนไข้ทุกครั้ง มีคนใข้คนหนึ่งมีบันทึก Do Not Resusciatation (DNR) ระดับที่ 1 หมายความว่า หากคนไข้หยุดหายใจ ไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าเป็นระดับสอง จะมีให้เลือกว่า จะแค่ใส่ท่อ หรือจะให้ใช้เครื่องช่วยหายใจ ใช้ยาหรือไม่ ได้ขอตัวอย่างเอกสารต่างที่น่าสนใจมาหลายอัน เช่น คำสั่งแพทย์หลังผ่าตัด การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ฯลฯมีคนไข้เป็นเบาหวานหลายคนเลย ใช้ PCA ก็มี
พอสิบโมง นักศึกษาจะมาพบกันในห้อง Conference เพื่อรายงานผลการให้การพยาบาลคนไข้เป็นรายบุคคล อาจารย์ก็จะซักถามด้วย ตอนสิบเอ็ดโมงมีการสอนวิธีใช้ Novolog และวิธีฉีดยาไต้ผิวหนัง นักศึกษาจะมีเรียน 12:50 ก็เลยเลิกชั้นประมาณเที่ยงระหว่างกลับโรงเรียน ซินดี้พาไปกินกลางวันที่ร้าน ซูซี่ บอกว่าเป็นร้านของแม่ของเพื่อนเขา สงสัยจะมาที่นี่บ่อยเพราะดูคนที่นี่ทักทายเขาดี เขาแนะนำ ซุปและแซนวิช จึงเลือกซุป Green stuff paper มีข้าวในซุปด้วย ซินดี้กินซุปมะเขือเทศ ส่วนแซนวิชกินแบบทูน่าเหมือนกัน ก็เลยอิ่มแปล้ก่อนจะไปเข้าชั้นเรียนของ Professor Schmidt ตอนบ่ายโมง แล้วก็ประชุมกับคณบดีตอนสามโมง
เดินกลับบ้านประมาณห้าโมง อากาศดีมาก แดดจ้าอุณหภูมิประมาณ 55 F. พอมาถึงบ้าน Professor McGuigan ก็แวะมาเยี่ยมแล้วไปรับ Annette เพื่อไปซื้อของที่วอลมาร์ท คราวนี้ขอเวลาเขาสองชั่วโมง เพราะวอลมาร์ทใหญ่มากพอๆกับโลตัสบ้านเรา หาอะไรไม่ค่อยเจอ ต้องเดินเข้าทุกช่อง วันศุกร์นี้จะทำแกงเขียวหวานให้เขาและภรรยาทานก็เลยต้องซื้ออกไก่สดไม่มีกระดูกไว้ กะทิมีแล้วหนึ่งกระป๋อง เมื่อวานตุนของกินไว้เยอะมาก คงอยู่ได้อย่างน้อย สองอาทิตย์เลย ซื้อทั้งนม ขนมปัง อาหารกระป๋อง ผัก ผลไม้ แฮม อ้อ ได้ไก่ย่างตัวโตๆมาตัวหนึ่ง มันหอมน่ากินมาก ราคาสี่เหรียญกว่า ก็ตกร้อยกว่าบาท ขนาดใหญ่กว่าไก่ย่างห้าดาวแต่รสชาติยังไงก็สู้ไม่ได้ แต่ อย่างน้อยมีไก่ย่างกินก็ยังดี
บ่ายนี้จะเขาประชุมคณบดี (Faculty Senate) ไปกับคณบดี และ Professor Kessler ได้ agenda มาอ่านล่วงหน้าแล้ว ดูคล้ายๆประชุมผู้ประสานงานวันอังคารที่ มพย. แต่วันนี้ท่านอธิการบดีจะนำเสนอผู้ที่สมัครเป็นรองอธิการบดี (Provost) ซึ่งมาจากมหาวิทยาลัยอื่นหมดเลย ทั้งสี่คนจะมาพบกับคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาที่นี่อาทิตย์หน้า คล้ายกับมาแนะนำตัว หาเสียงว่างั้นเถอะ ก็เป็นโอกาสดีได้เรียนรู้การสรรหา และลงคะแนนเลือกผู้บริหารระดับสูงของที่นี่ ซึ่งต่างจากบ้านเราโดยสิ้นเชิง นอกจากนั้น วันพรุ่งนี้จะมี President Forum คืออธิการบดีจะเปิดออฟฟิสให้บุคลากร นักศึกษาเข้าพบเพื่อร้องเรียน สัมภาษณ์ ถามตอบ ได้ทุกเรื่อง นับเป็นการปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารที่น่าสนใจมาก