ควรนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์จำหน่ายในชุมชน หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สามารถปฏิบัติได้

จาการบันทึกการดำเนินงานในพื้นที่อำเภอวัดสิงห์  และอำเภอหันคา เมื่อมาถึงอำเภอหนอนงมะโมงและอำเภอเนินขาม คือ

ครั้งที่ 3  วันที่  26  มีนาคม  2552 ณ ศาลาวัดพุน้อย หมู่ 6 ตำบลสะพานหิน

ครั้งที่ 4  วันที่  27  มีนาคม  2552 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หมู่13 ตำบลกะบกเตี้ย

จะมีแนวทางที่เหมือนกันจะแตกต่างกันตรงที่ความสนุกกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของอำเภอหนองมะโมงที่ผู้ร่วมเสวนาได้พูดหยอกล้อกันไปตลอดการเสวนา เป็นบรรยากาศที่ไม่เคร่งเครียดถึงแม้ว่าจะกังวลกับราคามันสำปะหลังที่ตำ และในช่วงของการเสวนาเป็นช่วงที่ดินมีความชุ่มชื้นหลังฝนตกลงมาเป็นโอกาสที่เกษตรกรจะได้ปลูกมันสำปะหลังแข่งกับการระเหยของน้ำในดิน ที่จะลืมไม่ได้จึงขอขอบพระคุณคือคุณเทวี  ดีอ่วม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ประจำตำบลสะพานหิน อำเภอหนองมะโมง นายปัญญา  บางแสง เกษตรอำเภอเนินขาม พี่สถิต ศรีสุข นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและน้องสิริน  กาฬภัคดี  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ที่ได้พาเกษตรกรเข้าร่วมเสวนา

ประเด็นสำคัญของแนวทางแก้ปัญหาการผลิตมันสำปะหลัง

ปัญหาด้างๆ จะเหมือนกับของสองอำเภอ จึงขอกล่าวถึงปัญหาบางส่วนเท่านั้น คือเกษตรกรกล่าวว่าพร้อมที่จะรวมกลุ่มเพื่อการเรียนรู้และบริหารจัดการทรัพย์สินที่ทางราชการให้การสนับสนุนเช่น  ดินดานและดินขาดความอุดมสมบูรณ์  ต้องทำการวิเคราะห์ดินเพื่อการใช้ปุ๋ยและปรับปรุงบำรุงดินตามค่าวิเคราะห์ดิน  สำหรับปัญหาขาดแคลนพันธุ์นั้น ตามที่สอบถามว่าทำไมไม่เก็บแปลงพันธุ์ไว้ใช้เอง  คำตอบที่ได้รับคือขาดแคลนน้ำส่งผลให้ต้นพันธุ์แคระแกร็นไม่สมบูรณ์  แนวทางแก้ปัญหาจัดทำแปลงพันธุ์มันสำปะหลังของชุมชน โดยอาจได้รับความสมัครใจ หรือการอาสาจากสมาชิกที่มีความพร้อมในการผลิตแปลงพันธุ์มันสำปะหลัง

ด้านราคามันสำปะหลังตกต่ำ สมาชิกร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็นอย่างน่าสนใจว่า  ควรนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์จำหน่ายในชุมชน หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สามารถปฏิบัติได้