..

 

 

...  อากาศร้อนๆ จริงๆ ค่ะ  ปีนเขาก็แล้ว ลงน้ำก็หลาย  ...  แต่ก็ยังไม่หายร้อนนะคะ  ...  งั้นต้อง ดับร้อน ด้วย ธรรมะใกล้ตัว  ดีกว่าค่ะ ... 

ก่อนศึกษาพระไตรปิฎก
ดูเหมือนเรารู้อะไรจริงหลายๆเรื่อง
มีของของเราแน่ๆ
กายใจนี้คือสัญลักษณ์แทนความเป็นเราแน่ๆ
ตัวเราปรากฏอยู่ในโลกนี้แน่ๆ

แต่พอเริ่มศึกษาพระไตรปิฎก
ก็กลายเป็นว่าเรายังไม่รู้อะไรเลย
ของของเราที่คิดว่ามีมันไม่มี
กายใจที่คิดว่าเป็นเราก็ไม่ใช่
แม้ภาพและเสียงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจะแจ่มชัด
แต่โลกและจักรวาลก็ลึกลับคลุมเครือ
ทุกอย่างมีเหตุมีผล
แต่เหมือนไร้เหตุผลของการมีการเป็น
เกิดขึ้นเพื่อรอเวลาดับลงอย่างไร้แก่นสาร

พอเข้าใจพระไตรปิฎก
ดูเหมือนเรารู้จริงกระจ่างแล้ว
ทุกสิ่งที่เรารู้ต้องถูกแน่ๆ
ทุกสิ่งที่ใครค้านเราต้องผิดแน่ๆ
ทุกสิ่งที่เราทำไปเป็นบุญแน่ๆ
ทุกสิ่งที่ใครทำขัดตาเราเป็นบาปแน่ๆ

แต่พอเริ่มเห็นในสิ่งที่พระไตรปิฎกชี้ให้มอง
ก็ดูเหมือนเราสำคัญตัวผิดไปทั้งเพ
ที่นึกว่าเข้าถึงอย่างแจ่มแจ้ง
แท้จริงเพิ่งเข้าใจถูกแค่วูบเดียว
เวลาที่เหลือยังเข้าใจผิดเท่าๆกับชาวบ้านร้านตลาด
หายใจก็นึกว่านี่ลมหายใจของเรา
ขยับตัวก็นึกว่านี่ร่างกายของเรา
เป็นสุขก็นึกว่าความสุขของเรา
เป็นทุกข์ก็นึกว่าความทุกข์ของเรา
ฟุ้งซ่านก็นึกว่าเราฟุ้งซ่าน
สงบก็นึกว่าเราสงบ
อะไรๆก็ตัวเรา เรื่องของเรา หรือเกี่ยวกับเราไปหมด
ยังคงมีเราเป็นศูนย์กลางของความสำคัญร่ำไป


เมื่อมีแก่ใจเอาแต่เฝ้าดูในสิ่งที่พระไตรปิฎกชี้ให้มอง
เราดูเหมือนรู้จริงขึ้นมาอีกครั้ง
เพียงแต่ครั้งนี้ไม่มีใครเป็นคนรู้จริง
เหลือแต่ความรู้จริงปรากฏอยู่
ไม่มีกูใหญ่ ไม่มีกูเก่ง ไม่มีกูเอง
มีแต่หลอกว่าเป็นกู
มีแต่รู้ตัวว่าถูกหลอกมาตั้งนาน

พอเห็นลึกลงไปอีกจึงทราบชัดว่า
ต่อให้เคยเข้าใจเพียงใด
ต่อให้เคยเข้าถึงมาแค่ไหน
ตราบใดใจยังมีอาการทะยานอยากได้หมายมั่น
ใจนั้นไม่มีทางไม่มีกู
ตราบใดใจยังเกิดอาการกลัดกลุ้มอาฆาต
ใจนั้นไม่มีทางไม่มีมึง

เพราะกูกับมึงมีอยู่
ตัวกูจึงเป็นทุกข์ร่ำไป

ดังตฤณ
เมษายน ๕๒

ขอบคุณนิตยสารธรรมะใกล้ตัว