การศึกษานั้นมาตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย
การศึกษามีทั้งที่ดีและที่ไม่ดี ขึ้นอยู่กับตัวของผู้เรียน
เพราะการศึกษานั้นมีส่วนสำคัญคือ ผู้เรียน ผู้สอน
และเนื้อหาการเรียนการสอน เพื่อที่จะทำให้เด็กนั้นพัฒนาขึ้นมา
แต่ในสมัยอดีต ผู้สอนนั้นไม่คำนึงถึงเรื่องเนื้อหา
แต่คำนึงถึงประสบการณ์การทำงานเป็นหลัก
จึงทำให้เกิดการศึกษาแบบการลักจำ
และการพัฒนาจากความทรงจำต่างๆเป็นระบบแบบแผน
ทำให้การศึกษาไทยน้นหยุดนิ่งเพราะว่า การเรียนด้วยการจำนั้น
มีข้อจำกัดในตัวของรูปแบบนี้เอง
ในปัจจุบัน การศึกษานั้นไม่เน้นถึงเนื้อหาที่หลากหลาย
แต่เน้นที่ความเก่งเฉพาะด้าน
ในการสอนนั้นก็ต้องมีครูผู้สอนที่เก่งเฉพาะด้านนั้นๆออกมาตามกัน
ซึ่งเป็นไปได้ เพราะการศึกษาได้ถูกปรับใช้เข้ากับการทำงาน
จึงเป็นไปได้ว่า
การศึกษาด้วยการพัฒนาทักษะจะได้รับความนิยมสูงขึ้นในปัจจุบัน
ในอนาตค การศึกษาไม่จำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน การศึกษาอาจจะเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคคลไม่จำเป็นต้องมาเรียนในโรงเรียน หรือสถานที่ๆจัดไว้ให้ก็ได้ อาจจะเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เป็นการทำให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลายไม่จำกัด

ในเมืองไทยนั้น ควรจะพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า ความฉลาดหลากหลาย หรือ พหุปัญญา ให้มากขึ้น เพราะการที่ผู้เรียนรู้เพียงเรื่องเดียวจะทำให้โลกทัศน์ของการศึกษานั้นแคบ ไม่เปิดกว้าง และพัฒนาไม่ได้ จึงคิดว่า การใช้พหุปัญญา (Multiple intelligence) เป็นตัวช่วยให้เกิดการพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า
แต่ไม่เพียงการศึกษา ควรพัฒนาทางด้าน จริยธรรม ความดีของคนควบคู่ไปด้วย
ผู้มึนงงกับชีวิต