“อรอิน” ผู้เป็นแม่เอื้อนเอ่ยบอกเด็กน้อยทั้ง 2 ว่า “แม่จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้หนูให้ได้” พร้อมกับดึงร่างของเด็กน้อยทั้ง 2 เข้ามาสวมกอด

             

      

              จากบทความเดิมค่ะ ที่กล่าวถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนหนึ่ง

             ในบทความนี้ก็เช่นเดิมค่ะยังคงเป็นเรื่องความรักของผู้หญิงคนหนึ่งเช่นกัน

             แต่จะเป็นความรักในมุมมองไหนลองไปสัมผัสดูค่ะ 

         

         เธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก เวลาที่เธอมีความสุขเธอจะเป็นผู้หญิงที่ยิ้มได้สวยที่สุด

         เวลาที่เธอเศร้าและมีน้ำตาเธอจะเป็นคนที่เศร้าที่สุดเช่นกัน

         เธอไม่ใช่นางงาม เธอไม่ใช่นักแสดง และเธอเองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

         แต่เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนนึงที่แทนตัวเองว่า “แม่”เท่านั่นเอง

         บ่อยครั้งที่หลายคนลืมท่านเวลามีความสุข

         ในทางกลับกันเวลาเราทุกข์ใจเรามักคิดถึงท่านเป็นคนแรก

         แต่ท่านก็ไม่เคยที่จะบ่นน้อยใจหรือต่อว่ามีแต่คำปลอบโยนที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

         ที่พร้อมจะมอบให้คนๆๆนึงที่ท่านแทนคำสรรพนามกับคนๆนั้นว่า “ลูก”

         ท่านเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เราไม่มีทางลืมได้อย่างถาวรจริงไหมค่ะ  

        แน่นอนค่ะบทความนี้เป็นเรื่องราวความรักของผู้หญิงที่แทนตัวเองว่า “แม่” นั่นเอง

    

                  เช้าวันที่ฟ้าแจ่มใส ตะวันสีส้มสวยเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า สายลมแผ่วเบาพัดผ่านเส้นผมยาวสลวย

                  ของหญิง 3 คน ที่ยืนอยู่ท่ามกลางหาดทรายสีขาว เสียงหัวเราะหยอกล้อกันของพวกเธอทั้ง 3 คน

                   สร้างสีสันให้หาดทรายผืนสวยนั้นได้ไม่น้อย 2ใน 3 คนนั้นเป็นหญิงสาววัยแรกแย้ม

                   หญิงสาวคนแรกเธอถูกเรียกว่า “ปักปิ่น” อายุราว 15 ปีได้ หญิงสาวคนที่สองเธอชื่อ “กลิ่นแก้ว”

                   อายุของเธอห่างห่างจากปักปิ่นเพียง 4 ปีเท่านั้น แล้วเธอคนนั่นล่ะ 1 ใน 3 คน

                   เธอคือใครนะ แล้วเกี่ยวข้องกับ “ปักปิ่น”และ”กลิ่นแก้ว”ยังไง

                   เธอเป็นนางเอกของเรื่องเลยล่ะค่ะ อายุอานามก็ราวๆ 40ปีแล้ว เธอถูก “ปักปิ่น”

                   และ “กลิ่นแก้ว" เรียกว่า “แม่”และใครหลายๆคนเอ่ยถึงเธอในชื่อ “อรอิน”

                   หลายคนอาจจะสงสัยว่ามีแม่และลูกแล้ว แล้วผู้ชายอีกคนนึงที่ “ปักปิ่น” และ “กลิ่นแก้ว”

                   ควรจะเรียกเขาว่า “พ่อ”ล่ะ เขาหายไปไหน ทำไมถึงปล่อยให้ “อรอิน”และลูกสาวอีก 2 คน

              อยู่กันเพียงลำพัง แล้ว “ปักปิ่น” และ “กลิ่นแก้ว”เคยเรียกร้องหาผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “พ่อ” คนนี้ไหม

                   คนที่จะเฉลยข้อข้องใจนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากตัว “ปักปิ่น”และ “กลิ่นแก้ว”เอง 

    

 คำที่เอ่ยจากปากของเธอทั้ง 2 เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ คือ เขาจากพวกเธอไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ด้วย

มะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งตอนนั้นเธอทั้ง 2 ยังเด็กมากไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร แต่ที่พวกเธอรู้ คือ

“น้ำตาแม่ไหล” มันทำให้เธอทั้ง 2 ร้องให้ตามอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์นั่นมันคืออะไร และใช้มือ

น้อยๆของพวกเธอยื่นไปบนใบหน้าของผู้เป็น “แม่” แล้วค่อยๆปาดน้ำตาที่นองหน้าอย่างไม่ขาดสายนั่นออกไป

หากแต่ทำให้ผู้เป็นแม่ยิ่งบีบไล่น้ำตานั้นออกมาอย่างยากจะหยุดยั้ง นอกจากมือน้อยๆและอ่อนนุ่มที่วางบนใบหน้านั่น

 ยังมีเสียงปลอบประโลมจากเธอทั้ง 2 ตามประสาเด็กที่เปล่งออกมาได้เพียง “แม่อย่าร้องให้นะ แม่อย่าร้องให้”

นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่พวกเธอทำได้  “อรอิน” ผู้เป็นแม่เอื้อนเอ่ยบอกเด็กน้อยทั้ง 2 ว่า

“แม่จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้หนูให้ได้” พร้อมกับดึงร่างของเด็กน้อยทั้ง 2 เข้ามาสวมกอด

 ท่ามกลางสายตาหลายคู่ของบรรดาญาติที่เฝ้ามองด้วยความสงสาร

     บรรยากาศวันนั้นเงียบเหงา ใบหน้าทุกคนเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

 หลังเวลาอันเศร้าใจนั้นผ่านไป การเริ่มต้นวันใหม่ของ “อรอิน” ที่ปราศจาก “เจนกิจ” ผู้เป็นสามีเริ่มขึ้น

แต่เธอบอกกับตัวเองเสมอว่า “คุณยังอยู่กับฉันตลอดเวลา” ชีวิตนับแต่นี้ต่อไป เธอปณิธานว่า   “เธอจะอยู่เพื่อลูก”

         หยุดไว้แค่นี้ก่อนนะค่ะ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปและเรื่องราวจะเกี่ยวข้องกับบทความที่แล้วอย่างไร อย่าลืม

ติดตามตอนต่อไปให้ได้นะค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่จะมาแสดงความคิดเห็นร่วมกันไว้ล่วงหน้า ไว้รอเจอเจอกันบทความหน้าค่ะ

>>กันเกรา