ผมก็ได้คืนข้อมูลให้กับชุมชนว่า ในหมู่บ้านของเรามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างไร การที่กินน้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบเข้าไป

 

ที่ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ก็จะเป็นอีกบริบทหนึ่ง ที่คุณหมอเริงสิทธิ์ หรือคุณหมอแอ๊ด ได้บอกว่า งานชุมชนนี้ เป็นงานที่ดึงคุณหมอแอ๊ดออกมาจากคลินิก สู่ชุมชนได้ ตอนนี้ก็คลุกคลีอยู่กับชุมชน ความสำเร็จของคุณหมอแอ๊ดไม่ได้ทำสำเร็จแบบปุ๊บปั๊บตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าไปทำเลย แต่ว่า คุณหมอแอ๊ดมีประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ที่ทำกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุ ...

ทพ.เริงสิทธิ์ นามวิชัยศิริกุล ... คุณหมอแอ๊ด เล่าว่า

ผมจบการศึกษาทันตแพทย์ ปี 32 ปัจจุบันปี 52 ... 20 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยคิดว่า ผมจะมาออกชุมชน และไม่เคยคิดว่า งานชุมชนจะสร้างคุณค่าให้กับชีวิตของผมได้มากขึ้นขนาดนี้

เมื่อปี 48 ผมได้รับเชิญจากสถาบันทันตกรรม ให้ไปร่วมอบรมโครงการผู้สูงอายุที่เชียงใหม่ ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมมีความรู้สึกว่า อาจารย์จะพูดถึงเรื่องของคุณภาพชีวิต และพาพวกเราไปในหมู่บ้าน และสัมภาษณ์ ตาม OIPD index เป็นการประเมินคุณภาพชีวิตในขณะที่เขามีสุขภาพช่องปากอยู่ในลักษณะแบบนั้นๆ

ผมเกิดภาพว่า ผมจะเข้าไปในชุมชน ก็คงจะเข้าไปในลักษณะพูดคุย และคำว่า การทำงานของผมคงจะหมายถึง การเข้าไป ตรวจในปาก และทำคนไข้ เหมือนกับเปลี่ยนที่จาก รพ. เข้าสู่ชุมชน เช่นนั้น แต่แรก ... ความคิดของปี 48 ที่อบรมมา ก็มีความคิดที่อยากจะทำ ก็จะทำในผู้สูงอายุ และเป็นช่วงที่อยากจะเอาผลงานเข้าไปขอปรับ อวช. ด้วย

พอปี 49 จังหวัดบุรีรัมย์เลือกพุทไธสง กับประโคนชัย มาเป็นอำเภอนำร่อง ในเรื่องส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ผมก็มีความคิดที่อยากจะทำด้วย และเมื่อพุทไธสงได้มีการนำเสนองานระดับจังหวัด และผมก็นึกชื่นชม และเก็บมาเป็นต้นแบบว่าเรามีแนวทางแล้ว แบบพุทไธสง และพอมาปี 50 พี่อ๋อย ที่ สสจ.บุรีรัมย์ ถามในที่ประชุมว่ามีใครสนใจทำอีก ผมก็ตอบรับไปทันที ทั้งๆ ที่ตอนนั้น ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร

อำเภอลำปลายมาศ ประกอบไปด้วย 6 หมู่บ้าน หมู่บ้านที่ผมทำงานอยู่ก็คือ ตำบลลำปลายมาศ และที่ผมจะทำต่อ ก็คือ หมู่ 2 บ้านสวนแตง

ลักษณะที่ผมเข้าไปตอนแรก ผมก็เข้าไปตามรูปแบบของพุทไธสง ก็คือ เข้าไปในวัด พยายามจะตรวจฟันผู้สูงอายุ แต่ชุมชนของหมู่ 4 ผักกาดหญ้าที่เข้าไปครั้งแรกนั้น เข้าวัดกันค่อนข้างน้อย และผมมีความรู้สึกว่า ผมจะไปดึงคนแก่มาแปรงฟัน หรือทำอะไร มันเป็นสิ่งที่ยากมาก ผมก็เลยหาที่ปรึกษา ... ก็คือพี่อ๋อย ว่า พี่ครับ ผมทำไปไม่เหมือนพุทไธสงเลย ผมจะทำอย่างไรดี โครงการที่รับปากมาก็ยังไม่ได้เริ่มเลย

และพี่อ๋อยก็ยังเป็นตัวกระตุ้นว่า โครงการหมอต้องไปนำเสนอวันที่ 14 กุมภา นะ ที่ศูนย์อนามัยที่ 5 ตอนนั้นผมก็เลยเขียนโครงการขึ้นมาในลักษณะที่ว่า ส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุปี 2550 และก็เอาตามความเข้าใจเลย ว่าจะออกไปให้บริการผู้สูงอายุ 100 คน ในหมู่ 4 ผักกาดหญ้า

จากการไปประสานงานแล้ว ผมก็คิดว่า เราเป็นหมอมาตั้ง 18 ปี ใน รพ. ใครเขาก็ฟังเรา แล้วก็ เจอเราเขาก็นอบน้อมไปซะหมด แต่พอเราเข้าไปในชุมชน เหมือนกับว่า อะไรก็ยากไปซะหมด และผู้สูงอายุของผมแต่ละคน ก็มีแต่เจ็บๆ ป่วยๆ จะออกมาก็ไม่ได้ ก็ เอ้ ทำไมเป็นอย่างนั้น และครอบครัวเอง บางทีคนที่จะออกมา ครอบครัวเขาก็มีภาระ ผู้สูงอายุรวบรวมมาค่อนข้างได้น้อยมาก ที่จะมาทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง

บวกกับชุมชนเมือง ที่นี่เป็นเทศบาล เพราะฉะนั้น การทำมาหาเลี้ยงชีพของเขา จะทำงานไปซะหมด แทบจะไม่มีเวลามาให้เรา และบวกกับเวลาที่เราออกก็จะเป็นเวลาที่เขาไม่ได้อยู่ อะไรต่างๆ นานา ทำให้ผมมีความรู้สึกว่า เริ่มเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ในขณะที่จริงๆ แล้ว ช่วงต่อๆ มา ก็มีการอบรม และเห็นอะไรมากขึ้น

หลังจากที่นำเสนอผลงาน 14 กพ. เสนอโครงการไป ก็ได้รับการเสนอแนะมาว่า การออกไปให้บริการ ทั้ง 100 คน ไม่น่าจะเป็นไปได้ น่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงการใหม่ ... ผมก็เลยมานั่งเปลี่ยนโครงการใหม่ คิดไป และไปหาฝ่ายส่งเสริม เขาก็บอกว่า น่าจะเอา อสม. เข้ามาเป็นเครือข่ายของหมอ ผมคงทำเองไม่ได้ ผมก็เริ่มรู้จักคำว่า อสม. และบทบาทที่จะมาช่วยผมชัดมากขึ้น ว่าเขามาทำอะไร ... หลังจากนั้น เขาก็พาผมเข้าหมู่บ้านอย่างมีภาษี ไม่ใช่ว่า ไปขอเขาทำ เข้าไปแบบว่า มีคนทำก็ไป หมอจะเอาอะไร เขาก็จะพาเราไป

ทุกอย่างผมก็จะเริ่มตรงเข้าไปหา อสม. และเวลาต่างๆ ให้ อสม. เป็นคนกำหนด ไม่ใช่ว่า ผมจะกำหนดไปเวลานั้น เวลานี้ ให้เขากำหนดว่า ว่างเมื่อไร เขาพร้อมจะพบหมอเมื่อไร

ความคาดหวังที่ว่า เราอยากจะทำฟัน ตอนนั้น 100% ทุกคนมีฟันเต็มปาก 100% ก็ไม่เหมือนกับที่เราคิดไว้แต่แรก ว่า จริงๆ แล้วบางคนที่ไปสอบถามจริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากมาหาเราเท่าไร และไม่อยากที่จะใส่ฟัน และการทำงานจริงๆ จะไปเอาเฉพาะ 60 ปีขึ้น จะว่าผู้สูงอายุจริงๆ ก็ไม่ใช่ ผลสุดท้าย กิจกรรมของเราก็จะหลากหลายไปเสียทั้งหมด ทั้งวัยทำงาน วัยเด็ก ก็จะออกมาทั้งหมด

หลังจากนั้น ด้วยความที่พี่อ๋อยบอกว่า เดี๋ยวกรมอนามัยจะมาดูงานหมอ อันนี้มากระตุ้นงานผมทันที ผมก็เอาคำพี่อ๋อยไปบอกชุมชนว่า นี่ กรมอนามัยที่ กรุงเทพฯ จะมาดูงาน เราต้องรีบช่วยกันทำโครงการทุกอย่างขึ้นมา วันนั้น ก็เปลี่ยนจากชื่อโครงการ ส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุเป็น รวมพลังสร้างนโยบายชุมชน ... เราก็มีการดำเนินงาน วันที่ 20 พค. ต่อมา หลังจากที่เราไปนำเสนอโครงการเมื่อ 14 เมย.

ผมเอา อสม. ทั้ง 13 คน ที่เป็นแขนขา และผู้สูงอายุที่แข็งแรง โดยให้ อสม. แต่ละคนไปหามา 2 คน และผู้ใหญ่บ้านมาเข้าโครงการของเรา รวม 40 คน

ผมก็ได้คืนข้อมูลให้กับชุมชนว่า ในหมู่บ้านของเรามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างไร การที่กินน้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบเข้าไป และแบ่ง อสม. ออกเป็น 3 กลุ่ม และตั้งประเด็นว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กในชุมชนจะลดการบริโภคน้ำอัดลม และขนมกรุบกรอบอย่างไร ให้เขาช่วยกันคิด ... ทั้ง 3 กลุ่ม ต่างคนก็ต่างคิดกันมา เราก็เอาทั้ง 3 อันมารวมกัน เขาก็บอกว่า บอกผู้ปกครองไม่ให้ลูกกิน บอกให้ผู้ปกครองไปบอกโทษของการกินน้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ ขอร้องร้านค้าไม่จำหน่ายน้ำอัดลมให้กับเด็ก ประสานงาน รร. ให้ปฏิบัติในโรงอาหาร นะครับ ถึง 10 ข้อ ... และบอกให้ 40 คน เอาข้อตกลงทั้ง 10 ข้อ ไปดำเนินการปฏิบัติ เขาก็ได้ไปบอกลูกหลาน ในหมู่บ้านทำ แล้วหมอจะตามไปดู

ตอนนี้ทางคนทั้ง 40 คน เขาก็บอกว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ ที่ 40 คน จะไปบอกให้ในหมู่บ้านทำ ... ผมก็คุยกับพี่อ๋อยว่า เราจะทำอย่างไรกันต่อดี

ในที่ประชุมวันนั้น หลังจากได้ข้อตกลง เราก็ต้องคิดกันต่อว่า จะทำอย่างไรกันดี คนในหมู่บ้านจะเอาข้อตกลงไปปฏิบัติ ผลจากการประชุมในวันนั้น เราก็จะได้มาว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกันหมอ อสม. 1 คนนี่ ก็ดูแลผู้สูงอายุอยู่ ที่ๆ มาอีก 3 คน ก็ให้แต่ละคนไปหาเครือข่ายของตัวเอง ก็คือ คนหนึ่งไปหาอีก 2 หลังคาเรือน เพราะฉะนั้น อสม. ทั้งหมดก็จะดูแล 9 หลังคาเรือน พร้อมกับของตัวเอง และในเวลา 20 วันที่ทาง กองทันตฯ จะมาดูงานเรา วันที่ 24 พค. ก็ให้ทุกคนไปหาเครือข่าย และส่งรายชื่อมา ให้กับเขาได้ทัน โดยที่เรายังแบ่งกลุ่มเหมือนเดิม คือ 13 อสม. จะต้องมีทั้งหมด 3 กลุ่ม แล้วให้ตั้ง ประธาน รองประธาน ขึ้นมา และก็ดูแลในกลุ่มของตัวเอง และเครือข่ายทั้ง 3 กลุ่มนี้ เวลาเราประเมินผล เราก็จะประเมินตามช่องทางนี้ไป

ในขณะเดียวกัน ผมคิดอยู่ในใจว่า หลังจากที่เดือนหน้า รร.จันทราวาสเปิด รร. ก็จะเป็นตัวเชื่อม ผมจะเอากิจกรรมเข้าไปสู่โรงเรียน เพราะว่า เราถนัดโรงเรียน ถ้าผู้สูงอายุที่บ้านก็จะถนัดโรงเรียนมากกว่าในหมู่บ้าน ก็คงต้องอาศัย รร. ช่วยกระตุ้นกิจกรรม คิดไว้อย่างนั้น แต่ตอนนี้ช่วง รร. ปิด เราเตรียมความพร้อมของ รพ.ไปก่อน ก็ได้ตรงนี้ขึ้นมา

และก็ไปย้ำเตือนกับกลุ่มบ่อยๆ ว่า เราต้องทำอะไร ข้อตกลงทั้ง 10 ข้อ จะให้แต่ละคนเอาไปทำได้อย่างไร

และวันที่ 24 พค. ก็มาถึง ผมนำโครงการเหล่านี้ชี้แจง ผอ. และ สสอ.

วันนั้น กรมอนามัยได้เข้าไป อสม. 13 คน ดูแล ผส. 1 คน ต่อ 9 หลังคาเรือน ทั้งหมด 117 เราเอาเทศบาลเข้ามา 2 คน ร้านค้า 6 คน ครู 2 คน รวมเป็น 127 คน มาทำข้อตกลงกัน เขาก็ตกลงไปมา ก็จะเหลือ 5 ข้อ ตอนนี้ ก็คือ

  1. ผู้สูงวัยทั้งหลายให้แปรงฟัน
  2. รณรงค์ไม่ให้ลูกหลานกินน้ำอัดลม
  3. จัดงานเลี้ยงงานบุญ นำน้ำสมุนไพรแทนน้ำอัดลม
  4. ขอความร่วมมือร้านค้าไม่ให้จำหน่ายน้ำอัดลม อาหารหวาน ขนมกรุบกรอบ
  5. ลงทุน 2 บาท ตั้งทุนทำกิจกรรม

หลังจากนั้น บทบาทของผมก็คือ ตามไปในแต่ละกลุ่มทั้ง 3 กลุ่ม จะปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่ ... ผ่าน อสม. ตลอด

เพราะฉะนั้น ผมมีความรู้สึกว่า ถ้า อสม. ของผมเข้มแข็งเมื่อไร ชมรมผู้สูงอายุของผมก็จะเข้มแข็งไปด้วย ก็คิดว่าอย่างนั้น ... หลังจากนั้น ผมได้นำข้อสรุปนี้เข้าไปใน รร. จันทราวาส และมีการรวมกลุ่ม

รร.จันทราวาส เป็น รร.ที่ติดกับหมู่ 4 บ้านผักกาดหญ้า เขาจะมีการทำกลุ่มกิจกรรม 10 กลุ่มอยู่แล้ว เราก็ตั้งชื่อเขาไปว่า จันทราวาสรวมใจไม่กินหวาน ตั้งเป็นกิจกรรมขึ้นมา ให้แต่ละกลุ่มรับผิดชอบงานแต่ละอย่าง ใช้คำว่า กลุ่มมดงาน 10 สี อ่อนหวาน และตรงนี้ เราก็จะให้งานไปทุกอย่าง เช่น มดงานสีแดง ออกชุมชน ให้มีผู้อำนวยการของ รร. เป็นครูประจำกลุ่ม และมี อสม. หมู่ 4 และผู้สูงอายุมาร่วมด้วย เพราะฉะนั้น ใน 10 กลุ่ม ก็จะถูกจัด อสม. และผู้สูงอายุประจำกลุ่ม ... แต่ละมดงานทำอะไร ก็จะประชุม หรือทำอะไร ก็จะต้องเอาผู้สูงอายุ เอา อสม. เข้ามาร่วมประชุมทุกครั้ง เพราะฉะนั้น ทางมดงานแต่ละตัว ขับเคลื่อนไปอย่างไร ในหมู่บ้านต้องทำตามไปด้วย

มาปลายปี พอดีจันทราวาส อยู่ในหมู่ 6 ประชาสรรค์ เพราะฉะนั้นจันทราวาสขับเคลื่อนหมู่ 4 ไปอย่างไร มันจะได้ขับเคลื่อนหมู่ 6 ไปอย่างนั้น ผมก็เลยได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์ฯ 5 ให้งบฯ มาปลายปี 50 ผมก็ขยายงานเข้าหมู่ 6 ประชาสรรค์

ตอนนี้ หมู่ 4 ก็ทำกิจกรรมเข้าตากรรมการ ทำให้ รพ.ลำปลายมาศ ผ่านเกณฑ์ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ไปด้วย และช่วงนั้นผมได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการ HPH ของ รพ. ผมเริ่มเชื่อมโยงงานเข้าไปกับกลุ่มงานต่างๆ ของ รพ.ได้ งานของฝ่ายการฯ และฝ่ายอื่นๆ

ช่วงนั้นจะมีการจ้างนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผมได้ให้เขามาพาผู้สูงอายุในหมู่ 4 , 6 มาออกกำลังกาย และไปบูรณาการกับ รร. พูดง่ายๆ ว่า ทุกๆ อันที่ทำไป ผมจะไม่ให้ล้ม ... เพราะฉะนั้น รร.จันทราวาส ก็จะต้องเป็นที่ดูงาน และช่วงนั้น สตึก มาดูงานของผม ด้วยโครงการ 3 หมู่บ้านลดการบริโภคน้ำอัดลม

ผมก็ได้ทำที่หมู่ 8 บ้านเสริมใหญ่ คือ ที่นี่ผมขยายงานไปเรื่อยๆ ตรงนี้ เพราะว่าในแต่ละปี มันจะมีโครงการของจังหวัดที่เขาจะมีการประกวด อสม. เพราะฉะนั้น การที่ อสม. ของเราเข้มแข็งเมื่อไร ก็จะทำให้ชมรมผู้สูงอายุของเราดีขึ้นไปด้วย

ในขณะที่ดีขึ้น ผมก็ยังรู้สึกว่า ผู้สูงอายุของผม ออกมาก็ยังน้อยเหมือนเดิม อันนี้ก็เป็นอีกภาพหนึ่ง

จนกระทั่ง มาปี 2551 ผมรู้สึกว่า กิจกรรมประกวดหมู่บ้านปลอดน้ำอัดลม 3 หมู่บ้าน ก็ไม่ค่อยกระเตื้องเท่าไร จนกระทั่งปลายปี 51 ช่วงนั้นเราได้มาอบรมเรื่อยๆ ความคิดที่เราจะเข้ามา ก็จะมีเครือข่ายที่มากขึ้น จนกระทั่งมาถึง ที่ สพช. จัดพัฒนาผู้สูงอายุในชุมชน ก็มีการระดมความคิดในเรื่องความสำเร็จของแต่ละที่ เราก็ได้แนวคิดออกมาใหม่ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า เราต้องเอาตุ๊กตาตัวนี้ เข้าไปปฏิบัติในหมู่ 2 ก็จะเป็นหมู่ใหม่ของลำปลายมาศ โดยที่ รพ. เป็นแนวคิดที่จะต้องทำงานร่วมกับเครือข่าย โดยที่ต้องสร้างคุณค่าของเครือข่าย

ผมมีแนวคิดที่ว่า คุณค่าตรงนี้ก็จะหมายถึง สุขภาพดีอย่างยั่งยืน ก็จะหมายถึง ความเชื่อมั่น เหมือนกับที่ผมได้รับมาจากกรมฯ หรือ สสจ. หรือทางศูนย์ฯ ให้ ทำให้ผมรู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่าขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเมื่อไรก็ตาม งานเราตรงนี้ด้อยลงเมื่อไร คุณค่าเราก็จะด้อยลงไปด้วย เพราะฉะนั้น จุดหนึ่งก็คือว่า ตุ๊กตาตรงนี้บอกว่า ตรงรูปหัวใจ หรือ value add นั้น ไม่ใช่แต่คำว่า value แต่ว่า ทีมงานก็มี value ไปด้วย เหมือนกับว่า ถ้าตรงนี้เราเด่น เราก็จะมีคุณค่าไปด้วย

เพราฉะนั้น หน้าที่ของผมก็ต้องพยายามที่จะหาเครือข่ายเข้ามาร่วม ทุกรูปแบบ และพื้นที่จะให้ชุมชน และผู้สูงอายุ ขับเคลื่อนไปตามผม

หลังจากนั้นก็ไปทำ รวมพลังสร้างนโยบายชุมชน ด้วยงานสุขศึกษา ผมก็เอางานนี้เข้าไป วันนั้น คุณหมอก็มากล่าวรายงานให้ ในการประชุมนั้น มีนายกเทศมนตรี และทีมงานเข้าร่วม คือ หลังจากที่ผมเขียนโครงการนี้ไป ผมได้ทำหนังสือเชิญไป นายกก็สนใจ และเรียกผมไปชี้แจงโครงการ ได้อิง ของหมู่ 4 หมู่ 6 หมู่ 8 ที่ผมดำเนินการอยู่ ซึ่งตอนนั้น ผมไม่เคยไปสัมผัสกับเทศบาลเลย ... แต่หลังจากการที่มาอบรม ผมมีความรู้สึกว่า ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. อันนี้ก็เป็นอันแรกที่ผมเชิญไปท่านเดียว แต่มีคนมาประชุมร่วมกับผม ถึง 5 คน มีผู้แทนหมู่บ้าน ที่เอาความสำเร็จของหมู่ 4 มาร่วมแลกเปลี่ยน หมู่ 6 ครูจันทราวาส และผู้แทนหมู่ 8 มีศูนย์อนามัยที่ 5 นายแพทย์ใหญ่ ผอ. และหมอที่เป็นคนดูแลงานสุขศึกษาของ รพ. และตอนนี้ รร.บำรุง รร.คันทอง เหล่านี้ก็จะเป็นกลุ่มเป้าหมายบ้านสวนแตงที่จะเข้าไปดำเนินงาน ก็เรียกเข้ามาด้วย บวกกับห้วยราศ ไปดูงานรวม 70 คน ในวันนั้น เป็นอะไรที่ผมมีความสุขมาก เมื่อไปเปรียบเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา คือ 50 ที่ผมเรียกผู้สูงอายุมาประชุม ช่วงนั้น เป็นอะไรที่ผมต้องทำคนเดียว บวกกับพี่อ๋อย 2 คน คิดกิจกรรม shot ต่อ shot เลยว่า เราจะทำอะไรต่อไป กับคนที่มาประชุม โดยได้ข้อสรุป ว่าจะทำอะไรกันต่อ เพื่อจะทำในที่ประชุม

วันที่ 7 กพ. 2 วันที่ผ่านมา ผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะว่าทุกคนจะเป็นคนพูดให้ผมหมด พูดว่า เขาจะไปทำอะไร เช่น หมู่ 4 เขาก็จะพูดว่า ทำอะไรต่อในข้างหน้า และจะสำเร็จอย่างไรต่อมา เขาก็จะมาเล่าให้หมู่ 2 ฟัง

และทาง ผอ. ของจันทราวาส ก็จะมาพูดถึงมดลงาน 10 สี ทำอะไรไป และต่อไปจะทำอะไร เพราะเราให้เขาเป็นแหล่งเรียนรู้แล้ว ว่า ต่อไปจะขยายงานเข้าหมวดไหน ก็มาจันทราวาสก่อน รร.บำรุง ก็ต้องมาดูจันทราวาส เพราะฉะนั้น ตอนบ่ายเราก็จะไปดูจันทราวาสกัน

หมู่ 6 บ้านประชาสรรค์ ก็นำผลงานของตัวเองเข้ามาพูด ดำเนินการอะไรไปแล้ว ประสบความสำเร็จอย่างไร หมอเข้าไปอย่างไร ที่ไหน หมู่ 8 ก็เหมือนกัน

ในวันนั้น ผมเป็นพิธีกรอย่างเดียว และพูดให้ทุกคนในห้องประชุมได้ขึ้นมาพูด ทีละคน ว่า แต่ละคนจะทำอะไร และจะสนับสนุนงานผมอย่างไร เป็นวันที่ดีใจมาก ที่นายกอยู่กับเราตลอด และ ผอ. ก็อยู่กับเราเกือบตลอด เพราะฉะนั้น ในเวทีใหญ่ที่ ลปรร. ไปนั้น บนโต๊ะนั้น ผู้บริหารก็จะคุยกันไป พี่รุ่งก็จะให้ข้อมูลผู้สูงอายุ รวมทั้ง ผอ. ผม และงานศึกษา ไปช่วยเรื่องข้อมูล

ตอนหลังมา ผอ. ก็ต้องมาพูดว่า จะช่วยเรายังไง นายก ก็ต้องขึ้นมาพูดว่า จะช่วยงานเราได้อย่างไร วันนั้น พี่รุ่ง ก็มาพูดว่า จะช่วยผมอย่างไร และบ่ายไปดูงานมดงาน 10 สี ที่ รร.จันทราวาส

ที่ห้วยราช ก็มาศึกษาดูงานที่ของเรา

และที่ดีใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทีมคุณภาพต่างๆ ของ รพ. ไม่ว่าจะเป็นทีม IC ก็เริ่มเห็น เพราะว่า ผอ. ไปพูดว่า หมอแอ๊ดเขาทำอะไร เข้าหมู่ 2 ทำอะไร ทีม IC ซึ่งผมก็เป็นกรรมการ HA เขาก็มาฝากงานว่า เขาจะเอางาน IC เข้าไปในหมู่บ้านอย่างไร เช่น แผลติดเชื้อในหมู่บ้านหมู่ 2 มีใครบ้าง จะดูแลกันเองอย่างไร กลุ่มผู้ป่วยวัณโรคจะทำอย่างไร เขาล้างมือสะอาดดีหรือไม่ รร.บำรุงดูแลโรคตาแดง โรคหวัดในโรงเรียนอย่างไร ก็จะเอาเอกสารผ่านเราเข้าไปในหมู่บ้านด้วย พร้อมกับตัวเขาเองก็ต้องเข้าไปบ้าง เมื่อเราดึงเขาไป เมื่อจำเป็น

ตอนนี้มาถึงวันนี้ ผมรู้สึกว่า ประตูทุกบาน ที่ปิด มันเปิดให้ผมหมดแล้ว และนโยบายใน หมู่ 2 บ้านสวนแตงนี่ เป็นกำนันในหมู่บ้าน ตอนที่เราวันที่ 24 พค. ท่านก็ได้ไปสังเกตการณ์ด้วย และก็พอมาถึงหมู่บ้านของท่าน หมู่ 2 บ้านสวนแตง ท่านก็ได้เข้ามาร่วมกิจกรรม มดงานตัวหนึ่งคือมดงานชุมชน ในเรื่องของการรณรงค์ในหมู่บ้าน การแจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ ช่วยกันดูแล และกิจกรรมเหล่านี้ก็จะถูก copy จาก รร.จันทราวาส ใครสงสัยอะไร ก็จะเข้าไปใน รร.จันทราวาส ไปถามว่า จันทราวาสทำอะไร แต่ละมดงานก็จะเข้าไปในหมู่บ้าน

นี่คือ อสม. ทั้ง 9 คน หลังจากที่เห็นหมู่ 4, 6, 8 ที่ทำไปแล้ว เขาก็อยากทำ และส่วนหนึ่งที่ผมเอาไปพูดเสมอคือ เราต้องเอาผลงานนี้ไปประกวด ชมรม อสม. ที่จังหวัดบุรีรัมย์

อันนี้ก็จะเกิดเครือข่ายว่า อสม. 1 คน การที่ใช้ตุ๊กตาตัวเก่าทีให้ อสม. 1 คน ไปหาผู้สูงอายุ 2 คน และเป็นแกนนำ ก็ทำงานให้เราได้ระดับหนึ่ง ... แต่ตอนนี้เครือข่ายที่คุณรัก ก็ให้ อสม. 1 คน ไปหาชาวบ้านที่คุณสนิทชิดเชื้อ อย่างไรก็ได้ ที่คุณคิดว่า จะดึงเขาออกจากบ้านมารวมกับเราได้ และเราก็จะทำกิจกรรมตาม package และ package ที่ผมจะไปทำ ก็ได้จากที่ประชุมวันนี้ ก็ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าระวังในผู้สูงอายุ บวกกับพี่ๆ ก็ให้ข้อคิดกับทีมงานว่า เปลี่ยนจาก อสม. เข้าไปในผู้สูงอายุเยอะๆ หน่อย และบวกกับทางเทศบาลเอง ที่เขาบอกว่า เขาจะสนับสนุนโครงการเราทุกรูปแบบ ผมก็ให้เขียนโครงการขึ้นไป ว่า ชาวบ้านอยากทำอะไร ผมจะเอาไปนำเสนอร่วมกับชาวบ้านในเทศบาล ว่า เราต้องการงบเท่าไร ต้องการกี่โครงการ และเป็นผลขึ้นมาอย่างไร ก็ ต้องเอาความรู้ตรงนี้ ที่ได้อบรมไปทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

และนี่เป็นภาพกิจกรรมในกลุ่มแรกที่เขาเรียกมาได้ ผมให้เวชศาสตร์การกีฬาไปนำออกกำลังกายง่ายๆ มีการออกกำลังกายด้วยไม้พลอง การตรวจสุขภาพทางกาย เขาก็จะเอาความรู้ของเขาไปใช้ในงาน บวกกับผมได้ไปศึกษาดูงานที่ราชภัฎ บุรีรัมย์ อาจารย์เขาก็จะส่ง นศ. มาช่วยงานเรา 3 เดือน ก็จะมีองค์กรภายนอกเข้ามาช่วยบางหน่วยอีกที

ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากจะให้กรมอนามัย และทีมงานไปดูงานผมอีกสักที เพราะว่า การไปดูแต่ละครั้ง นอกจากจะเป็นกำลังใจ เป็นหน้าเป็นตาแล้ว มันก็ทำให้พุ่งงานได้ค่อนข้างแรงทีเดียว

และพอดี รร. บำรุง เขามีการประชุมผู้ปกครอง ผมก็เข้าไปแนะนำตัว และไปแสดงละครเล็กๆ ในเรื่องของผู้ปกครอง จะดูแลฟันให้ลูกหลานตัวเองที่บ้านกันอย่างไร 21 กพ. เสารที่ผ่านมา ผมคิดว่า เราอยากจะทำอะไรก็ทำได้หมด เหมือนกับว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้วครับ

ผมตั้งใจว่า น่าจะเป็นประธานชมรมผู้สูงอายุในลำปลายมาศเหมือนกันในอนาคตครับ

หมอแอ๊ด เรา อนาคตตก้าวไกลค่ะ

รวมเรื่อง สุขภาพช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบ