
วันนี้หลังจากกลับจากเชงเม้งอำเภออู่ทองได้เดินทางไปเที่ยวที่ตลาดร้อยปี อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างทางพยายามหาป้ายตลาดร้อยปีเพื่อนำทางแต่ไม่พบจนกว่าจะมาถึงสามชุก ดังนั้น สำหรับท่านที่ไม่คุ้นเส้นทางให้ขับมุ่งหน้าไปชัยนาท (จะมีป้ายบอกทางไปชัยนาทจะมีเป็นระยะๆ เพราะเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับสุพรรณบุรี เมื่อขับไปเรื่อยๆจะมาถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายไปสามชุก (ตรงไปไปชัยนาท) จากตรงนั้นเมื่อขับไปอีกไม่ไกลเท่าไรจะมีป้ายให้เลี้ยวขวาเข้าตลาด
ถนนหนทาง สะดวกสบาย อย่างที่รู้ๆกัน (คนสามชุกเล่าว่า สมัยก่อนคนสามชุกไปกรุงเทพฯต้องใช้เวลาเดินทาง 3 วัน ปัจจุบันน่าจะประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ)
พันคำไปถึงที่ตลาดประมาณ 9 โมงเช้า จึงหาที่จอดได้สะดวกสบาย ตัวตลาดสร้างขึ้นด้วยไม้อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เมื่อเข้าไปสิ่งแรกที่ทำคือเติมพลังก่อน แวะทานบะหมี่เกี๊ยว (อร่อยๆ) จากนั้นเดินเที่ยวชมสินค้าและบ้านเรือน และแวะชมโรงแรมอุดมโชค (ปัจจุบันไม่เปิดบริการแล้ว แต่อนุรักษ์ไว้) ที่เป็นเรือนไม้ ชั้นบนมีส่วนที่เป็นโรงหนัง (ขนาดเล็กๆ) และมีห้องพัก 2 ห้อง ชั้นล่างมีกาแฟสดอร่อยดี เดินไปเดินมาจนเกือบเที่ยงวันก็กลับสุพรรณฯ
พันคำว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใช้พักผ่อนหย่อนใจเปลี่ยนบรรยากาศได้ดีไม่น้อย จึงไม่ประหลาดใจว่าพอตอนสายๆมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวมากมาย พันคำโชคดีที่ถ่ายรูปในตอนที่นักท่องเที่ยวยังไม่มากัน จึงเห็นตลาด ร้านค้าและช่องทางเดินชัดเจนมากๆครับ
สวัสดีค่ะ
* คุณยายคนนี้คงดีใจและขอบคุณที่ท่านมาเที่ยวสามชุกบ้านของคุณยาย
* สุขกายสุขใจนะคะ
ขอบคุณครับ คุณครูพรรณา
คุณยายดูแข็งแรงจังครับ ทันสมัยด้วยครับขับรถไฟฟ้าใช่ไหมครับ
สวัสดีครับพี่พันคำ
ว๊าวๆๆ น่าไปเหมือนกันนะเนี่ย ดูเงียบดีนะครับ แต่ถ้านักท่องเที่ยวมาก็ถ่ายรูปไม่สะดวกอย่างที่พี่บอก :)
ภาพคุณยายจากพี่นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง) น่าร๊าก น่ารักครับ เดย์ชอบ อิอิ ถึงจะยาย แต่ก็ซิ่งอยู่เด้อ 555
ฝันดีนะครับพี่
มาอวดภาพด้วยคนค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีครับ อาจารย์พันคำ
ขอบคุณครับที่เอาเรื่องตลาดสามชุกร้อยปีมาเล่ากัน
ความจริงผมเคยไปธุระที่ตลาดสามชุกก่อนที่จะมีการรื้อฟื้นอนุรักษ์อยู่หลายครั้ง
ผมมักเอารถไปจอดที่ลานจอดหน้าอำเภอ
เมื่อมองเข้าไปก็จะเห็นสภาพตลาดแบบที่เห็นนั่นแหละครับ
แต่ตอนนั้นไม่มีเต้นท์ผ้าใบใหม่ๆแบบนี้
จะไม่มีป้ายร้อยปีหรือโคมแขวนใดๆ
คือแบบธรรมชาติจริงๆ ภาพที่เห็นคือตลาดริมน้ำที่ตั้งบนฝั่งขวาของแม่น้ำสุพรรณ (ท่าจีน,นครชัยศรี)
สมัยนั้น (5 ปี ก่อนนี้) จะมีร้านขายกล้วยแขกรสชาดพื้นบ้านอยู่ มีร้านไก่ย่างไม้อยู่ริมน้ำ เมื่อเดินเข้าไปตามตรอกซอย จะเห็นบ้านไม้หันหน้าชนกันเป็นแถว ทางที่เดินเป็นถนนแคบๆ
เพราะสมัยก่อนเป็นชุมชนทางน้ำ บนบกเป็นตลาดทางเดินไม่ได้สร้างให้รถวิ่ง
จนถึงปัจจุบันรถยนต์ไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ นี่คือเอกลักษณะพิเศษของตลาดร้อยปี
วันที่ไปยังเห็นร้านถ่ายรูปโบราณ มีกล่องสำหรับช่างมุดเข้าไปแต่งฟิล์มตั้งอยู่แต่ไม่ได้ใช้งาน
พอมีการฟื้นฟูก็เอามาปัดฝุ่นใหม่
ใครเคยไปเที่ยวงานวัดสมัยก่อนจะมีบริการถ่ายรูปแบบนี้ตามงานวัด
เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว
จะไปดูต้องดูที่ตลาดสามชุกเท่านั้น
และสามารถถ่ายใช้การได้ด้วย
นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายกันมาก
ลักษณะตลาดดังกล่าวนี้ที่อื่นๆก็มีเช่นตลาดบางหลวง ตลาดรางกระทุ่ม
ตลาดน้ำลำพญา หรือตลาดดอนหวายที่ลือชา
ตลาดต่างๆเหล่านี้เหมาะสำหรับการไปพักผ่อนหาของรับประทานในวันหยุดครับ
ตลาดนางเลิ้งก็น่าไปนะครับ เขาฟื้นฟูขึ้นมา อาหารขนมโบราณเยอะแยะครับ
น่าไปจริงๆครับ
สวัสดีคุณ อะเด่ย์เด้ย์
รูปดูเงียบเนื่องจากรอให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปก่อนแล้วค่อยถ่ายรูปครับ พอตอนสายๆคนเยอะมากครับเหมือนในรูปของคุณครู add เป็นตลาดที่แห้งและสะอาดครับ
ขอบคุณ คุณครู add
ดีมากเลยครับเป็นภาพขณะที่มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก แต่ยังเดินไปมาสะดวกจริงไหมครับ
สวัสดีครับ คุณครูคิม
ขอบคุณ อาจารย์สุวัฒน์ครับ
คิดอยู่เหมือนกันว่าจะไปในเร็ว ๆ นี้
พอทราบข้อมูลจากคุณพันคำแล้ว ตัดสินใจไปศุกร์ดีแหละค่ะ
คุณ Ray
สวัสดีค่ะ อาจารย์
เป็นคนสุพรรณแท้ๆยังไม่เคยไปเลยค่ะ....น่าอายจังดูจากภาพทำให้อยากไปบ้าง หากไปเมื่อไหร่จะถ่ายรูปมาอวดค่ะ...
.อาจารย์สบายดีนะค่ะ ระลึกถึงเสมอค่ะ....
ขอบคุณ อ.ศิลา
คุณ kitty jump
เคยไปมาแล้วค่ะ
ก่อนเข้าเป็นสมาชิกg2k สัก2ปีผ่านมา
น่าเที่ยวค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ คุณ krutoi
สวัสดีค่ะคุณพันคำ
ได้ข่าวว่าอาหารที่ตลาดสามชุกอร่อยมาก
ยังไม่เคยได้ไปเลยค่ะ อยากไปบ้างจัง
อิอิ
สวัสดีคุณ อาร์ม