วันที่ 30 มีนาคม 2552 คณะกรรมการ KM (KM team) ได้จัดประชุมเพื่อฟื้นฟูความรู้ และอบรมแกนนำ KM (KMB : KM builder) ใหม่ ในเรือง การจัดการความรู้ เพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน  ประกอบด้วยผู้เเข้รับการอบรมประมาณ 60 คน เป็ฯ KMB รุ่นเก่าประมาณ 15 คน และ KMB รุ่นใหม่ 40 กว่าคน

   เริ่มจากการบรรยายของผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 8 นายแพทย์ชาญชัย พิณเมืองงาม

ผู้อำนวยการกล่าวไว้ว่า

  • การจัดการความรู้เป็นเรื่องที่สำคัญ บางหน่วยงานสามารถที่จะทำให้เป็นการทำงานที่เนียนไปกับเนื้องานได้จริง แต่บางส่วนก็ไม่สามารถทำได้  แต่อย่างไรก็ตามในภาพรวมคุณภาพของงานอยู่เกณฑ์ที่ดีหากเปรียบกับหน่วยงานอื่น ๆ
  • ต้นทุนของการจัดการความรู้ของหน่วยงานคือพื้นฐานวิชาการที่เราเป็นอยู่แล้ว ประกอบกับการมีหลักการวิชาการที่เป็นวิทยาศาสตร์ การมีเหตุผล ย่อมทำให้การทำ KM เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันระบบการบริหารจัดการในด้านการจัดการความรู้ยังไม่ดีนัก โอกาสที่จะนำผลงานไปพัฒนาต่อยอดยังมีน้อย
  • ในเรื่องการพัฒนาองค์กร การพยายามผลักดันให้คนในองค์การใช้พื้นฐานด้านการจัดการความรู้ยังไม่ดีนัก  แต่ไม่ใช่เนื่องจากการไม่มีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากความคุ้นเคยในระบบแบบเก่า ๆ ทำงานโดยผ่านการสั่งงาน โอกาสที่จะมีความเปลี่ยนย่อมมีน้อย ดังนั้จึงต้องใช้เวลในการปรับปรุงบ้างเป็นธรรมดา
  • ข้อดีของเราคือการได้มีโอกาสริเริ่ม ในการนำผลการจัดการความรู้มาบริหารงานในเกิดประโยชน์ในอนาคต
  • จริง ๆ แล้วในตัวบุคคล มีการจัดการความรู้กันอยู่แล้ว เพราะการทำงานที่ผ่านมา ประสบการณ์ในการทำงาน การมีพื้นฐานในเรื่องการจัดการความรู้ในส่วนบุคคล จึงทำให้เกิดความสำเร็จในปัจจุบัน
  • ศูนย์ ฯ เป็นตัวอย่างของความพยายามในการบริหารองค์กร  คาดว่าอีก 2-3 ปี น่าจะเป็นประโยชน์ และประสบความสำเร็จ
  • การพัฒนาคน พัฒนางาน สิ่งที่สำคัญก็คือการย้อนมองตนเอง แล้วหันมาดูองค์กร และใช้การจัดการความรู้มาใช้ประกอบการทำงานให้มากกว่านี้         ต่อจากนั้นเป็นการบรรยายเพื่อทบทวนในเรื่องความรู้พื้นฐานในเรื่อง การจัดการความรู้ ซึ่งมีหัวข้อคร่าว ๆ คือ
  1. ความรู้คืออะไร มีกี่ประเภท
  2. ประโยชน์ของการจัดการความรู้
  3. วิธีการจัดการความรู้ 
  4. การจัดการความรู้ เพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน
  5. KM model และ KMM model

         

           จากนั้นเป็นการแบ่งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่อง " เราเด่นในเรื่องอะไร"  โดยจะให้แต่ละคนคิดไว้ว่าตนเองเด่นในเรื่องอะไร  จากให้ในกลุ่ลองสรุปดูว่าเราเด่นในเรื่องอะไ แล้วมาเปรียบเทียบกันว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร 

           ซึ่งจากบทเรียนนี้แสดงให้เห็นว่ามุมมองของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน การรับฟังความคิดเห็นและการหาข้อสรุปร่วมกันอาจเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดข้อสรุปที่เป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

         อีกประการหนึ่งคือการถอดบทเรียนออกมานั้นน่าจะเป็นในลักษณะ ข้อเสนอแนะที่เจาะจงและปฏิบัติได้ (Specific Actionable Recommendations: SARs) คือชุดข้อความที่แสดงถึงการที่ทีมงานได้นำสิ่งที่เรียนรู้ มาพัฒนากิจกรรม เพื่อใช้ในการปฏิบัติครั้งต่อไป และควรเป็นข้อเสนอแนะที่ระบุลักษณะที่ต้องแก้ไข และวิธีการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ทีมงานทุกคนต้องเข้าใจตรงกันต่อข้อเสนอแนะนั้น ๆ โดยข้อเสนอแนะเหล่านี้จะถูกนำไปบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการในครั้งต่อไป

         ในขั้นตอนสุดท้ายเป็น AAR การดำเนินงาน KM และ KMB ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า 

  • KMB บางส่วนยังไม่เข้าใจบทบาทของตนเองอย่างขัดเจน  อยากให้ KM team เข้าไปเป็นพี่เลี่ยงให้มากกว่านี้
  • ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าทำงานไปแล้วมีผิดหรือถูกอย่างไร ซึ่งอยากให้ KM team บอกด้วย
  • ไม่อยากให้มีการกำหนดปริมาณเรื่องหรือผลงาน แต่อยากให้มีการเน้นเรื่องคุณภาพของงานมากกว่า
  • การทำ KM ให้เนียนกับเนื้องาน ต้องบูรณาการกับการพัฒนาคุณภาพองค์อื่น ๆ เช่น PMQA , HA หรือการตรวจสอบภายในด้วย
  • สุดท้ายอยากให้มีการสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้มากกว่านี้

         ซึ่ง KM Team ก็ได้รับไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป แต่อย่างไรตามการกำหนดจำนวนปริมาณงานในช่วงแรก ๆ ยังต้อมีความจำเป็นเนื่องจาก การจัดการความรู้ยังไม่ได้เนียนไปกับเนื่องานจริง ๆ  การกำหนดจำนวนเรื่องไว้จะทำให้ทุกคนมีภาระในการทำงานให้ได้ตามกำหนด หากฝึกไประยะหนึ่งแล้ว น่าที่จะได้ผลการทำงานที่ไม่ต้องมีการกำหนดปริมาณงานมาควบคุมได้ ซึ่งนั้นก็คือการทำงานในรูปแบบ KM ที่เนียนไปกับเนื้องานจริง ๆ  

ขอบคุณครับ