อดทน พร้อมยิ้มสู้ ปัญหา คือคาถา ของ ครู กศน.

ครูนิด ศิษย์เก่า กศน.  ตรัง 

จากอดีตที่เป็นนักศึกษา กศน.  มาเป็นครูศรช.  ครูอาสาสมัคร พนักงานราชการ ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะผันเปลี่ยนมาเป็นข้าราชการครู กศน.ได้ ในครั้งแรกเหมือนกับการถูกบังคับให้เรียนต่อ แต่เมื่อได้เข้าเรียน  กศน. จริง ๆ ก็รู้สึกชอบ และสนุกเพราะได้เจอเพื่อน ๆ ครู กศน. ที่สอนสมัยก่อน เป็นครูประกลุ่มที่มีความรู้ ความสามารถ  ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเสมอว่า กศน.มีบุญคุณกับตนเองมาก  และคิดเสมอว่าทุกคนที่ตนเองได้ร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร เพื่อนครู  และประชาชนในชุมชน  ทุกคนมีส่วนช่วยให้การทำงานมีความสำเร็จ  เพราะไม่เคยคิดว่างานแต่ละงานที่ตนเองทำนั้นจะสำเร็จได้เพราะตนเองเพียงคนเดียว  ทุกคนที่อยู่รอบข้างแม้ว่าจะไม่ได้เข้ามาช่วยลงมือทำ เพียงแค่การพูดคุย หรือยืนมองอยู่เฉย ๆ ก็ถือเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันให้เราตั้งใจทำงาน

                บุคคลสำคัญที่สุดในชีวิต คือ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ทุกคนตั้งความหวังไว้ ธรรมชาติของคนเฒ่าคนแก่ในชนบท อยากให้ลูกมีงานทำที่สบาย เป็นใหญ่เป็นโต เป็นเจ้าคนนายคน เป็นข้าราชการ จะได้ไม่ต้องลำบาก ทำนา ทำสวน นั้นคือความคิดของพ่อแม่  เมื่อเห็นลูกได้รับราชการก็รู้สึกดีใจ สั่งสอนเสมอที่มีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านว่าให้ตั้งใจทำงาน ให้อดทน ให้ขยัน และให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี เพราะมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง สิ่งเหล่านั้นเป็นกำลังใจที่ประเสริฐสุด ทำให้ตนเองได้มุ่งมั่น ที่จะทำงาน ทำด้วยใจ  แม้ว่าจะมีอุปสรรค มีปัญหาบ้าง   แต่ก็คิดอยู่เสมอว่า ปัญหามีไว้แก้ไข  ไม่ท้อถอย 

                ในห้วงหนึ่งของชีวิตการทำงาน ก็เคยรู้สึกท้อแท้  เหนื่อยล้า  อยากลาออกบ้าง  แต่ทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้ ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใด สิ่งสำคัญคือการมีสติ  คิดถึงคนที่อยู่รอบข้าง ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ๆ  ซึ่งเมื่อยามมีปัญหา ก็จะขอคำปรึกษา  เล่าให้คนที่เราไว้ใจฟัง  ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำที่ดีกลับมา แม้ว่าจะไม่ถูกใจ ไม่ตรงใจ แต่ก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น  มีกำลังใจ มีแนวทางในการแก้ปัญหามากขึ้น

                อยากขอให้ เพื่อนครู กศน. ที่ได้รับรู้เรื่องราวของครูนิด ได้มีกำลังใจในการทำงาน ขอให้อดทน ยิ้มสู้กับปัญหา  อย่าแสดงอารมณ์ที่ไม่ดีออกมาให้คนอื่นเห็น  ให้ยึดหลักว่า ทุกคนมีความแตกต่างกันทั้งในด้านอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ไม่มีใครที่จะดีเลิศ ตรงกับใจที่เราคิด  แต่การที่จะอยู่ร่วมกันให้มีความสุข ในองค์กร คือการปรับตัวเข้าหากัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา พบกันคนละครึ่งทาง  แล้วใจเราจะเป็นสุข  ขอให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะพัฒนาตนเองเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิ

  อ.นิตยา  จิตภักดี

ตำแหน่ง ปัจจุบัน  สอบบรรจุได้  ครูผู้ช่วย กศน.ระนอง..และ กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา  ม.ทักษิณ