...
นิตยสาร "สรรสาระ Reader's Digest" เมษายน 2552 ตีพิมพ์เรื่อง "13 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับน้ำหนักตัว"
ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง 12 ข้อ เนื่องจาก 12 ข้อนี้มีส่วนทำให้พวกเราหลายๆ คนสบายใจขึ้นครับ
...

(1). พันธุกรรมมีผล
-
รหัสพันธุกรรมหรือ DNA ของคนเรามีชุดการแสดงผลที่เรียกว่า "ยีนส์ (genes)" ทุกวันนี้มีการค้นพบ "ยีนส์(ที่ทำให้)อ้วน" หลายชุด ทว่า... ชุดสำคัญน่าจะเป็น 'FTO'
-
การแสดงออกของยีนส์นี้แสดงผลได้ทั้งแบบเป็นคู่ (กรณีมี 2 ยีนส์) หรือแบบเดี่ยว (กรณีมียีนส์เดียว) ทว่า... ความแรงไม่เท่ากัน
-
ถ้ามียีนส์นี้ 2 ชุดจะมีโอกาสเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น 40% อ้วนเพิ่มขึ้น 60% ถ้ามียีนส์เดียว... ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น (แต่น้อยกว่าคนที่มี 2 ยีนส์)
-
ข่าวร้ายคือ ประชากรครึ่งหนึ่งมียีนส์ FTO 1 ชุด และอีก 16% มียีนส์ FTO 2 ชุด ข่าวดีข่าวแรกคือ การออกกำลังช่วยลดความเสี่ยงจากยีนส์นี้ได้ ข่าวดีข่าวที่ 2 คือ เราจะได้โทษยีนส์ (พันธุกรรม) และมีความรู้สึกดีๆ กับตัวเรามากขึ้น
(2). สำคัญที่ 5 กิโลฯ แรก
-
ผลการวิจัยจากฟินแลนด์ทำการศึกษาในฝาแฝดพบว่า ถ้าน้ำหนักเกินมาตรฐาน 5 กิโลกรัมขึ้นไป การเผาผลาญจะช้าลงมาก ทำให้ลดความอ้วนยาก
-
เพราะฉะนั้น... ถ้ายังไม่ถึง 5 กิโลฯ ควรระวังอย่าให้น้ำหนักเกินไปจนถึง 5 กิโลฯ ถ้าเกิน 5 กิโลฯ ไปแล้วก็ขอให้สบายใจไว้ เพราะจะได้โทษว่า ระบบเผาผลาญมันไม่ดีเอง
(3). ยิ่งเครียดยิ่งเสี่ยง
- ความเครียดทำให้คนเราโหยหาคาร์บ (คาร์โบไฮเดรต = แป้ง น้ำตาล) มากขึ้น และสะสมไขมันมากขึ้น
- ถ้าลดเครียดได้ก็ลดเสี่ยงอ้วนได้ เช่น ออกกำลัง โยคะ ไทเกก-ไทชิ หาเรื่องสนุกๆ ทำกันทั้งบ้าน ฯลฯ
(4). อ้วนได้ตั้งแต่ในท้องแม่
-
การทดลองในหนูพบว่า คุณแม่ที่กินอาหารไขมันหรือน้ำตาลสูงเพิ่มเสี่ยงคุณลูกอ้วน
(5). ลดอ้วนยากถ้าอดนอน
-
คนที่นอนต่ำกว่าคืนละ 7 ชั่วโมงทำให้ฮอร์โมนเลพทินที่ทำให้รู้สึกอิ่มลดลง และฮอร์โมนเกรลอินที่ทำให้รู้สึกหิวเพิ่มขึ้น
(6). แฟนอ้วนก็เสี่ยง
-
มีแฟนอ้วนเพิ่มเสี่ยงอ้วน 37%

(7). ไวรัสอาจทำอ้วน
-
การศึกษาในไก่พบว่า อดีโนไวรัสเพิ่มเสี่ยงอ้วน ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นวัคซีนได้
-
ตอนนี้ยังไม่มีวัคซีน แต่ก็มีคนรู้สึกดีขึ้นหลายคน เพราะได้แพะรับบาปตัวใหม่แล้ว
(8). คุกกี้อาจเป็นยาเสพติด
- การศึกษาจากนิวยอร์คพบว่า อาหารอร่อยๆ เช่น คุกกี้ ฯลฯ อาจทำให้คนที่มีระดับสารโดพามีนในสมองต่ำเสพติดได้ ทำให้ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- ต่อไปตำรวจคงจะเหนื่อยขึ้น... ต้องตั้งด่านตรวจยาบ้าด้วย ตรวจคุกกี้ด้วย
(9). โรคหูอาจทำอ้วน
-
การศึกษาจากฟลอริดาพบว่า คนที่มีหูอักเสบหลายครั้งเสี่ยงอ้วนเพิ่ม 35%
-
กลไกที่อาจเป็นไปได้คือ เส้นประสาทรับรสอยู่ใกล้หูชั้นกลางเสื่อม ทำให้การรับรสแย่ลง เลยต้องกินอาหารไขมันสูงและหวานขึ้น
-
การป้องกันหูชั้นกลางอักเสบที่สำคัญคือ ไม่สูบบุหรี่ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนสูบเข้าไปตั้งแต่เด็ก
(10). สารต้านอนุมูลอิสระลดอ้วน
-
การศึกษาจากออสเตรเลียพบว่า อนุมูลอิสระทำลายเซลล์บอกความรู้สึกอิ่ม (ทำไมไม่ทำลายเซลล์ที่บอกความรู้สึกหิวก็ไม่ทราบ)
-
การป้องกันโรคอ้วนจึงควรใช้อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงได้แก่ ผัก ผลไม้ทั้งผล เห็ด ถั่ว งา ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ลดอาหาร "ผัดๆ ทอดๆ" ลดแป้งขาว ลดน้ำตาล (ถ้าทำข้อนี้ได้ก็เข้าใกล้ความผอมไปแยะแล้ว) น้ำมันพืชชนิดดี เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก (น้ำมันมะกอกทนความร้อนสูงจากการทอดได้ไม่ดี) ฯลฯ
(11). สูตรอาหารลดอ้วน
-
เดิมเน้นการอดๆๆๆ... แนวคิดใหม่ในการลดอ้วนคือ ให้เลือกกินอาหารคล้ายข้อ (10) บวกโปรตีนไขมันต่ำ เช่น เนื้อไม่ติดมัน ฯลฯ โดยให้กินผักกับผลไม้ไม่หวานจัดได้มากขึ้น
(12). อ้วนก็แข็งแรงได้
-
ผลการศึกษาใหม่พบว่า คนอ้วน 32% และคนที่มีน้ำหนักเกิน 51% มีผลการตรวจสุขภาพดี แถมความดันเลือด ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล) และระดับน้ำตาลในเลือดดี ขณะที่คนผอม 23.5% มีผลการตรวจเลือดผิดปกติ
-
อีกการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ชายที่แข็งแรงมีโอกาสเสียชีวิตจากมะเร็งต่ำกว่าผู้ชายที่อ่อนแอ (ไม่ว่าจะอ้วน ปานกลาง หรือผอม)
-
แนวคิดใหม่คือ ขอให้ตั้งเป้าเป็น "คนแข็งแรง" ไว้ก่อน เรื่องลดน้ำหนักไว้ทีหลังก็แล้วกัน
...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่มา >
]. 29 มีนาคม 2552.