ดูแลจิตใจและจิตวิญญาณผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายและครอบครัว

รายการนำฝากสะสมบุญครั้งที่2

ดูแลจิตใจและจิตวิญญาณผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายและครอบครัว

ช่วงนี้มี case  ผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายที่  Active  ที่ทางทีมกำลังให้การดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่น้องเคเป็นชื่อสมมุติ ต้องขออนุญาตเป็นชื่อสมมุติเนื่องจากทางท่านอาจารย์สุรพล suggest มาว่าเป็นเรื่องของ Ethical  น้องเคอายุ 15 ปี มารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์เมื่อ พ.ย. 50 การวินิจฉัยหมอบอกว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถึงวันนี้โรคได้ดำเนินมาถึงระยะสุดท้าย ใช้เวลารักษาอยู่ปีกว่า กว่าน้องเคเริ่มมีปัญหาเรื่อง pain และได้รับยาช่วยในการลด pain  คือ morphine  เวลาที่ปวด เคจะนอนไม่ได้และผุดลุกผุดนั่ง  

ฉันเองและทีมได้หยิบประเด็นของน้องมาคุยกันในทีมการพยาบาลหอผู้ป่วย 3งในรูปแบบ  Nursing round เรื่องการ Control pain ในผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายโดยเฉพาะ Bone Pain  เราจะทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ Pain  Service ได้เข้ามามีบทบาทเต็มที่หรือยัง เพดานการให้ยาจำเป็นต้อง Limit หรือไม่ หลังจากที่คุยกันแล้วจึงได้ปรึกษาไปทางอาจารย์ สุรพล ซึ่งอาจารย์พึ่งเข้า ward มาดูคนไข้ ต่อจากอาจารย์พัชรี   ส่วนด้าน Psychosocial  Support  และ Spiritual support  เราก็พยายามที่จะเต็มที่ วันก่อนฉันขึ้นเวรเช้าและได้ดูแลน้อง เห็นเพื่อนๆและญาติมาเยี่ยมเยอะมากฉันเห็นแล้วก็นึกในใจว่าทำไมไม่มีสมุดเซ็นต์เยี่ยม ฉันเลยหากระดาษสีสวยๆ  และปากกาเมจิกมาให้เพื่อนๆ เขียนให้กำลังใจ โอ้โฮ ภายในพริบตา กำลังใจถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นกระดาษจนล้นเปี่ยมเต็มหน้ากระดาษ ทุกถ้อยคำล้วนแล้วแต่มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็น. " ขอให้เคหายไวไวนะพอหายแล้วจะได้เล่นนำสงกรานต์กัน"  "รักเคที่สุด"  "เป็นกำลังใจให้เค"  "รอเคกลับบ้านอยู่นะ love you  "ฉันจึงบอกแม่อ่านให้เคฟัง  เคก็ยิ้มและรับรู้ 

อ่อ...อีกอย่างวันก่อนฉันได้ทำภาพประทับใจมอบให้เคเป็นภาพความทรงจำดีดีที่ทีมพาเคไปเที่ยวโบนันซ่า เขาใหญ่ ฉันเชิญพี่สุดารัตน์หัวหน้าหอผู้ป่วย 3ง และอาจารย์พัชรีเป็นผู้มอบให้ซึ่งการมอบภาพประทับใจถือเป็น Bereavement care  program  ที่ทีมเราทำมาอย่างต่อเนื่อง  ตอนเย็นวันที่  25 มี.ค.ฉันนัดกับพ่อบ้านว่าจะไปทำบุญที่วัดฉันก็เลยชวนแม่เคไปด้วย ฉันซื้อธูป 9 ชุด เทียน 9 ชุด ส่วนแม่เคซื้อน้ำไป 1 แพ็ค เราไปที่วัดป่าธรรมอุทยาน บ้านเพี้ยฟาน จ. ขอนแก่นนี่เองห่างจากขอนแก่น 12 ก.ม. พระอาจารย์กล้วยเป็นพระนักสร้างช่วงนี้ท่านกำลังสร้างพระพุทธรูปปางประสูติ  ฉันพาแม่เคไปพบพระอาจารย์พร้อมบอกให้ท่านทราบว่าเรามาทำบุญให้กับน้องที่ป่วยอยู่ในระยะสุดท้าย  ท่านให้อธิษฐานและให้เข้าไปขอพรพระใหญ่ และเราได้ถวายปัจจัยช่วยสร้างพระพุทธรูป ในวันนี้ฉันก็ถือโอกาส Approach แม่เคไปด้วย ถึงการเตรียมพร้อมรับการสูญเสีย เท่าที่ดูแม่เคก็เข้มแข็งพอสมควร พ่อก็ไม่ค่อยพูด ประโยคหนึ่งที่แม่พูดขึ้นทำให้ฉันรู้สึกสะท้อนใจ“ ลูกไม่เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ ตอนเด็กไม่เคยอ้อนแม่หรืองอแง เวลาอยากได้สิ่งของ ไม่มีเงินก็ไม่เอา” ฉันก็ได้บอกแม่เคว่าขอเป็นกำลังใจให้และจะไม่ทิ้งแม่เค และบอกว่ากลับไปนี่ให้ไปบอกเคด้วยว่าแม่มาทำบุญให้เค ฉันถามเหตุผลว่าเพราะอะไรจึง อยากให้ลูกเสียชีวิตที่โรงพยาบาล แม่บอกว่าไม่อยากให้ลูกทรมานจากความปวดมาก เพราะกลับบ้านไม่รู้จะช่วยเรื่องปวดได้อย่างไร  ฉันได้ให้ความมั่นใจแม่เคว่าทีมจะช่วยเต็มที่  “ แต่เค เขาเลือกเองว่าไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ไม่ให้ปั๊มเขานะ”แม่ไม่อยู่เขาก็จะย้ำยายกลัวจะโดนปั๊ม ฉันจึงย้ำให้แม่มั่นในอีกครั้งว่าเราจะทำตามความประสงค์ของเคและให้แม่ไปบอกให้เคให้สบายใจ  เสร็จจากทำบุญฉันส่งแม่เคกลับตึก แล้วฉันก็กลับบ้านด้วยความอิ่มใจ และอิ่มบุญฉันพูดกับพ่อบ้านว่าวันนี้เราได้บุญ 2 เด้งเลยนะ นอกจากได้ร่วมสร้างพระพุทธรูปแล้วเรายังได้ช่วยครอบครัวผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายให้เขาได้บุญด้วย และอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันได้แลกเปลี่ยนในขณะทำ Nursing round คือการประเมินความเสี่ยงต่อการปรับตัวหลังสูญเสีย ( Bereavement risk assessment Form)ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้ดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย มา ทำให้ฉันเรียนรู้ว่าแบบประเมินนี้เราจะทำก็ต่อเมื่อครอบครัวยอมรับการเจ็บป่วยในระยะสุดท้ายแล้วเหมือนผลไม้ที่บ่มจนสุกงอมและพร้อมที่จะรับประทาน  ฉันเล่าให้ทีมฟังว่าการประเมินเราก็จะให้เวลาในการนั่งคุยกับครอบครัวด้วยและต้องไม่รีบร้อน เหมือนเรากำลัง Counselling ซึ่งทีมก็บอกว่าได้รับประโยชน์จากการทำ Nursing round

ฉันเขียนบันทึกเสร็จประมาณ 5 นาที  พลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นต้นสายคือพี่ฉวีวรรณ พี่พยาบาลร่วมทีม 3ง

แจ้งว่า เคเสียเเล้วฉันถามพี่ฉวีวรรณว่าเเม่เคเป็นอย่างไร และได้รับคำตอบว่า o. k. ตอนนี้พี่กำลังดำเนินการขอค่ารถจากกองทุนโรคมะเร็งมาช่วย พี่ฉวีวรรณตอบฉัน สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากเล่าให้ฟังก็คือทีมการพยาบาลตึก 3ง ถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่เมื่อไรที่มีคนไข้เด็กเสียชีวิต ใครที่อยู่เวรวันนั้นเป็นว่าจะได้ทำบุญ เราจะรวมเงินใส่ซองเพื่อร่วมทำบุญกับครอบครัวเป็นอย่างนี้จนเกิดเป็นวัฒนธรรม ซึ่งเราถือว่าเราได้ทำบุญโดยที่ไม่ต้องเดินเข้าวัด  ก่อนวางสายฉันย้ำพี่ฉวีวรรณเรื่องอย่าลืมขอขมาเคด้วยบทอโหสิกรรม ที่ฉันได้ส่งต่อทีมไว้และเเนบไว้ใน Kardex หลังวางสายจากพี่ฉวีวรรณ ฉันรีบโทรหาแม่เค ฉันกล่าวเเสดงความเสียใจ เเม่เคน้ำเสียงราบเรียบบ่งบอกถึงความเข้มเเข็งตามที่ฉันคาดไว้   ฉันให้กำลังใจอีกครั้งก่อนวางสายและให้ความมั่นใจว่าจะคอยเป็นกำลังใจให้และทีมจะดูแลต่อจนกว่าครอบครัวสามารถผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้  .....หลับให้สบายนะเค

29 มีนาคม 2552