พบกันเมื่อวันที่ ๑๙ มี.ค. ๕๒ คุณพินิจ นิลกัณหะ หรือคุณ happykm แห่งการไฟฟ้าแม่เมาะ   ยื่นเอกสาร ๖ แผ่นเกี่ยวกับ KM Model ให้ผม   และบอกว่าขอให้ comment   ผมรับมาเป็นการบ้าน  

          วันนี้ได้โอกาสเอามาอ่าน   KM Model เหล่านี้ยืนยันความเชื่อของผม ว่าคุณพินิจเป็นผู้ที่เข้าใจ KM ดีมากคนหนึ่งของประเทศไทย   และยังคงเรียนรู้ หรือทำความเข้าใจ KM จากการลงมือปฏิบัติ จากการสังเกตกิจกรรมในที่ทำงาน จากการอ่าน และจากการ ลปรร. ไม่หยุดยั้ง  

          ที่จริง ข้อสรุปแต่ละแผ่นเป็นการตีความเรื่อง KM ที่ยอดเยี่ยมมาก   และได้นำลง บล็อก Gotoknow แล้ว   เช่นเรื่อง ตลาดนัดความรู้ปฏิบัติ   เรื่อง กระบวนการจัดการความรู้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ๒๕๕๒   เรื่อง บันไดสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ : LO   เรื่อง AAR เครื่องมือไม่ธรรมดา   เรื่อง วงจรเรียนรู้ Double Loop     มีเพียงเรื่อง Dialogue เท่านั้นที่ยังไม่ได้ลง    และผมเดาว่าคุณพินิจจะได้นำลงต่อไป  

          ผมอยากให้ “คุณอำนวย” KM บันทึกข้อสรุปหรือข้อสังเกต จากประสบการณ์ KM ของตนออก ลปรร. กัน   อย่างที่คุณพินิจทำ    จะมีประโยชน์ทั้งต่อวงการ KM ไทย และต่อตนเอง   เพราะจะเป็นการฝึกหัดบ่มเพาะความช่างสังเกตให้แก่ตนเอง   ซึ่งมีคุณค่าล้นเหลือต่อชีวิต  

          เนื่องจากคุณพินิจ เป็นคนละเอียดและช่างสังเกตจุดเล็กจุดน้อยอยู่แล้ว    การนำเอาประสบการณ์สรุปออกเป็นข้อเขียนหน้าเดียวเช่นนี้   จึงมีประโยชน์มาก   และมีรายละเอียดหลายอย่างที่เมื่อผมอ่าน ก็ได้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น

          ทุกเรื่องในบันทึกของคุณพินิจ กลั่นออกมาจากประสบการณ์ จึงหาอ่านไม่ได้จากตำราใดๆ   ผมขอแนะนำให้ผู้สนใจใช้เครื่องมือ KM อ่านบันทึกเหล่านี้    เพื่อนำไปตีความต่อ สำหรับนำไปทดลองใช้ในบริบทของแต่ละท่าน/องค์กร   

          ผมมีข้อสะดุดที่เดียวตรงเรื่องบันไดสู่องค์การแห่งการเรียนรู้    เป็นการมองพัฒนาการเป็นขั้นๆ จาก Mental Model สู่ Personal Mastery   สู่ Team Learning   สู่ Shared Vision   สู่ Systems Thinking    ผมมีความเห็นจากประสบการณ์ว่า คุณลักษณะหรือขีดความสามารถ ๕ ข้อนี้ มันค่อยๆ งอกงามเติบโตขึ้นพร้อมๆ กัน   แต่ละตัวช่วยหนุนเสริมซึ่งกันและกัน   และถ้าจะให้ผมระบุตัวแรกที่จะช่วยก่อเกิดกระบวนการเรียนรู้จากงาน   ผมให้ Shared Vision เพราะเป็นเข็มมุ่งร่วมกัน   เป็นตัวช่วยให้ Team Learning ที่เกิดในสภาพที่คนเรามี Mental Model แตกต่างกัน   เกิด TL อย่างมีพลังจากความต่าง   ผมเห็นด้วยว่า Systems Thinking เกิดยากที่สุด   แต่ถ้าใช้ AAR, Dialogue, และเครื่องมืออื่นๆ ของ KM อย่างชาญฉลาด   เราจะเรียนรู้หรือเกิด Systems Thinking โดยไม่รู้ตัว   คือมี Mental Model แบบ Systems Thinking โดยที่ตัวเองอาจไม่รู้จักคำว่า Systems Thinking

 

วิจารณ์ พานิช
๒๒ มี.ค. ๕๒