ขึ้นอยู่กับบริบท/ภูมิสังคม

อ่านตอนที่แล้ว สอนงานผ่านบล็อก : 29. สร้างฝันร่วมกัน (อย่าฝันคนเดียว) 

หากจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว  คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าการทำงานไม่ว่างานในลักษณะใด  หน่วยงานใดๆ ก็ตาม   งานจะสำเร็จลุล่วงลงได้นั้น  จะต้องใช้วิชาความรู้หรือใช้ความรู้ในหลายแขนง  ใช้ความสามารถในหลายๆ ศาสตร์

 

งานส่งเสริมการเกษตรหรืองานพัฒนาใดๆ ก็เช่นเดียวกัน หากวิเคราะห์ดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว  จะพบว่าคนทำงานล้วนต้องใช้ความรู้ความสามารถ  ทักษะและประสบการณ์ต่างๆ มาปรับใช้  และก็ไม่ได้ความรู้ความสามารถเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น  เช่นงานส่งเสริมการเกษตร  ที่ต้องการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรในพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง  ทักษะและความรู้ที่ต้องใช้มีหลายศาสตร์ เช่น

 

·        ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์  เกี่ยวกับด้านพืชชนิดนั้นๆ เช่น ข้าว  มะม่วง/ไม้ผล  ข้าวโพด/พืชไร่   ผัก/พืชผัก  เป็นต้น  อย่างน้อยนักส่งเสริมการเกษตรจะต้องศึกษาและเรียนรู้ในพื้นฐานของพืชเหล่านั้นมาบ้างแล้ว

·        ความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการ  อันนี้คนละทางกับศาสตร์ในข้อแรก  เป็นทักษะและความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์  ที่บางครั้งจะต้องศึกษาเพิ่มเติมหลังจากมาทำงานแล้ว

·        ความรู้ความสามารถทางด้านการสื่อสาร  การถ่ายทอด รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือ - สื่อต่างๆ  ประเด็นนี้เป็นศาสตร์ทางด้านการส่งเสริม  การสื่อสาร

·        และหากจะต้องพัฒนากลุ่มอาชีพ  จะต้องมีการพัฒนายกระดับเพื่อจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน  ก็จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ  พรบ. และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  เป็นต้น

 

จะเห็นได้ว่างานส่งเสริมการเกษตรหรืองานพัฒนาในด้านต่างๆ  คนที่จะต้องไปทำงาน  จะต้องมีความรู้ความสามารถและเรียนรู้ศาสตร์ในหลากหลายแขนง   ที่ไม่อาจจะกล่าวครบถ้วนได้ในที่นี้ได้หมด  ขึ้นอยู่กับบริบท/ภูมิสังคม   หลายคนอาจจะหนักใจว่า เอ..แล้วเราจะทำได้หรือเปล่าหนอ   ข้อนี้ไม่ต้องวิตกครับ   เพราะทุกคนล้วนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองกันได้อยู่แล้ว  อยู่ที่ว่าเราจะเรียนรู้และพัฒนาตนเองหรือไม่เท่านั้นเอง

 

ที่นำประเด็นนี้มาแลกเปลี่ยน  ก็เพื่อที่จะให้ทุกคนได้มีความเข้าใจถึงงาน  ลักษณะของงานที่จะทำว่าเป็นงานที่มีความเป็นพลวัตร  เกี่ยวเนื่องกับคน  กลุ่มคน   การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน  และเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมที่ทำ เช่น การปลูกพืช  เลี้ยงสัตว์  การประมง  การแปรรูป  เป็นต้น

 

ดังนั้น  เราจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติม  และหมั่นฝึกฝนทักษะการปฏิบัติต่างๆ  ความรู้ที่เราเรียนรู้มาจากสถาบันก็ถือว่าเป็นทุนที่เรามีอยู่แล้ว  จงหมั่นเรียนรู้เพิ่มเติมในศาสตร์ต่างๆ  ดังตัวอย่างได้ยกมาแล้วข้างต้น   ตามทางหรือความถนัดของแต่ละคน   เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของตนเองให้สามารถทำงานได้อย่างไร้ข้อจำกัด 

 

บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

วีรยุทธ  สมป่าสัก  25 มีนาคม  2552