คำว่า “ประชาธิปไตย” แปลตามศัพท์ว่า “ประชาชนเป็นใหญ่” คนมักหลงไปคิดว่าหมายถึงระบบการเมืองการปกครองที่ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนของตนไปออกกฎหมาย และควบคุมฝ่ายบริหารประเทศ แต่ท่านอดีตนายก รมต. อานันท์ ปันยารชุน เคยกล่าวว่าปัจจัยสำคัญของประชาธิปไตยมีถึง ๗ ข้อ และการมีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเพียง ๑ ใน ๗ อ่านบันทึกตีความความเห็นของ ฯพณฯ อานันท์ ได้ที่นี่
ผมเพิ่งเข้าใจว่า การที่เรามีศาลปกครอง เป็นก้าวใหญ่ของการพัฒนาประชาธิปไตย ศาลปกครองจัดตั้งขึ้นตาม พรบ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นการเปิดศักราชของสิทธิของประชาชนที่จะฟ้องร้องหน่วยงานราชการได้ (เรียกในภาษาทางการของ พรบ. ศาลปกครองฯ ว่า หน่วยงานทางปกครอง)
ที่จริงประเทศไทยเราเปิดช่องให้ประชาชนธรรมดาฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐได้ ตาม พรบ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ แล้วจึงมาตั้งศาลปกครองในปลายปี ๒๕๔๒
ผมรู้สึกมาตั้งแต่เด็ก ว่าหน่วยราชการนี่มันใหญ่จริงๆ มีอำนาจทำอะไรๆ ที่มันขัดกับความถูกต้องตามสามัญสำนึกได้ พ่อผมถึงกับเกลียดการรับราชการ ไม่อยากให้ลูกเข้ารับราชการอยู่นาน เพราะฝังใจว่าข้าราชการมักกดขี่เบียดเบียนประชาชนคนธรรมดา ตระกูลผมถือคติไม่เบียดเบียนสังคม ไม่เบียดเบียนคนอื่น ตอนทำงาน สกว. ผมได้ยินคำว่า “ไม่รบนาย ไม่หายจน” ที่เป็นคติชาวบ้านปักษ์ใต้ “นาย” หมายถึงข้าราชการ และที่สงขลา “นาย” หมายถึงตำรวจ
นี่คือสภาพ “ความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมกัน” ระหว่างราชการ/ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ กับประชาชน/หน่วยงานเอกชน ที่ได้รับการแก้ไขโดย พรบ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และ พรบ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ผมตีความว่า ทำให้สังคมไทยมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ก้าวสำคัญทีเดียว
กว่า ๓๐ ปีมาแล้ว ผมมีตำแหน่งบริหาร และรับผิดชอบดูแลการก่อสร้างของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ทั้งหมด ผมเรียกเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานนี้มาคุย และบอกเขาว่า ทาง มอ. เราต้องการอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่มีคุณภาพดีตามสัญญา และก่อสร้างเสร็จตรงตามเวลา เพื่อขยายงานของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามเป้าหมาย ผู้รับเหมาเขาก็ต้องการผลกำไรตามที่เขาควรได้ และเขาต้องการความสะดวกในการทำงาน เราต้องมีความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกัน เข้าใจความต้องการซึ่งกันและกัน ทางฝ่ายเราต้องไม่ใช่แค่เรียกร้องเอาผลงานตามที่เราต้องการ เราต้องเอื้อเฟื้อให้บริการแก่ผู้รับเหมาอย่างดีด้วย ทั้งความรวดเร็วในการปฏิบัติตามสัญญา โดยเฉพาะการดำเนินการเบิกจ่ายเงิน และการปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ไม่เรียกร้องเงินใต้โต๊ะ ไม่แกล้งถ่วงเวลาดำเนินการเพื่อส่งสัญญาณเรียกร้องเงินใต้โต๊ะ
เจ้าหน้าที่เหล่านี้มองผมด้วยสายตาแปลกๆ และเมื่อผมพูดทำนองเดียวกันกับผู้รับเหมา เขาก็มองผมด้วยสายตาแปลกๆ หวนคิดกลับไปตอนนั้น ผู้คนคงจะเคยชินกับความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมกัน เคยชินกับการ “หยอดน้ำมัน” ให้งานราชการเดิน ทุกคนยอมรับสภาพที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจเหนือ หรืออยู่ในสภาพ “หน่วยราชการมีสิทธิในการรักษาผลประโยชน์ของราชการ” โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนแต่ละคน และ/หรือหน่วยงานเอกชน และเป็นที่มาอย่างหนึ่งของการฉ้อราษฎร์บังหลวง
การเรียกร้องและจ่ายเงินใต้โต๊ะยังไม่หมดไปจากสังคมไทย ผมเข้าใจว่ารายใหญ่จะมีขนาดใหญ่ขึ้น และแยบยลขึ้น การมีกฎหมายศาลปกครอง เปิดโอกาสให้หน่วยงานของรัฐ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ ถูกฟ้องได้ เป็นมาตรการอย่างหนึ่งที่ทำให้การทำชั่วชนิดนี้ ทำได้ยากขึ้น มีช่องทางป้องกันและปราบความชั่ว/คนชั่ว แบบนี้ได้มากขึ้น
คนที่ไม่ชั่ว ต้องทำงานด้วยความระมัดระวังไม่ประมาท คือต้องรู้กฎหมายพอสมควร รู้วิธีทำงานอย่างระมัดระวังตามที่วิญญูชนพึงกระทำ ก็ไม่ต้องกลัวจนไม่กล้าทำงานให้แก่สังคม
กฎหมายอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นกลไกส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันในด้านข้อมูลข่าวสาร คือ พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ประชาธิปไตยเป็นเรื่องซับซ้อน ความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึง รับรู้ และเข้าใจข้อมูลข่าวสาร ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางประชาธิปไตย
วิจารณ์ พานิช
๒๕ มี.ค. ๕๒