Walk proudly on with eager
To meet the challenge hurled
And build what our new day demands,
A new and better world.
Be not discouraged should you lose
One battle on life’s way
For victory comes if you but choose
To fight another day.
ก้าวต่อไปอย่างองอาจไม่หวาดหวั่น พร้อมสองมือมุ่งมั่นสู่ปัญหา
เพื่อสร้างสิ่งซึ่งวันใหม่หวังได้มา คือโลกใหม่ที่โสภากว่าวันวาน
แม้พ่ายยับจนชีพหม่นไหม้ ยังมั่นใจเดินหน้าอย่างกล้าหาญ
ชัยชนะจะได้มาไม่ช้านาน ขอเพียงตั้งปณิธานสู้ต่อไป
ขึ้นต้นบทความด้วยบทกลอนความหมายดีๆ หนึ่งบท จากหนังสือ เติมกำลังใจให้พลังชีวิตค่ะ ดิฉันเห็นว่าความหมายดีก็เลยนำมาให้ได้อ่านกันค่ะ หากใครสนใจที่จะเก็บบทกลอนนี้ไปเพิ่มกำลังใจและถือเป็นคติให้ตัวเองสู้กับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ก็ไม่ว่ากันนะค่ะ อาจเป็นแค่ตัวอักษร แต่ถ้าเราอ่านและเข้าใจในความหมายที่ลึกซึ้งของมันแล้วตัวอักษรเหล่านี้อาจเป็นตัวชี้ทางให้เราก็ได้ใครจะไปรู้ พูดถึงบทกลอนกันพอหอมปากหอมคอแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อนนะค่ะ ดิฉันเองคิดว่าบทกลอนเป็นศิลปะที่อ่อนโยนบ่งบอกอารมณ์คนเราได้ดี บทเพลงคงเป็นศิลปะอีกอย่างที่ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าทุกคนไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าเวลาที่เรามีความทุกข์ใจ ท้อแท้ ร้องให้ เ สียใจ คุณก็มักจะระบายมันออกมาเพื่อให้ศิลปะเหล่านั้นรองรับอารมณ์คุณ ปัญหาต่างๆที่เข้าในชีวิตของคนเรานั้นมีมากมายจนเราเองนับไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหาเรื่องการเรียน ปัญหาเรื่องเพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งเรื่องความรัก ซึ่งเรื่องหลังสุดนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่ยอดฮิตกันเลยก็ว่าได้ ดังนั้นวันนี้ขอหยิบยกเรื่องความรักมาพูดคุยแล้วกันนะค่ะ
หากพูดถึงความรักแล้วนั้นเป็นสิ่งที่ดี คนเราทุกคนย่อมปฏิเสธสิ่งนี้ไม่ได้ หากแต่ความรักนั่นก็ทำให้คนเราทุกข์บ้างในบางครั้ง แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ทำให้คนเราได้เรียนรู้ต่อไป และคงอาจจะเป็นดั่งคำที่ว่า “อกหักดีกว่ารักไม่เป็น”ที่ใครๆชอบพูดกันกระมังค่ะ เพราะทั้งชีวิตเราเองคงต้องพัวพันกับสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” อยู่เสมอ มีความรักหลายรูปแบบและมุมมองที่ต่างกันในแต่ละคน แต่มีอยู่มุมมองหนึ่งที่ดิฉันชื่นชมมาก และเป็นความรักที่ดิฉันอยากจะหยิบยกให้ทุกคนที่เข้ามาบทความนี้ได้ลองสัมผัสความรักของเธอดู
ความรักของผู้หญิงคนนี้มีแต่ให้ ดิฉันรู้จักเธอในเวลาที่นานพอสมควร และได้มีโอกาสได้พูดคุยกันในเรื่องความรักตามประสาเพื่อนฝูงกัน ในขณะที่เธอได้ระบายความรู้สึกภายในใจของเธอออกมาด้วยใจที่เปี่ยมสุข แต่ก็หาปกปิดความเจ็บปวดที่แฝงอยู่นั่นไม่ได้เลย แววตาเธอดูมีความสุขที่เธอได้ทุ่มเทรักให้กับคนๆนึง ในขณะเดียวกันเธอเองก็หารู้ไม่ว่าดวงตาของเธอมีความเศร้าแฝงอยู่ไม่น้อย ทั้งที่พยายามแสดงออกมาว่าเธอมีความสุขที่ได้ทำ ดิฉันเองก็ได้เพียงส่งยิ้มให้เธอโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปแม้แต่น้อย เธอคบกับเพื่อนชายคนหนึ่งแต่ในฐานะเพื่อนนะค่ะเธอรักเขามาตลอดแต่เธอเองก็ไม่เคยที่จะเอ่ยคำว่ารักออกไป เพียงเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงและเธอเองไม่ต้องการที่จะเสียเขาไป เธออยู่อย่างไม่รู้เลยว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ เธอเฝ้าดูแลเขาอย่างคนรักแต่เขาคนนั้นจะรู้หรือไม่เธอไม่สนใจแม้แต่น้อย เธอเพียงแต่มีความสุขที่เธอได้อยู่ใกล้และได้ดูแลคนที่เธอรักเท่านั้น และเขาก็ดูแลเธอดีเช่นกัน หากแต่ไม่รู้ว่าการดูแลและเอาใจใส่ของเขานั้นมอบให้เธอในฐานะเพื่อนหรือคนรักกันแน่ ก็อย่างที่บอกนะค่ะเธอไม่ได้สนใจตรงจุดนั้นเลย จนวันเกิดของเธอ เธอได้รับของขวัญจากเขา "หลายคนคงคิดว่าเธอต้องได้อะไรที่พิเศษจากเขาใช่ไหมค่ะ แต่ไม่หรอกค่ะ " ของขวัญที่เธอได้ใช่จะมีความหมายอะไรมากมายสำหรับทุกคนที่มองเข้ามา แต่คงมองกลับกันว่ามันดูมีความหมายไม่ค่อยดีนัก ของขวัญที่เธอได้รับ คือ” ต้นลีลาวดี หรือ ลั่นทม” เธอปลูกมันไว้ในบ้านของเธอ ด้วยมือของเธอเอง จนวันหนึ่งเธอกับเขาต้องได้ห่างกันด้วยเหตุผลที่เธอต้องไปทำหน้าที่ในต่างจังหวัด ถึงแม้จะยังคงอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน แต่โอกาสที่จะได้เจอกันนั้นก็ยากยิ่งนัก เขากับเธอจากห่างกันโดยต่างคนไม่ได้เอ่ยคำใดออกจากปากให้กันได้ทราบแม้แต่น้อย เธอจะห่างเขาไปในช่วงเวลาเพียงสองปีเท่านั้น นั่นเป็นเพียงคำพูดเดียวที่เขาทั้งสองคนรู้กัน ในช่วงเวลาสองปีที่ห่างกันไปเธอไม่ติดต่อกับเขาด้วยเหตุจำเป็น เพราะที่ๆเธออยู่นั่นไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ แต่เธอไม่เคยจะลืมเลือนเขาออกไปจากใจเลยแม้แต่น้อย ในใจยังคงหนักแน่น และซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองเสมอ และเฝ้ารอคอยวันนั้น วันที่เธอจะได้กลับไปเจอหน้าคนที่เธอรักอีกครั้ง ในที่สุดเวลาสองปีนั่นก็จบลง เธอกลับมาด้วยความสุขเปี่ยมล้น แต่เหตุการณ์ดูเหมือนจะไม่เป็นดั่งที่เธอหวังเสียแล้ว เพราะเขาคนนั้นที่เธอรักกลับแต่งงานไปแล้วโดยที่ไม่มีคำบอกกล่าวแม้แต่น้อย หากแต่เธอไม่ได้คิดโกรธเขาแต่อย่างใด เธอจำคำที่แม่เธอสอนมาตลอดว่า “จงรักแม้กระทั่งคนที่เกลียดเรา” ยิ่งเป็นคนที่เธอรักแล้วเธอคงไม่มีวันเกลียดเขาเป็นแน่ เธอได้แต่แสดงความยินดีกับเขา และได้แต่เก็บดอกลั่นทมที่เธอได้ปลูกมันไว้จนเติบใหญ่และออกดอกงดงาม แต่ดอกที่ออกมานั่นกลับออกในวันที่เธอเสียใจเสียนี้ ลั่นทมก็คือของขวัญที่เขาให้ในวันเกิดต้นนั่น เธอเก็บทุกๆวันเป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว และดอกลั่นทมที่เธอเก็บนั่นจะต้องเป็นดอกที่ร่วงโรยลงดินแล้วเท่านั่น เพราะลั่นทมที่ร่วงนั่นเธอเรียกว่า “ น้ำตาของลั่นทม” ซึ่งมันเปรียบกับน้ำตาของเธอนั่นเอง ที่โศกเศร้าเสียใจ เธอบอกฉันว่า “ ลั่นทมต้นนี้ปลูกด้วยใจ แต่รดด้วยน้ำตา” มีประโยคหนึ่งที่หลุดออกมาจากปากเธอที่ทำให้ฉันต้องน้ำตาร่วง “ เธอบอกว่า เธอยอมที่จะไม่บอกความรู้สึกของเธอไปให้เขาได้รับรู้นั้น เธอมีเหตุผลว่าหากเธอบอกความรู้สึกนั้นออกไป เธอคงต้องเสียเขาไป เธอคงทนไม่ได้ในตอนนั้นที่จะเสียคนที่เธอรัก สู้เธอไม่บอกแล้วเธอได้ยืนเคียงข้างเขา และได้ดูแลเขาอย่างที่ใจเธอต้องการเสียดีกว่า” ประโยคที่น้ำตาดิฉันไหลยังไม่ใช่ประโยคนี้ค่ะ แต่เป็นประโยคนี้ต่างหาก“ ที่ฉันยอมอยู่อย่างนี้และไม่บอกเขาไป เพราะฉันคิดว่าอย่างน้อยวันที่ฉันไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีก ฉันจะมีคนที่ฉันรักมาส่งฉัน นาทีสุดท้ายฉันยังได้มีเขา แต่หากฉันเอ่ยคำนั้นออกไปฉันคงไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่ฉันรักมาส่งฉันเลยด้วยซ้ำ ฉันจึงเลือกที่จะไม่บอก” และนั่นเป็นประโยคที่เธอได้เขียน ไว้ใน Diary ของเธอ พร้อมกับการได้เอ่ยวาจาต่อหน้าดิฉันด้วยน้ำตา จวบจนทุกวันนี้เธอเองก็มีความสุขดีนะค่ะ เธอยังศรัทธาในรักแม้ความรักในครั้งก่อนจะเจ็บปวดบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการมีรักใหม่แม้แต่น้อย อดีตก็คืออดีตเรากลับไปแก้ไขไม่ได้ ปัจจุบันก็คือปัจจุบันเราก็ควรอยู่กับมันให้ได้ และอนาคตก็คืออนาคตมันคือสิ่งไม่แน่นอน การเจ็บปวดในอดีตไม่จำเป็นต้องมาเป็นเหตุให้เจ็บปวดในปัจจุบันและสิ่งที่เป็นในปัจจุบันก็ไม่หมายความว่าจะเป็นแบบนี้ตลอดจนถึงอนาคต ปัญหาทุกปัญหามีทางออกเสมอ ใครที่มีปัญหาอยู่ก็สู้ต่อไปนะค่ะ “รักทุกคนที่คุณรักให้เท่ากับที่คุณรักตัวเองและรักแม้กระทั่งคนที่เกลียดคุณ”ใจคุณจะมีสุข สุดท้ายๆสุดเธอได้ทิ้งท้ายไว้ให้ฉันสนใจ ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เธอแค่แนะนำเพลงให้ดิฉันได้ฟังเท่านั่นเอง “ เพลงอยากพับแผ่นฟ้า” ของไม้เมือง ค่ะ ไปลองฟังดูได้นะค่ะ
เป็นยังไงบ้างค่ะเรื่องราวของความรักที่เอามา คุณคิดเห็นอย่างไรฝากแสดงความคิดเห็นกับความรักของเธอด้วยนะคะ มาแลกเปลี่ยนมุมมองความรักกัน ฝากติดตามอ่านบทความต่อไปด้วยนะค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ
เรื่องดี น่าอ่านมากเลย ค่ะ
เดียวเก็บค่าคอมเม็น หลังงานนะค่ะ
เรื่องดีมากเลยงับ
แต่จริงๆ แล้ว
มาเป็นหน้าม้าครับ น้องเขาบอกมา
อ่า
เศร้าจัง
เจอกานหลังไมค์นะ
เจ็บไปนิด
ทรมานไปหน่อย
แต่ก็ลึกซึ้งกินใจดี
รออ่านต่อนะ
พักนี้ความรักในโกทูโน ดูแล้วมีแต่เรื่องชวนให้คิด.. และช่างน่ากลัวจริงๆ-----
ซึ้งมากมาย
น้ำตาจะไหล
รักที่ผูกติด ยึดติด เป็นกิเลส
ย่อมหนัก
รักที่ใจเป็น ผู้ให้ ด้วยความเมตตา
ย่อมดำรงไว้ซึ่ง สติ
อ่านแล้วเศร้าครับ
ก็นะ ความรักมันก็แบบนี้ มีสมหวัง ผิดหวังปะปนกันไป
เพียงแต่พี่มีความคิดว่า ความรัก มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต
แต่
มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ครับ
เรื่องดีนะ แอบเศร้าด้วย
อ่านแล้วตาลายดี เหอๆๆ
อ่า
เหอ เหอ
T.T
โอ้ความรักที่แท้จริงมันเปนอย่างงี้นี่เอง
อยากมีความรักบ้างจัง
เศร้าได้อีกอ่ะ ไว้จะรออ่านตอ่น่ะจ๊ะ
อ่านแล้วเข้าใจหัวอกเจ้าของคอมเม้นจริงๆๆครับ
โอ้ยๆๆๆๆเจ็บ
ถ้ายังกลัวก็จงเสียใจต่อไป รู้ได้ไงว่าถ้าบอกเขาไปแล้ว เขาจะจากเราไป ผมว่าที่เธอเสียใจที่สุดคงไม่ใช่ที่เขาคนนั้นแต่งงานไปแล้วหรอก แต่คงเสียใจที่ไม่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองออกไปในตอนที่ยังมีโอกาส ฮี้ๆๆๆๆๆๆ
อย่าเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
มองอดีตให้เหมือนเป็นครูสอน
แล้วตั้งใจทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เป็นกำลังใจให้ครับ
ดี ดี ดี
เนื้อหาดีมากๆเลยคับ
^_____________^