พอดีวันนี้ไปเที่ยวบ้านป้ามา และก็มีปาร์ตี้พิซซ่ากัน เลยได้หัวข้อในการเขียนบล็อกที่น่าสนในมาฝาก จะเล่าถึงตำนาพิซซ่าที่เคยได้ยินมาและก็การทำพิซซ่ากินเองกันในครอบครัวด้วย ( สูตรของป้าเลยนะค่ะเห็นบอกว่าเพื่อนที่อังกฤษสอนทำมาก็เลยเอามาประยุกต์กับบ้านเรา )
ตำนานพิซซ่า ว่ากันว่าสมัยกรุงโรมพิซซ่าเกิดจากแป้งแผ่นบงที่ทำให้สุกด้วยหินร้อนๆ ที่ตั้งของตำนานพิซซ่าอยู่ที่ประเทศอิตาลี เมืองปอมเปอี (POMPEII) ปัจจุบันเมืองนี้เป็นซากเมืองโบราณที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศอิตาลีเนื่องจากในอดีตภูเขาไฟวีซูเวียส (VESUVIUS) ได้เบิดและพ่นลาวา เถ้าถ่าน ก้อนหินภูเขาไฟออกมาทับถมเมืองทั้งเมือง
พิซซาในเวลาต่อมายังคงอยู่ในอิตาลีที่เมืองนาโปลี ร้านพิซซ่าแห่งแรกชื่อพอร์ต อัลบ้า ( Port' Alba ) โดยอบในเตาหิน (จากภูเขาไฟวีซูเวียสนั้นเอง) ส่วนผสมที่สำคัญของพิซซ่าสมัยนี้คือ ชีสนมควาย (Mozzarella Cheese) ผงเครื่องเทศออริกาโน (Origano) ปลาเค็มเอนโชวี (Anchovi) มะเขือเทศ เบซิล (Basil) และกระเทียม
สงครามเวียดนามเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยได้รู้จักพิซซ่า โดยผู้แนะนำที่สำคัญก็คือทหารอเมริกันนั้นเองแต่ต้องไปกินกันตามโรงแรมหรือไม่ก็ห้องอาหารอิตาเลียนนะ พอถึงพ.ศ.2513 ก็ได้มีร้านพิซซ่าฮัทเกิดขึ้นทำให้เด็กไทยได้ลิ้มลองกินกันและแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่วัฒนธรรมอาหาร junk food มันกลายเป็นอากหารมื้อหลักของเด็กไทย

การทำพิซซ่าอย่างง่าย
เพื่อนไม่ต้องเสียเวลานวดแป้งให้ยุ่งยากเลย เพราะตัวแผ่นแป้ง(Pizza crust)หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์คเก็ตชื่อดัง Food-land,The mall,Macro และก็ชีสที่เป็นแพ็คแบบขูดแล้วก็มีหรือจะซื้อเป็นแท่งมาเก็บไว้ก็ได้(ยี่ห้ออะไรก็ได้)
เอาแผ่นแป้งออกใส่ถาดพักไว้ให้เย็น ทานำมันมะกอกบางๆ ตามด้วยซอสพิซซ่ากระป๋องหรืออาจใช้ซอสมะเขือเทศก็ได้ ทาให้ทั่วและก็ขูดชีสโรยให้ทั่วแผ่นแป้ง
จากนั้นเราก็เริ่มใส่หน้าพิซซ่ากันเริ่มจากผักก่อนเลยก็มีพริกหวานหลากหลายสี เห็ด มะเขือเทศ หอมใหญ่กระเทียม ก็แล้วแต่คนชอบไม่ชอบ ผงพริกไทยป่น สับประรดด้วย จากนั้นก็ตามด้วยพวกเนื้อสัตว์ อาจเป็นไส้กรอก แฮม เบคอน หรือ ปลาหมึก กุ้ง ก็ได้ แล้วแต่ว่าเราอยากกินหน้าอะไร เมื่อใส่เครื่องเสร็จก็ตามด้วยซอส ก็ซอสมะเขือเทศอีกนี่แหละใส่ให้ทั่วแผ่นแป้งอีกรอบและสุดท้ายตามด้วยชีสขูดใส่เยอะๆ ได้ตามใจชอบเลย ( พวกเนื้อสัตว์สุกยาก แนะนำว่าควรจะลวกก่อน เวลาอบแป้งจะได้ไม่ไหม้ )
จากนั้นก็เอาเข้าเตาอบไฟร้อนปานกลางจนถึงร้อนมาก ประมาณ 10-15 นาที ( เตาอบหรือหม้ออบควรจะอุ่นให้ร้อนตลอดเพื่อรอให้ได้ความร้อนคงที่ก่อนนำพิซซ่าไปอบ )
ก็ลองทำกันดูละกันนะค่ะปรับแต่งได้ตามของที่หาได้ในบ้านเรา รับรองว่าอร่อยไม่แพ้ไปนั่งกินที่ร้านเลยค่ะ

สุดท้ายแล้วฝากไว้ว่า อารหารที่ใช้ความร้อนสูงเช่น อารหารอบ ปิ้งย่าง จะเกิดสารอะคริลิไมด์ "(Acrylimides) " ก่อให้เกิดโรคมะเร็งและทำลายระบบประสาท อย่าลืมว่าพิซซ่าเป็นอาหารอบที่ใช้ความร้อนสูง ก็อย่ากินกันบ่อยมาก อาหารพวก Junk food มีแต่ไขมัน แป้ง สารเคมี สารกันบูด เดี๋ยวโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วน จะถามหานะค่ะ.......
สวัสดีครับคุณsujitra konthong
อ่านประวัติแล้วได้เติมความรู้ขึ้นมาอีก
ขอบคุณมากๆนะครับสำหรับตำหรับอาหารต่างชาติ ทำเองก็ได้นี่นา อิอิ
เรื่องมะเร็งก็น่าระวังจริงๆด้วยครับ ขอบคุณมากๆเลย :)
อืม
ไม่ต้องเสียเงินเยอะๆ
ไปซื้อกินแล้วหล่ะ
ทำเองก็ได้นี่หน่า
แต่จะกินได้อ่ะเปล่าอ่ะ
อืม
ไม่ต้องเสียเงินเยอะๆ
ไปซื้อกินแล้วหล่ะ
ทำเองก็ได้นี่หน่า
แต่จะกินได้อ่ะเปล่าอ่ะ
เป็นคนไม่ชอบกินพิซซ่านะคะ
ไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไร
แต่เรื่องที่นำมาให้อ่าน
ถือว่าเป็นการประดับความรู้ก็แล้วกันคะ
แต่พอพูดถึงปอมเปอี
เป็นเรื่องที่น่าสนใจดี
พอดีเคยดูสารคดีเกี่ยวกับเมืองนี้เหมือนกัน
เวลาได้กินพิซซ่าคงอดนึกถึงปอมเปอีไม่ได้
......
ขอบคุณสำหรับเรื่องที่นำมาฝาก
ทำเองแล้วอร่อยก็น่าจะดีนะ
แต่ตอนนี้พิซซ่า 1112
ซื้อ 1 แถม 1 ถ้ายังไม่ว่างทำก็โทรสั่งมาทานก่อนล่ะกัน
น่าทำกินจัง
ถ้าทำแล้วจะอร่อยเหมือนที่เคยกินหรึอปล่าวน้า
อร่อยๆ
อ้วนๆ
แต่วันหลังจะไปทานที่บ้านนะคะ^^
เป็นอาหารที่เราชอบมากกกกกกกกก
แต่อ้วนอ่ะ วันหลังตะเองทำให้เค้ากินบ้างน๊า
เรากินพิซซ่าแล้วท้องเสียอ่ะ..
ดีจังอ่านแล้วได้ความรู้..ขอบคุณนะค่ะ..
น่าทาน ของโปรด อาหร่อยมากๆค่ะ
ดูแล้วหิวมากเลย
เหมาะกับเศรษฐกิจยุคนี้มาก
ประหยัดดี
อยากกิน pizza ที่หายากที่สุดของโลกค่ะ