Family trip (3): ตัดสินใจ


เพราะเราเป็นคนแปลกหน้า ต้องทำให้เขามั่นใจ สบายใจ ให้เขารู้ว่าเราเป็นใคร มีที่มาที่ไปอย่างไร

ต่อจากบันทึก (1) และ (2)
หลังจากซ่อมรถเสร็จ  เราก็ได้ออกจากหาดใหญ่จริงๆ ราว 5 โมงเย็น   คุณพ่อของลูกพาพวกเราแวะทานน้ำมะพร้าวเย็นข้างทาง  บอกว่า เป็นการปลอบใจพวกเรา

คุณผู้ชายเสนอให้เราเปลี่ยนเป้าหมายที่จะพักที่ตรัง  ไปค้างคืนที่กระบี่ หรือ ไม่ก็พังงา โดยจะไปทางทุ่งสง เพราะทางจะไม่คดเคี้ยวเหมือนทางไปตรัง    ในช่วงเวลาอาหารเย็น  เราผ่านร้านอาหารชื่อดังริมทางถนนสายเอเชียพอดี  ชื่อร้าน “หลานตาชู สเต็กเฮาส์ ” อยู่ในพื้นที่ตำบลตะโหนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง  ร้านบรรยากาศดีมาก สไตล์คาวบอยฝรั่ง  แต่ก็มีอาหารทั้งสเต็ก และ อาหารไทย  มีคนเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้รอนานนัก  อีกทั้ง อาหารแต่ละจานก็ บิ๊กๆ ทั้งนั้น 

แล้วก็ที่เกินคาด คือ มื้อนี้ “ทานฟรีค่ะ”  เพราะบังเอิญเจอคุณหมอ ลูกศิษย์ที่มาช่วยงานวิจัยตอนเป็นนักศึกษาแพทย์  เขาเข้ามาทักก่อน ด้วยคำถามว่า “จำได้ไหม”  ก็คงต้องถามคำถามนี้แหละค่ะ เพราะคุณหมอเปลี่ยนไปมาก  ทรงผมซอย สไตล์โฉบเฉี่ยว ไลท์ผมสีน้ำตาล  หน้านวลเนียน  ถามไถ่กันว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ที่ไหน?  เธอบอกว่า เปิดคลินิกเสริมความงาม ตอนนี้มี 3-4 สาขาแล้ว!! ทั้งสุราษฎร์ สงขลา หาดใหญ่   เราคุยกันถูกคอ  คุณหมอมีไอเดียโน่นนี่อีกมากมาย ทั้งเป็นเอเย็นต์ส่งสาวเข้าประกวด  เปิดร้านอาหาร ฯลฯ   ระหว่างที่เธอเล่า  ดูเธอมีความสุขมาก คงเป็นเพราะเป็นเส้นทางชีวิตที่ “ใช่” ของเธอนั่นเอง  

     

ดูอะไรๆ ก็น่าจะ happy ดี  แต่ก็เป็นอย่างนั้นได้ไม่นาน  พอเกือบสองทุ่ม  ไฟรถก็เริมริบหรี่ลง  สัญญาณระบบต่างๆ ในรถก็ทยอยแสดงแสงสีให้เราเห็นอีก  รถมีปัญหาอีกแล้ว!! เฮ้อ เราน่าจะตัดสินใจเปลี่ยนรถนะ แต่ก็ไม่มีใครบ่นอะไรมากไปกว่านั้น ในยามที่สิ่งที่ต้องทำคือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ดีที่สุดเท่านั้น 

ตัวเองบอกให้คุณผู้ชายรีบนำรถเข้าจอดข้างทาง เพราะเห็นเป็นช่วงถนนที่มีเสาไฟที่มีไฟสีแดงดวงใหญ่หลายเสาต่อเนื่องกัน  แต่คุณผู้ชายก็ยังไม่ยอมจอด บอกว่า ไปต่ออีกนิด หาตรงที่มีบ้านคนดีกว่า น่าจะปลอดภัยที่สุดแทนที่จะจอดที่มีแสงไฟ และ ทุ่งหญ้า  แล้วเราก็พบบ้านคนเลยจากช่วงที่มีเสาไฟสว่างเพียงเล็กน้อย  คุณผู้ชายจึงนำรถเข้าไปจอดหน้าบ้านหลังนั้น  เป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ประตูบ้านปิดแล้ว แต่เปิดไฟหน้าบ้านไว้

ตนเองสังเกตเห็นด้านข้างของขอบรั้วบ้าน  มีป้ายไม้มีส่องไฟเห็นข้อความ “ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง” ก็ไม่คิดอะไร คิดว่าเป็นป้ายระบุพื้นที่

 คุณผู้ชาย ออกจากรถ และ โทรติดต่อช่างศรีเจ้าเก่า   “ป๊า (หมายถึงคุณผู้ชาย) เขาจะมาหรือ?”  “มาซิ  ช่างเขาเต็มที่กับป๊า ยังไงก็มา”  คุณผู้ชายคุย

ยังไม่ทันละจากการคุยโทรศัพท์   ก็มีรถกะปะ 1 คันและมอเตอร์ไซด์ 1 คัน  เข้ามาในบริเวณลานจอดรถ  มีชาย 2  หญิง 1 วัยสามสิบกว่า พร้อมเด็กน้อย 2 คน ออกจากรถ  ชายที่นำหน้าท่าทางเคร่งขรึม  ตรงรี่เข้ามาถามไถ่พวกเรา

หลังจากได้รับทราบเหตุที่เราต้องมาพักพิง เขาก็ดูผ่อนคลายลง   คุณผู้หญิงเล่าว่า  เธอขับรถจะเข้าบ้าน เห็นรถที่ไม่คุ้นเคยจอดอยู่หน้าบ้านตอนมืดๆ  กลัวว่าจะเป็นผู้ไม่หวังดี  จึงตัดสินใจขับผ่านเลยไป และตามสามีมาจากงานศพที่วัด เพื่อเข้าบ้านพร้อมกัน    (แอบนึกในใจ ว่าเธอเป็นคนรอบคอบมาก)

หลังจากโอภาปราศรัยและทราบว่า เราไม่น่าจะเป็นอันตรายกับใคร  แถมจะมาขอพึ่งพิงอีกต่างหาก  เราก็ได้รับการแนะนำจากเจ้าของบ้านว่า  ชายผู้เขร่งขรึม เป็น ผู้ใหญ่บ้าน !  และ คุณผู้หญิงเป็นภรรยา   แล้วก็เชิญพวกเรานั่งรอในศาลาหลังบ้าน ซึ่งเป็นเหมือนที่สภากาแฟของชาวบ้าน 

กว่าช่างจะมาจากหาดใหญ่ถึงทุ่งสงน่าจะไม่ต่ำกว่าชั่วโมงกว่า  ทั้งหมดรวมทั้งเด็กน้อยจอมแก่น 2 คน ลูกผู้ใหญ่บ้านก็อยู่กับพวกเราตลอดเวลา 
 
เรื่องคุยกับคนแปลกหน้า ให้กลายเป็นคนคุ้นเคย เสมือนกับรู้จักกันมาแรมปีนี่ ต้องยกให้ คนนี้เลย คุณสามี    
คุณเธอนำคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้มากมาย โดยเฉพาะประวัติเรื่องราวของศรีภรรยา ทำให้คุยต่อไปได้ถึงเรื่องที่โรงพยาบาล  การชันสูตรศพ ฯลฯ  ส่วนทางด้านภรรยาของผู้ใหญ่ก็มีบุคลิกคล่องแคล่ว คุยเก่ง ฟังเรื่องราวการงานที่เธอเล่าเป็นเรียกว่า working women ตัวฉกาจทีเดียว   ลูกๆ ของเธอก็ถอดเธอมาเลยค่ะ คุยเก่ง ไม่กลัวคนแปลกหน้า  น่ารักมากๆ มาร่วมวงกับพวกเราอยู่จนดึกดื่น 

ระหว่างที่ฟังคุยพ่อคุยกับคนเพิ่งรู้จัก  ลูกๆ แอบถามคุณแม่เบาๆ ทำไมคุณพ่อคุ้นเคยกับเขาเร็วจัง  ทำไมคุณพ่อเล่าเรื่องพวกเราให้เขาฟังมากมาย ฯลฯ ซึ่งภายหลัง  ความสงสัยนี้ ก็ได้รับการอธิบายจากคุณพ่อว่า เพราะเราเป็นคนแปลกหน้า ต้องทำให้เขามั่นใจ สบายใจ ให้เขารู้ว่าเราเป็นใคร มีที่มาที่ไปอย่างไร  ประมาณนี้

เวลาเกือบสองชั่วโมง จึงผ่านไปอย่างไม่น่าเบื่อ 

คุณผู้ชายบอกผู้ใหญ่ว่า ถือว่าเป็นบุญที่ทำให้เราได้รู้จักกัน  หากรถเราไม่เสีย ก็คงไม่รู้จักกันแน่แท้ 

จนเวลาประมาณสี่ทุ่มครึ่ง ช่างศรีจึงมาถึง และทำการซ่อมรถให้เรา โดยไม่มีคำบ่นออกมาจากปากแม้แต่น้อย

และก็สำเร็จเป็นครั้งที่สองในเวลาพอประมาณทีเดียว   ช่างศรีแอบพูด (ยิ้มๆ) ว่า “หวังว่าผมคงไม่ต้องตามไปที่ภูเก็ตนะครับ!”

เราคุยกันว่า จะวกกลับหาดใหญ่เพื่อเปลี่ยนรถดี หรือจะไปต่อ  ในที่สุดคุณผู้ชายก็ตัดสินใจไปต่อ 

เราออกเดินทางต่ออีกครั้งในเวลาประมาณห้าทุ่ม พร้อมทั้งคำขอบคุณเจ้าของบ้านอย่างสุดซึ้ง รวมทั้งลูกบ้านอีก 2-3 คนที่มาอยู่เป็นเพื่อน

คุณพ่อลูกๆ คุยโวหลังออกรถว่า เห็นไหม การตัดสินใจนำรถเข้าจอดในบริเวณที่มีบ้านคนนั้น ปลอดภัยแค่ไหน

แถมเป็นบ้านผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย!! 

ค่ะ คุณขา การตัดสินใจครั้งนี้ ต้องชมคุณจริงๆ  เพราะเธอยืนยันจะประคองรถต่อไปเรื่อยๆ จนจะเห็นบ้านคน

แต่ไม่แน่ใจว่า การตัดสินใจเดินทางต่อนี่  จะเป็นการตัดสินใจที่ดีไหม??

หมายเลขบันทึก: 250037เขียนเมื่อ 21 มีนาคม 2009 21:43 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:28 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

โอย...บ้านนี้สุดยอดค่ะ จะถึงภูเก็ตกันไหมคะนี่ จะคอยติดตามตอนต่อไปนะคะ

  • ตามมาอ่าน
  • คุณหมอหายไปนานมากๆๆ
  • ขอบอก
  • ขอบคุณครับที่แวะไปเยี่ยม
  • ไปสัมมนากับพี่โอ๋ใช่ไหมครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี