เมื่อไม่มีต้นไม้ แล้วจะมีสิ่งใดมาทานแรงลม ... (หลังพายุโซนร้อนถล่มเชียงใหม่)


เมื่อวาน (๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒) ออกจากที่ทำงานตอนค่ำ ระหว่างทางไปซื้อของที่ TOPs เกิดพายุฝนตกหนัก เมื่อซื้อของ (กิน) เสร็จจึงขี่รถกลับบ้าน โดยต้องใส่เสื้อกันฝนจากใต้เบาะ พายุฝนถล่มหนัก ทำให้ต้องขี่รถค่อนข้างช้า

เมื่อมาถึงปากทางเข้าบ้าน พบไฟดับมืดทั้งหมู่บ้าน คิดในใจว่า "โฮ้ บ้านเราน่าจะไม่เหลือ แต่สภาพจะเป็นอย่างไรบ้างแค่นั้นเอง"

เมื่อถึงหน้าบ้าน ฝนยังตกไม่หยุด หน้าบ้านเกลื่อนกลาดไปด้วยกิ่งไม้ ใบไม้ ผ้าที่ตากไว้ถูกลมหอบมาบนพื้นเปียก ๒ ตัว ที่เหลือเปียกอยู่บนราวตากผ้า

จอดรถ โดยยังไม่ดับไฟหน้ารถ ล็อคหน้าบ้าน เปิดประตูกระจก ทุลักทุเลพอสมควร เข้าบ้านก็วิ่งหาเทียนไข ไฟแช็ค ไฟฉาย กว่าจะเจอเล่นเอาเหงื่อตก

แต่ในระหว่างการจุดเทียน ได้ยินเสียงบางอย่างข้างนอก เสียงตีปีกพลั่บ ๆ ร้องอ้า อ้า ดังลั่น หมาจากฟากฟ้าตัวแสบก็กำลังวิ่งไล่ตะปบและงับอยู่ เทียนเทินไม่ต้องจุดกันแล้ว วิ่งถือไฟฉายไปดูก่อน แล้วภาพเห็น สิ่งที่แสดงเสียงออกมาและบินหนีด้วยความกลัวอยู่นั้น คือ "ลูกนก" สันนิษฐานว่า อาจจะตกจากรังที่ต้นจำปีลงมา หรือไม่ก็พลัดหลงกับพ่อแม่มา ดันมาเจอไอ้หมาตัวแสบประจำบ้านพอดี

ผมจึงตัดสินใจจับตัวมันก่อนที่หมาจะฟัด ลองนึกภาพ มือพยายามจับ ขาก็กันหมาไว้ ลูกนกก็กลัวตัวสั่น จับแล้วหลุดอยู่ ๒ - ๓ ที ถึงจะจับได้ จับได้ก็นำเข้าวางไว้ที่กองหนังสือในบ้านก่อน

 

 

คิด คิด คิด ทำไงต่อดี ก็คิดได้ว่า นอกบ้านมีกรงไอ้จิ้ม แมวประจำตระกูลอยู่ จึงเดินออกไปเอากรงเข้ามาในบ้าน เอากระดาษหนังสือพิมพ์รองด้านใน วางกรงบนเก้าอี้ ระหว่างนั้นเจ้านกมันก็ยังอยู่ที่เดิม

แป๊บเดียว มีเสียงร้องของแมวตัวนึง นั่นก็คือ ไอ้หมาจิ้ม แมวประจำตระกูล หนีพายุจะเข้ามากินข้าว เอาล่ะสิ นก กับ แมว ถูกกันที่ไหน ผมก็ปล่อยให้ไอ้หมาจิ้มมันร้องไปก่อน แล้วก็รีบไปจับเจ้า "ลูกนก" บนกองหนังสือแล้วนำมาใส่กรงให้ได้ เหมือนเดิมเลย กว่าจะจับได้ โดดไปโน้นไปนี่ พอจับได้ เหมือนตกใจ ร้องลั่น อ๊าบ อ๊าบ อ๊าบ

เมื่อเข้าไปอยู่ในกรงแล้ว ผมก็เอาเสื้อคลุมไว้ก่อน ซ่อนแมว แล้วค่อยเปิดประตูให้ไอ้หมาจิ้ม แมวจอมกวนมันเข้ามา

เหนื่อยครับพี่น้อง เวลาไม่ถึง ๑๐ นาที ... วิ่งวุ่นหักปักหัวปำ พายุก็ไม่หยุด ไฟก็ไม่ติด หิวก็หิว หน้อย

ส่วนเจ้าไฟฟ้าก็มี ไฟตก (ติดบางดวง) ไฟดับ แล้วก็ไฟติด อยู่หลายรอบ นั่งดูแฟนพันธุ์แท้ไปยังไม่จบเลย แถมอัดไว้ให้น้องดู เลยไม่รู้เรื่องกันพอดี

ระหว่างอยู่ในบ้าน ได้ยินบ้านใกล้ ๆ น่าจะเป็นบ้านคุณทหารอากาศที่อยู่ใกล้ต้นจามจุรีส่องไฟฉายมาเดินดูสภาพหลังพายุซา มีเสียงบ่น ๆ ว่า "โหย ต้นมะกรูด มะนาว ไปหมดเลย ว่าแล้ว ว่าแล้ว"

อืมม แล้วระหว่างขี่รถเข้าบ้าน ผมก็ยังเห็นบ้านที่จัดแบบบาหลีในหมู่บ้าน ต้นไม้ริมรั้วกระเด็นจากรั้วมายกแถบเลย ท่าจะไม่รอด บ้านนี้อยู่ใกล้ ๆ บ้านคุณทหารอากาศ ติดถนนนั่นแหละ

 

วันนี้ ... (๒๑ มีนาคม ๒๕๕๒)

ผมลองเดินสำรวจความเสียหายจากพายุโซนร้อนถล่มเมื่อคืนก็พบว่า บ้านผมโดนไป ๒ กิ่งทับทิม กิ่งนี้มีลูกด้วยอ่ะครับ เสียดาย อยู่มาหลายปี ไม่เคยมีกรณีต้นไม้หักโค่น กิ่งหักสักที แต่ทำไมปีนี้เป็นแบบนี้ล่ะ

 

๒ กิ่งหัก ยกตัวเองออกไปนอกรั้วเลย

 

เห็นโคนที่มันหักนะครับ

 

หักชี้ออกนอกถนนเลย

 

อีกมุมครับ

 

 

สาเหตุที่ผมคิดได้น่าจะมาจาก "การโค่นตัดต้นจามจุรีทิ้งถึง ๓ ต้น" ครับ โดยปกติ ต้นจามจุรีทั้ง ๓ ต้นนี้จะเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ต้านแรงลมก่อนเข้าถึงหมู่บ้าน เมื่อไม่มีต้นจามจุรี แรงลมจึงเข้ามาปะทะโดยตรงกับตัวบ้าน และต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ (จำได้นะครับ จากบันทึกที่ผ่านมา ได้แก่ มนุษย์ คือ ผู้ทำลายโลกด้วยน้ำมือของมนุษย์เอง (ด้วยความสะเทือนใจ) และ "การทำลาย" ย่อมง่ายดายกว่า "การสร้างสรรค์" ... (ตอไม้สลายวงปี))

 

นี่คือ ซากตอจามจุรีต้นแรก เห็นด้านหลังนะครับ เป็นทุ่งนา ทุ่งไร่ มันเป็นที่โล่ง

 

 

นี่คือ ซากและตอจามจุรีต้นที่ ๒ ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านคุณทหารอากาศ

 

 

ด้านขวามือของถนน เห็นเศษกิ่งไม้นะครับ นี่เป็นการโค่นต้นจามจุรีต้นสุดท้ายของถนนเส้นนี้ทิ้ง หลังจากโค่นไปแล้วถึง ๒ ต้น

 

 

นี่คือ การเก็บผลประโยชน์ของผู้รับเหมา ตัดจามจุรี ๓ ต้น จาก อบต. เอาเลื่อยมาตัดไม้เป็นท่อนเล็ก ๆ ทุกวัน คาดไม่ผิด ไม้มันมีขนาดใหญ่คงไปทำเฟอร์นิเจอร์ขายต่อไป ... ซึ้งใจดีครับ ... คนตัดไม่ได้เดือดร้อนไปกับคนอยู่

 

 

กลับมาถึง "เจ้าลูกนก" หลังจากการเฝ้าสังเกต ให้น้ำ ให้อาหารไปแล้ว ไม่แน่ใจว่า บาดเจ็บหรือไม่ บินได้ไหม วันนี้ผมจึงจะลองปล่อยให้มันกลับบ้าน

 

ดูภาพครับ ... มันคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่มันแค่ไหน

 

แต่ก็นะครับ การปล่อยรอบแรก ผมถือกรงไปปล่อยหน้าบ้าน ปิดรั้วเอาไว้ไม่ให้หมากวน ... ภาพที่เห็น มันกระโดดปั๊บ ปั๊บ เอ บินไม่ได้นี่ เฝ้าดูมันบิน ๒ - ๓ ครั้ง เลยตั้งตัดสินใจจับกลับมาใส่กรงไว้ก่อน หมา หรือ แมวจะฟัดซะก่อน กะว่าอาจจะต้องพาไปหาหมอตอนเย็น

 

แขวนไว้ที่ใต้ต้นจำปีนี่แหละ ยกสูงไว้ ห่างหมา ห่างแมวหน่อย

 

คุณรู้ไหม ... ในระหว่างที่ผมแขวนไว้ใต้ต้นจำปี ผมก็เข้ามานั่งทานข้าว แล้วนั่งเฝ้าสังเกตมันไปด้วย ผมเห็นมีนกตัวอื่น ๆ บินมาเกาะกิ่งจำปีใกล้ ๆ เหมือนคุยกับมัน เจ้าลูกนกก็คุยตอบ และพยายามจะบินออกไปจากกรงให้ได้

ผมเฝ้าสังเกตอยู่นาน มีนกอยู่คู่หนึ่งมาคาบอาหารมาบ้าง บินมาดู วนเวียนไป วนเวียนมา ผมคิดว่า มันคือ พ่อแม่ของเจ้านกตัวนี่ ที่พยายามจะช่วยลูกของตัวเอง

ผมตัดสินใจจะทดลองปล่อยมันอีกครั้ง แต่เอาหน้าบ้านเลย โดยเอาหมาใส่กรงไว้ก่อน

 

 

 

แล้วเริ่มเปิดประตูกรง แล้วเดินเข้ามาในบ้าน เพื่อสังเกตการว่า มันจะบินได้สูงไหม ไปได้ไหม

ในที่สุด ไม่ถึง ๑ นาที นกพ่อแม่มันบินมาใกล้ พร้อมพาลูกนกตัวนี้บินไปด้วยกัน เกาะกิ่งต้นจำปีของบ้านผม

โล่งอกครับ ... ผมทำสำเร็จ ผมส่งลูกนกคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่นกได้

 

แต่เจ้าหมาผมสิ

 

เฝ้ารอ กรงเปล่า อิ อิ อดแล้วไอ้หมาเอ๋ย

 

ผมลองเดินไปดูที่ใต้ต้นจำปี จะดูว่า มีรังนกหรือเปล่า เจอจริง ๆ ครับ

 

มีครับ แต่ไม่ใช่เจ้าครอบครัวนกครอบครัวนั้น เป็นนกหน้าเหมือนนกตระกูล "นกพิราบ" หรือ "นกเขา" มากกว่า ... แต่ไม่เป็นไร เราอยู่ร่วมกันได้ครับ

 

เห็นหรือไม่ครับว่า การตัดต้นไม้เพียงต้นเดียว ย่อมก่อให้เกิดผลเสียทั้งคนและสัตว์มากมาย ... ทำเสมือนกับว่า มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ไม่ได้ต้องอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นอย่างสงบสุขอย่างนั้นแหละ

ไม่เชื่อเรื่องกรรม ก็ระวังสวรรค์ลงโทษ เพี้ยง !!!

 

ขอบคุณครับที่ติดตามเรื่องราว

 

หมายเลขบันทึก: 249992เขียนเมื่อ 21 มีนาคม 2009 16:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:28 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (20)
  • ลุ้นระทึกไปกับเจ้านกน้อย แล้วเจ้าก็ได้กลับสู่อ้อมอกของพ่อแม่ ดีใจด้วยค่ะ
  • แสนเสียดายเจ้าทับทิม ที่อยู่ร่วมกันมานาน ไว้อาลัย 1 นาที
  • ไว้อาลัยอีก 3 นาที สำหรับ มะกรูด มะนาว และเผื่อ มะพร้าว ส้มโอ...
  • หลังพายุ ดีใจด้วยค่ะที่ได้สมาชิกใหม่...นกหน้าใหม่...ในรังเดิม 
  • "ธรรมชาติ"...แม้จะมีความแปรปรวน...ก็ยังมีเรื่องดีๆ...ตอบแทนเสมอ
  • แต่..."ธรรมชาติ"...ที่ถูกมนุษย์ทำลายนี่สิ...จะหาอะไรมาชดเชย.
  • ขอบคุณที่เล่าเรื่อง "การผจญภัย"...ได้สนุกมากค่ะ

     
  • เอาดอกไม้หลังฝนมากำนัลค่ะ

 

ขอบคุณครับ คุณ pis.ratana ที่แวะมาให้กำลังใจเป็นท่านแรก :) ... ถือเป็นการผจญภัยในบ้านตัวเองจริง ๆ ครับ เล่นเอาวุ่นวายไปพักใหญ่

การลงโทษของธรรมชาติ คือ กรรมของมนุษย์ :)

ดีใจกับเจ้านกน้อยด้วยครับ

ที่มีคนใจดีช่วยไว้ ;)

สวัสดีครับคุณพี่Wasawat Deemarn

โธ่ถัง...ไม่ทันไร เรื่องร้ายๆก็กระเด็นมาถึงเราผู้บริสุทธิ์จนได้

อาจารย์บรรยายได้ดีมากๆเลยครับ สะกิดใจดีแท้ ผมไม่คิดเรื่องบันทึกก่อนหน้าแล้วนะครับ พอมารู้อย่างนี้ก็เศร้าครับ :(

นก คน ต้นไม้...........

ยังไงก็แล้วแต่ขอบคุณมากๆเลยนะครับ :)

สวัสดีครับ น้อง adayday :)

ผมเองก็กะไว้ในใจแล้วล่ะครับว่า หากฝนตก ลมแรง จะเป็นอย่างไร แล้วใครจะมาเป็นตัวลดแรงปะทะของลมพายุที่ไหลเข้ามาตรง ๆ ที่หมู่บ้าน

เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับ ... ผลกรรมเริ่มลงโทษ กับการกลัวต้นไม้ล้มโดยบ้านตัวเอง ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นไปได้ยาก เพราะไม่ใช่ต้นไม้ที่มีรากตื้นแต่ประการใด เหมือนพวกลำไย ลิ้นจี่ ครับ

กรรมยังคงติดจรวดเสมอครับ น้อง adayday :)

ฝากทำความดีและรักษาโลกของเราไว้นานเถอะครับ

เพี้ยง เย็นนี้ขอให้อากาศดีด้วยเถอะนะคะ จะไปถนนคนเดินกับอาจารย์  JJ และพรรคพวกค่ะ ตั้งแต่มีถนนคนเดิน  เพิ่งจะไปเดินครั้งที่สองเอง...

สวัสดีค่ะ

* เพิ่งกลับจากเชียงใหม่ไม่กี่วันเอง

   Ang2

* ภาพข้างทางไปดอยอ่างขาง...แล้วจะเหลือหรือคะ

* สุขกายสุขใจนะคะ

*

เพี้ยง ! ขอให้สมหวังดังใจครับ พี่หม่อม ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี :)...

ที่บ้านมีแต่ลม ยังไม่ตกเลยครับ

อรุณสวัสดิ์ค่ะอ.เสือ

อ่านแล้วลุ้นด้วยใจระทึก ... เป็นบุญของนกน้อยค่ะ :) ซึ้งกับความรักของพ่อแม่ลูกนก  ...

...

ช่วงนี้ฝนฟ้าผิดฤดูจัง เมื่อวานดูข่าวการลอบตัดไม้แถวแม่ระมาด แม่สอด แล้วสะเทือนใจเช่นกันค่ะ

...

เจ้าน้องหมา ของอ.หน้าตาเท่ห์มากค่ะ ว่าแต่ชื่ออะไรเอ่ยคะ

 

 

สวัสดีครับ คุณ POO :)

ข้อดีของฝนและลมพายุ คือ การจัดการกับปัญหา "หมอกควัน" ครับ

ข้อเสียของฝนและลมพายุ คือ การทำลายต้นไม้เล็ก ๆ สัตว์เล็ก ๆ ครับ

เจ้าหมาจอมกวนโอ๊ยของผม ตั้งชื่อว่า จ้ำ (อ้าว) ครับ :) ว้า รู้กันหมดทั้งเว็บเลย อิ อิ

ขอบคุณครับ :)

สวัสดีค่ะอาจารย์ เจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันค่ะ กลับมาจากบ้านเพื่อรับผิดชอบงานเรียนฟรี 15 ปีของโรงเรียนขับรถมาถึงหนองบัวลำภูวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม เวลาประมาณสี่โมงเย็น ฝนตกหนักมาก มีลูกเห็บและพายุแรงต้องจอดรถข้างทางเลยค่ะ

ขอบคุณครับ คุณครู ทรายชล ที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ :)

แต่ขับรถระมัดระวังนะครับ ...

สวัสดีค่ะ  พี่อาจารย์ Wasawat Deemarn

มาเที่ยวบ้าน พี่อาจารย์ อีกครั้งค่ะ   อิ อิ

ชื่นชม วิธีลำดับความคิดค่ะ  ยอดไปเลย...

เฝ้ารอ กรงเปล่า อิ อิ อดแล้วไอ้หมาเอ๋ย...   ขำมากเลย...  อิ อิ

  Tuvalu_03 พายุทำให้นึกถึงหมู่เกาะด้วยค่ะ...

 

ขอบคุณมากครับ น้อง นีนานันท์ ;)

อารมณ์ตอนนั้นเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับ อิ อิ

เห็นน้องน้ำจิ้ม มาเยี่ยมน้องจ้ำ ย้ำระลึก

ด้วยสำนึก รักษ์สรรพสิ่ง จริงแน่แล้ว

ไร้ต้นไม้ สรรพสัตว์ฤา จะเจื้อยแจ้ว

พี่น้องแก้ว ร่วมดูแล สิ่งแวดล้อม ...

...

เกือบจบไม่ลงกันเลยเชียว พบกันปีเสือนะคะ

เช่นเคย ... กวีข้างน้ำ ข้างฟ้า ข้างดาว ;)

ปล. อย่าลืมมองฟ้า ยามราตรี คืนนี้นะเจ้า

 

 

รับทราบครับ คุณ poo ;) ... คืนนี้ให้มองฟ้านะครับ อิ อิ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี