คุณเคยคิดไหมว่า หากวันหนึ่งคุณโดนรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัย คุณจะทำเช่นไร? คุณจะคร่ำครวญ นึกถึงอดีตที่ผ่านมา หรือคิดหาหนทางเพื่อจะเข้าไปสู่ระบบการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยอีกครั้ง หรือเลือกทางเดินที่จะออกมาอยู่ในมหา'ลัยชีวิตที่เรียกว่า "โลกภายนอก"
จากการที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องมหา'ลัยเหมืองแร่ ซึ่งเป็นหนังที่อำนวยการสร้างโดย GTH กำกับการแสดงโดย จิระ มะลิกุล อ้างอิงจากบทประพันธ์เรื่องเหมืองแร่ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่เล่าเรื่องราวของชีวิตตัวเองในวัย 22 ปี เขาถูกรีไทร์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในช่วงปี 2492 เรื่องนี้สามารถให้ข้อคิดเราในมุมมองดีๆได้ หากว่าลองเปิดใจดู
-คุณจะทำเช่นไรถ้าเป็นอาจินต์ที่ถูกรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัย?
อาจินต์เลือกเดินทางออกมาสู่มหา'ลัยชีวิต เขาออกจากเมืองกรุงที่ศิวิไลศ์ ไปอยู่เหมืองกระโสม ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งที่นี่ถือว่าจุดเปลี่ยนชีวิตของเขาก็ว่าได้ ทำไมอาจินต์ถึงเลือกที่จะทำเช่นนั้น มันอาจจะเป็นเพราะว่า เขายึดถือกับเกียรติและศักดิ์ศรี อาจจะรู้สึกอายที่ต้องเจอกับสภาพแบบนั้น จึงเลือกที่จะหนีออกจากสังคมที่เคยอยู่ ไปอยู่ในอีกที่ ที่เสมือนอีกโลกหนึ่ง
สิ่งนี้ทำให้เราเรียนรู้ว่าชีวิตของคนเรา เอาแน่เอานอนไม่ได้ ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งเราเคยอยู่สุขสบายแล้ว จู่ๆจะเกิดอาการเจ็บไข้ หรือล้มละลาย หรืออาจจะเป็นเหมือนอาจินต์ ดังนั้นเราจึงควรใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทดังคำที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ และควรมีการเตรียมใจพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ เหมือนคำว่า "มีสติก่อนสตาร์ท" 555+ (ไม่รู้ว่าเกี่ยวไหม)
หลังจากที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเสมือนคนงานเหมืองคนหนึ่งในมหา'ลัยเหมืองแร่ สิ่งนี้ก็ช่วยสอนให้เขาและเราได้ทราบว่า คนเราแต่ละคนต่างมีที่มาที่ต่าง ต่างบุคลิก นิสัย อยู่ในสังคม จะอยู่ได้อย่างไรถ้าเราไม่ปรับตัว การปรับตัวเพื่อที่จะรู้ เข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน ตัวหนังสื่อหลายครั้งว่าตัวละครต่างมีความขัดแย้งซึ่งกันและกันอยู่บ่อยครั้ง -- ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะในวงเหล้า การดูถูกดูแคลนกัน แต่ละคนต่างมีทิฐิ และอคติ มีมุมมองที่ต่างกัน แต่น่าดีใจที่สุดท้าย (ส่วนมากแล้ว) ก็สามารถเข้าใจกันได้
การที่อาจินต์ติดเหล้าจนต้องเสียเงินเสียทอง เป็นเพราะการอยู่โดยรู้สึกโดดเดี่ยวและการถูกแฟนสาวที่อยู่เมืองกรุงทอดทิ้งไปแต่งงาน เขาทำเหมือนประชดชีวิตว่า ที่มีอยู่ก็แย่ ทำให้มันแย่ขึ้นไปจะเป็นไร ได้แต่กินเหล้าจนหมดเงินหมดทองไปมากมาย ได้สอนเราให้รู้ว่า สติและการเตรียมพร้อมกับสิ่งที่คุณอาจจะเจอได้เสมอ เป็นสิ่งที่จะช่วยเราให้พ้นจากความทุกข์ และทั้งนี้คิดว่า เราควรจะใช้ทางสายกลางแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหาแบบอาจินต์ในหนัง ซึ่งถือว่าสุดโต่ง ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้เขาดีขึ้น หรือหายจากทุกข์ได้
สิ่งสุดท้ายที่อาจินต์ได้กลับไป เมื่อมองผ่านๆ อาจจะเหมือนว่ามีแค่ความว่างเปล่า แต่เมื่อมองดีๆแล้ว นี่คือประสบการณ์ชีวิตที่เกิดขึ้นจริงในมหา'ลัยชีวิต ประสบการณ์นั้นไม่ว่าจะดีหรือร้ายต่างก็ให้ข้อคิดและบทเรียนกับเราเสมอ เพื่อที่จะใช้คิดทบทวนและเพื่อจะไม่ประมาทกับการดำเนินแนวทางชีวิตของเราในอนาคต
นี่อาจจะเป็นแค่มุมมองส่วนตัวที่มีต่อหนังเรื่องนี้ว่าให้อะไรกับเรา แต่ละคนอาจคิดไม่เหมือนกัน คุณควรลองหาโอกาสที่จะไม่พลาดหนังดีๆอย่างเช่นเรื่องนี้นะคะ :)
ปล. รูปภาพขอบคุณเว็บ wiki นะคะ
ผมดูเรื่องนี้แล้วครับ..ชอบมากเช่นกัน
แต่ต้องการซื้อหนังสือมาอ่านอีกรอบ...ตั้งใจหลายปีแล้วครับ แต่ยังไม่ได้ซื้อ...เพราะติดที่ราคาหนังสือ แต่หนังสือก็ดีเยี่ยมจริงๆ ..เคยอ่านบ้างแล้ว ชอบมากครับ