เมื่อวันที่ 18 20 มีนาคม  ผมได้รับเชิญจาก สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.สป.ศธ.) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิจารณาหลักสูตรการสร้างนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ ที่โรงแรมเอสดีอเวนิว 
         จากการสัมมนาวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาพบว่า  เรื่องที่ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาส่วนใหญ่ขาดมากที่สุดคือ การมีภาวะผู้นำทางด้านวิชาการ ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาดังที่ปรากฏในปัจจุบัน  แต่สิ่งที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ปฏิบัติมากที่สุดคือเรื่อง การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน  และการบริหารด้านอื่นๆที่ไม่ใช่วิชาการ 
       สาเหตุสำคัญที่ผู้บริหารยังขาดภาวะผู้นำด้านวิชาการ ที่จะนำองค์กรพัฒนาด้านหลักสูตร  การจัดการเรียนรู้  การวัดผลประเมินผล  ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เกิดจากการไม่ได้ศึกษาหาความรู้ และเข้าร่วมหรือเป็นผู้นำในการปฏิบัติงานด้านวิชาการอย่างต่อเนื่องจริงจัง  เนื่องจากเห็นเป็นเรื่องที่ยากและมีความละเอียดลุ่มลึกกว่าเรื่องอื่นๆ จึงมักมอบให้รองฯด้านวิชาการดูแลแทน  ตนเองจะเขาไปดูแลในภาพกว้างอย่างผิวเผิน  แต่ลงไปดูแลเรื่องการบริหารทั่วไป การบริหารงบประมาณ และด้านชุมชน อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องที่เห็นผลด้านกายภาพและมีผลกระทบต่อตนเองโดยตรงมากกว่า  นานวันเข้าก็เริ่มสั่งสมความไม่แน่น ไม่แม่นด้านวิชาการมากขึ้น จึงถอยห่างเรื่องวิชาการไปเรื่อยๆ ดังนั้น สคบศ.จึงพยายามจับปัญหาความต้องการจำเป็นเรื่องนี้เป็นสาระการเรียนรู้สำคัญในการจัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้บริหาร
        ผมเองมีแนวคิดในการจัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารว่า  ไม่ควรทำหลักสูตรแบบแยกส่วน ที่กำหนดหัวข้อและชั่วโมงพัฒนาเป็นเรื่องๆเหมือนที่เคยเป็นมา  แต่ควรทำหลักสูตรพัฒนาแบบองค์รวม หรือบูรณาการ  โดยกำหนดสมรรถนะ
(competency)ในการพัฒนาเป็นด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านคุณลักษณะอื่นๆ
         การพัฒนาด้านความรู้อาจไม่ต้องเข้ามาอบรมโดยตรงแต่ สคบศ.จัดทำหลักสูตรอบรมในรูปแบบชุดฝึกอบรมทางไกล หรือบทเรียนออนไลน์ มีสื่ออีเลคโทรนิกส์ ให้บริการแก่ผู้บริหารในการพัฒนาตนเอง(ซึ่ง สคบศ.ก็ได้เริ่มดำเนินมาแล้ว) อาจมีการประเมินผลก่อน-หลังการพัฒนา และกำหนดชั่วโมงการพัฒนาไว้ 
        การพัฒนาด้านทักษะและคุณลักษณะอื่นๆ  ก็อาจทำเป็นหลักสูตรแกนกลาง เช่น
การสัมมนาเสริมสร้างประสบการณ์เชิงบริหารโดยใช้กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การบริหารของผู้บริหารที่ประสบผลสำเร็จ(best practices) ที่เรียกว่าเรียนรู้จากความสำเร็จที่ปลายทางของผู้บริหาร  แล้วอภิปรายแลกเปลี่ยนกันว่าที่ประสบผลสำเร็จเพราะใช้องค์ความรู้ใดบ้าง  ก็จะเห็นแบบอย่างของการนำสหวิทยาการเชิงบริหารที่หลากหลายไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่ต้องมากำหนดหัวข้อบรรยายทีละเรื่อง  แต่อาจจัดเป็น CoPs ก็ได้  ซึ่งกิจกรรมพัฒนาอาจยืดหยุ่น หรือใช้เครื่องมือ KM หลายๆวิธีเช้าช่วย  เพื่อให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ที่หลากหลาย ในบริบทต่างๆของแต่ละพื้นที่ และเราก็สามารถจัดชั่วโมงในการพัฒนาและประเมินผลได้
          ผมคิดว่าแนวทางการพัฒนาเช่นนี้หน่วยงานในระดับนโยบายจะเป็นเพียงผู้กำหนดตัวช่วย  อำนวยความสะดวกให้เท่านั้น  ไม่ต้องลงมือปฏิบัติเอง(ยกเว้นบางเรื่องที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะอาจจัดให้หน่วยปฏิบัติเลือกมาใช้บริการได้) โดยหน่วยปฏิบัติเขาจะสร้างเครือข่าย สร้างวัฒนธรรมการพัฒนาตามบริบทของพื้นที่ด้วยตนเอง  การพัฒนาบุคลากรก็จะมีชีวิตและเกิดความต่อเนื่องยั่งยืน