... การศึกษาเร็วๆ นี้พบว่า การทำอาหารที่บ้านเป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้คนเรามีสุขภาพดีมากกว่าการกินอาหารนอกบ้าน และพบว่า คุณแม่บ้านเป็น "คนเลือกเปิดหรือปิดประตูให้อาหาร(ประเภทใด)เข้าบ้าน (nutritional gatekeeper)" ตัวจริง เนื่องจากเป็นผู้กำหนดรายการทั้งในและนอกบ้านมากกว่า 70% ... สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ ส่งเนื้อไปให้ทหารแนวหน้ามากเสียจนกระทรวงสาธารณสุขกลัวว่า คนที่บ้านจะขาดอาหาร เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า จะใช้อะไรเป็นแหล่งโปรตีนแทนเนื้อ และใคร "ใหญ่จริง" ที่บ้าน เพื่อจะได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของการรณรงค์ได้ถูก ... ภาพประกอบจากวิกิพีเดีย > [ Wikipedia ] ... สมัยนั้นคนส่วนใหญ่คิดว่า คุณพ่อกับคุณลูกน่าจะ "ใหญ่จริง" และมีบทบาทต่อการเลือกอาหารเข้าบ้าน ท่านอาจารย์มากาเร็ต มีด นักมานุษยวิทยา จึงทำการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ ผลการศึกษาพบว่า คุณเมียกับคุณแม่ (wives & mothers) ต่างหากที่ "ใหญ่จริง" ทำให้การรณรงค์เรื่องอาหาร (โภชนาการ) มุ่งไปตรงทาง ... เร็วๆ นี้ท่านอาจารย์เบรียน แวนซิงค์ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการอาหารและยี่ห้อ (เครื่องหมายการค้า) แห่งมหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 770 ครอบครัว ผลการศึกษาพบว่า คนเรามีบุคลิกด้านการทำอาหารหรือกับข้าว 5 สไตล์ได้แก่ ... (1). 'Giving' = กุ๊กนัก(จัดหามา)ให้ 22% (2). 'Methodical' = กุ๊กตามสูตร 18% (3). 'Competitive' = กุ๊กมุ่งมั่น 13% (4). 'Healthy' = กุ๊กสุขภาพ 20% (5). 'Innovative' = กุ๊กสร้างสรรค์ นักประดิษฐ์ 19% ... อาจารย์แวนซิงค์กล่าวว่า กุ๊กสุขภาพไม่ค่อยจะเน้นเรื่องรสชาดเท่าไหร่ บางครั้งอาจทำให้คนรอบข้างไม่ค่อยประทับใจในรสชาด ส่วนกุ๊กสร้างสรรค์หรือกุ๊กนักประดิษฐ์จะเน้นอาหารสดๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมเรื่องรสชาด ทำให้ได้อาหารสุขภาพที่มีรสดี กุ๊กกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในเรื่องอาหารระยะยาว ... คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์แนลและมหาวิทยาลัยนิวเมกซิโก สเตท สหรัฐฯ ทำการศึกษาตำราอาหาร 'The Joy of Cooking (ความสนุกในการทำอาหาร)' ในช่วงปี 2479-2549 ผลการศึกษาพบว่า คู่มือทำอาหารทุกวันนี้มีแนวโน้มจะจัดอาหารเสิร์ฟ "มากเกินไป (supersize)" ตามแบบร้านอาหารจานด่วนหรือฟาสต์ฟูดมากขึ้นเรื่อยๆ ... รายการอาหารมีแนวโน้มจะให้กำลังงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 928 แคลอรี (หน่วยด้านสุขภาพนิยมใช้ "แคลอรี" หมายถึง "กิโลแคลอรี") หรือเพิ่มขึ้นรายการละ 44% อาจารย์แวนซิงค์กล่าวว่า ถ้าคนเรากินอาหารโดยไม่ระมัดระวัง... มีแนวโน้มว่า จะกินมากเกินความต้องการไปถึง 20% ... แม้แต่กุ๊กมืออาชีพก็ยังมีแนวโน้มจะเติมอาหารหรือเครื่องดื่มมากเกิน... ถ้าใช้จาน ชาม ช้อน แก้ว หรือภาชนะใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเลือกได้... ควรเริ่มต้นด้วยจาน ชาม ช้อน แก้ว หรือภาชนะขนาดเล็ก และเลือกทรง "ผอมๆ สูงๆ" แทน "อ้วนๆ เตี้ยๆ" เสมอ (รูปทรงภาชนะ ไม่ใช่คน) ... การศึกษาหนึ่งทดลองให้กลุ่มตัวอย่างผู้เชี่ยวชาญด้นโภชนาการ (อาหาร) กินไอศกรีมด้วยจานและช้อนขนาดใหญ่ขึ้น ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้จานใหญ่และช้อนใหญ่ๆ กินมากขึ้นถึง 57% ... เพราะฉะนั้นถ้าอยากตัวเล็กๆ (สูงผอม ไม่ใช่อ้วนเตี้ย)... ควรเลือกภาชนะทรง "ผอมสูง" เลือกจาน ชาม ช้อน แก้วเล็กๆ ไว้ก่อนเสมอ ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ... 




ที่มา

-
Thank nytimes > Tara Parker Pope. Well: Who's Cooking? (For Health, It Matters) > [ Click ] > March 18, 2009. / Source > J Am Dietetic Asso. 2006. Food & Wine Magazine, Market Research Firm Information Resources & Cooking Personality.
-
ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
-
ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 20 มีนาคม 2552.
ที่บ้านมีแต่ภาชนะเล็กๆแล้วค่ะ แต่คนในบ้านก็ตัวใหญ่ได้เหมือนกัน
ขอขอบคุณทุำกๆ ท่าน + ทุกๆ ความเห็นครับ...
มาดูแล้วตัวเองจัดอยู่ในประเภท(1). 'Giving' = กุ๊กนัก(จัดหามา)ให้ ค่ะ
ถ้าอยู่ในกลุ่ม giving > มีแนวโน้มจะมีคนรักทั้งบ้านเลยครับ เพราะเอาใจเขามาใส่ใจเราตลอดเลย