ในการประชุม พัฒนาผู้ประเมินภายนอก ระดับอุดมศึกษา เพื่อเตรียมการประเมินคุณภาพสถาบันอุดมศึกษา รอบ ๓ จัดโดย สมศ. เมื่อวันที่ ๖ มี.ค. ๕๒ ผมชื่นใจมาก ที่ สมศ. เตรียมแยกประเมินสถาบันอุดมศึกษาออกเป็น ๔ กลุ่ม ตามที่ สกอ. ประกาศ
และผมได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่า เกณฑ์ของแต่ละมาตรฐานควรแตกต่างกัน สำหรับสถาบันอุดมศึกษาต่างกลุ่ม เช่น ผลงานวิจัยยอดเยี่ยมของสถาบันอุดมศึกษาที่เน้นวิจัยและบัณฑิตศึกษา (ระดับปริญญาเอก) ต้องคนละยอดเยี่ยมกับผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่เน้นการผลิตบัณฑิต (ปริญญาตรี)
การจัดการเรียนการสอนที่จัดว่ายอดเยี่ยมของมหาวิทยาลัยต่างกลุ่มกันนั้น ก็ต้องคนละยอดเยี่ยม คือใช้คนละมาตรฐาน คนละเกณฑ์ หรือในมาตรฐานเดียวกัน ใช้ต่างเกณฑ์ ทำให้เกิดสภาพ “คนละยอดเยี่ยม”
สถาบันอุดมศึกษาไทย ในอดีตถูกรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มเดียว อยู่ในสภาพภูเขาลูกเดียว เกณฑ์มาตรฐานเดียว มหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งจะไม่มีวันเป็นเลิศด้านการวิจัยได้ เพราะตนอยู่ในสภาพมหาวิทยาลัยสอน
แต่ในแนวคิดใหม่ที่ผมเสนอ มหาวิทยาลัยกลุ่มผลิตบัณฑิตปริญญาตรี ก็มีโอกาสเป็นเลิศด้านการวิจัยได้ เพราะใช้เกณฑ์มาตรฐานด้านการวิจัยคนละแบบ ให้คุณค่างานวิจัยคนละแบบ คนละเป้าหมายกับมหาวิทยาลัยที่เน้นวิจัยและบัณฑิตศึกษา ในสายตาของผม มหาวิทยาลัยกลุ่มเน้นผลิตบัณฑิตควรทำวิจัยสำหรับช่วยให้สอนได้ดีขึ้น การเรียนการสอนมีุณภาพมากขึ้น หรือทำให้มหาวิทยาลัยเข้าไปใกล้ชิดรับใช้ชุมชนหรือพื้นที่ มากขึ้น
ยิ่งความยอดเยี่ยมด้านการเรียนการสอน หรือการเรียนรู้ ยิ่งต้องต่างกัน
• วิทยาลัยชุมชน การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมคือการเรียนรู้เพื่อออกไปประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับชุมชนนั้น วัดได้จากการที่ประกอบอาชีพเลี้ยงตัวได้ เลี้ยงครอบครัวได้ หรือจบออกไปทำงานของครอบครัวที่มีอยู่แล้วได้
• สถาบันอุดมศึกษากลุ่มผลิตบัณฑิต (เน้นปริญญาตรี) การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมคือ การเรียนรู้ที่ทำให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ ประกอบอาชีพได้ สื่อสารกับผู้คนเป็น มีความสามารถค้นคว้าหาความรู้ของโลกได้ ประยุกต์ความรู้เข้ากับชีวิตจริงได้ มีรูปแบบการเรียนการสอนที่ช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้จากการทำโครงการหรือการปฏิบัติจริง
• สถาบันอุดมศึกษากลุ่มวิชาชีพเฉพาะ การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมคือ การเรียนรู้ที่ทำให้มีทั้งความรู้ ทักษะ และจิตวิญญาณของผู้ประกอบอาชีพเฉพาะที่ดี เห็นคุณค่าของวิชาชีพเฉพาะนั้นต่อสังคมหรือมนุษยชาติ และมีคุณธรรม
• สถาบันอุดมศึกษากลุ่มเน้นวิจัยและบัณฑิตศึกษาระดับปริญญาเอก การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมคือการเรียนวิธีตั้งคำถาม การฝึกเป็นคนไม่เชื่อง่าย การฝึกฝนกระบวนวิธีวิจัย การเรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้ที่ยังไม่เคยมีคนรู้มาก่อน
ทั้งหมดนี้เป็นความคิดคำนึงที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมการประชุมของ สมศ. ในวันนี้ ซึ่งไม่ทราบว่าความคิดของผมเตลิดไปแค่ไหน โดยที่จริงแล้ว ตอนบ่ายมีการบรรยายเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาในสาธารณรัฐเยอรมัน ที่น่าฟังมาก แต่ผมอยู่ร่วมไม่ได้เพราะต้องไปประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่มี ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นประธาน
วิจารณ์ พานิช
๖ มี.ค. ๕๒