แมกาซีนแปลก ฉบับศุกร์ 13 มีนาคม 2552

-เมนูอาหาร : “อี๊ดเบเกอรี่ (EAT BAKERY) - "ขนมปังหน้าคน” ( Human Bread )

ราคา : ชิ้นส่วนอวัยวะเล็กของคน ได้แก่ ตา หู จมูก นิ้ว ฯลฯ ชิ้นละ 50 บาท ส่วนชิ้นใหญ่ อาทิ หัว แขน ขา อยู่ที่ประมาณ 500 บาท ส่วนชิ้นใหญ่ๆ แบบคนครึ่งตัว อยู่ที่หลักหมื่น ชิ้นใหญ่สุด แบบศพเต็มตัว ประเทศเยอรมนีเคยซื้อไปในราคา 40,000 บาท

สูตรขนมปัง : ส่วนผสมเหมือนกับทำ ปกติ ใช้แป้ง ไข่ นมสด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และช็อกโกแลต เป็นต้น แตกต่างที่ปริมาณส่วนผสม การนวด และการอบ ที่เป็นเทคนิคเฉพาะตัว ใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่กว่า 3 ปี

วิธีการทำ : ไม่มีแม่พิมพ์ ทุกชิ้นต้องปั้นด้วยมือทั้งหมด ต้นแบบมาจากจินตนาการหรือดูตามหนังสือ ไม่ได้นำมาจากใบหน้าผู้มีชีวิตอยู่จริง โดยต้องปั้นให้มีขนาดเล็กกว่าที่ต้องการเล็กน้อย เผื่อไว้สำหรับหลังอบขนมปังจะพองตัวขึ้น หลังจากนั้นจึงลงด้วยสีผสมอาหาร

รสชาติ : เนื้อขนมปังหน้าคนจะคล้ายคุกกี้ สามารถเก็บไว้กินได้ 3 วัน แต่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อไปเก็บโชว์มากกว่ากิน

เจ้าของสูตร : นายกิตติวัฒน์ อุ่นอารมณ์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ขนมปัง โดยปกติรู้กันว่าเป็นอาหารที่ทำจากแป้งสาลีผสมกับน้ำและยีส หรือ ผงฟู นอกจากนี้ยังมีการใช้ส่วนผสมอื่นๆเพื่อแต่งสี รสชาติและกลิ่น แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของขนมปัง และแต่ละประเทศที่ทำ โดยนำส่วนผสมมาตีให้เข้ากันและนำไปอบ ขนมปังมีหลายประเภท เช่น ขนมปังฝรั่งเศส ขนมปังแซนด์วิช ขนมปังหวาน ขนมปังไรน์ หรือแม้กระทั่ง เพลสเซล(Pretzel) ของขึ้นชื่อประเทศเยอรมันนี เป็นต้น แต่ขนมปังที่นำมาแนะนำในวันนี้เป็นขนมปังที่เรียกว่า “ขนมปังหน้าคน” ซึ่งเป็นสูตรที่ไม่มีที่ไหนในโลกนอกจากที่ประเทศไทยที่เดียวและเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก จนมีออเดอร์สั่งตรงเข้ามาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

ถ้าจะกล่าวถึงเจ้าของสูตรขนมปังผู้นี้คงจะต้องแนะนำว่าท่านเป็นศิลปินเสียมากกว่าคนทำขนมปังเพราะโดยปกติคนจะซื้อขนมปังเพื่อไปบริโภคเป็นอาหารยามว่าง แต่ขนมปังของคุณกิตติวัฒน์นั้นกินได้เพียงแต่ไม่ได้ต้องการให้คนติดใจในรสชาติ ไม่ได้อยากให้คนอยากกินคนด้วยกันเองจริงๆ แต่เพื่อเป็นงานศิลปะที่สื่อถึงหลักสัจธรรมของชีวิต

กิตติวัฒน์ อุ่นอารมณ์ เกิดวันที่ 23 พฤษภาคม 2520 ที่จังหวัดราชบุรี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยมีผลงานรางวัเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ประเภทสื่อประสม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 49 ในปี พ.ศ.2546

กิตติวัฒน์ เติบโตมากับร้านขายเบเกอรี่ของที่บ้าน จนเมื่อเกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตในขณะที่คุณกิตติวัฒน์กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะมัณฑณศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ่อของคุณกิตติวัฒน์ไม่สบาย เป็นเนื้องอกในสมอง ทำให้คุณกิตติวัฒน์ทุกข์ใจมาก คิดว่าสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น เกิดจากกรรมและความตายนั้นก็เป็นเรื่องใกล้ตัวคนเรามาก เมื่อมีเกิดก็ย่อมมีแก่ มีเจ็บ และมีตาย และร่างกายก็จะเน่าสลายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกันกับขนมปัง แม้ว่าจะเก็บไว้ได้หลายวัน แต่เมื่อถึงเวลามันก็ต้องบูดเน่า หนอนขึ้นและส่งกลิ่นเหม็นไม่ต่างจากคน จึงได้เกิดไอเดียปั้นแป้งขนมปังเป็นศพคน ซึ่งผลงานครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าที่เห็นในปัจจุบันเสียอีก แต่ทำเป็นเพียงงานศิลปะส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้สานต่อ

จนกระทั่งเมื่อเขาอายุได้ 28 ปี ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรและได้มีโอกาสศึกษาเรื่องการพยายามรักษาสภาพลักษณะภายนอกโดยใช้เทคนิคสื่อผสมเเสดงเนื้อหาเกี่ยวกับความทุกข์ที่เกิดจากร่างกาย ความเจ็บป่วยที่เกิดกับมนุษย์ในรูปแบบต่าง ๆ คุณกิตติวัฒน์จึงได้นำศิลปะศพนี้กลับมาทำงานนี้อีกครั้ง โดยเริ่มจากการไปดูต้นแบบของจริงที่โรงพยาบาลศิริราช

   
   
   
   
   
   

งานศิลปะศพนี้ใช้ชื่อว่าอี๊ด เบเกอรี่ เนื่องจากตั้งตามชื่อร้านขนมปังของที่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 2 ต.ท่าชุมพล  อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และชื่อนี้ยังพ้องเสียงกับคำว่า “EAT” ในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า กินซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของขนมปังหน้าศพที่ดูน่าขยะแขยงแต่ก็กินได้ สื่อให้คนเราอย่ายึดติดในรูปลักษณ์ภายนอก  เริ่มแรกนั้นคุณกิตติวัฒน์ไม่ได้คาดหวังให้เป็นเรื่องแปลกหรือหวังผลทางการตลาดแต่อย่างใด เพียงแค่อยากหารายได้ช่วยทางบ้านจึงลองเอาผลงานออกขาย แต่กลับกลายเป็นธุรกิจสร้างรายได้เนื่องจากมีสื่อมวลชนสนใจเอาไปนำเสนอ ชื่อเสียงเลยกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่สำนักข่าวต่างประเทศ เช่น เอพี รอยเตอร์ ก็นำไปออกข่าว ทำให้มีลูกค้ามาจากทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ สร้างรายได้เป็นหลักแสนบาทต่อเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลฮาโลวีนสินค้าจะเป็นที่ต้องการมาก นอกจากนี้ ยังมีค่ายหนัง สั่งสินค้าไปโปรโมทหนังแนวสยองขวัญและยังได้ส่งขายยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ จนประสบปัญหาผลิตไม่ทันขายเพราะผลิตได้น้อย อย่างมากแค่ 100 ชิ้นต่อเดือน เนื่องจากเป็นงานทำมือ ใช้เทคนิคเฉพาะตัว แม้แต่แม่และพี่สาวของเขาที่เชี่ยวชาญการทำเบเกอรี่ ก็ไม่สามารถช่วยได้ แต่ความยากก็มีประโยชน์เพราะไม่ถูกใครลอกเลียนแบบ
          

 สำหรับเสียงสะท้อนผลงานที่ผ่านมาคุณกิตติวัฒน์บอกว่ามีทั้งแง่บวกและลบ คนที่ชอบจะบอกว่า เป็นไอเดียที่ดี ช่วยทำให้เห็นถึงความเป็นจริงของธรรมชาติมนุษย์ ส่วนแง่ร้ายบอกว่าปลูกฝังความรุนแรงให้แก่เด็ก เคยมีผู้ปกครองบอกว่าลูกเขาเห็นแล้วพูดว่า อยากกินศพทำให้ตนเองเป็นกังวลประเด็นนี้มากพยายามคิดแบบเข้าข้างตัวเองว่าเด็กแค่ยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นขนมปังกินได้ เขาไม่ได้อยากกินศพจริงๆ ถ้าพ่อแม่ช่วยแนะนำว่าจริงๆ แล้ว มันเป็นแค่ขนมปังที่ทำให้เหมือนศพ ไม่ได้เป็นศพจริงๆ ลูกอย่ายึดติดกับแค่สิ่งที่เห็นก็จะเป็นการสอนอีกแนวทางหนึ่ง

   ทุกวันนี้ในส่วนของการขายขนมปังหน้าศพนั้น แม้คุณกิตติวัฒน์ได้หยุดขายมาระยะหนึ่งแล้วเนื่องจากต้องทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือ แต่คุณกิตติวัฒน์ยังคงผลิตชิ้นงานศิลปะขนมปังหน้าคนนี้ในโอกาสพิเศษต่างๆ ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ถึงเดือนมกราคม 2552 คุณกิตติวัฒน์ได้นำศิลปะขนมปังของเขาไปจัดแสดงโดยใช้ชื่อว่า “Body and the dead” หรือ “ร่างกายกับความตาย” ที่ “whitespace” สถานที่แสดงผลงานศิลปะของบรรดาศิลปินทั้งในและต่างประเทศ ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 3 ผลงานทั้งหมดถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบ Mix Media สื่อผสมที่มีทั้งผลงานประติมากรรมสร้างสรรค์ที่เหมือนจริงและภาพจิตรกรรมสีน้ำมันมาจัดวางอย่างลงตัวภายในพื้นที่แกลเลอรี่โล่งโปร่งที่มีขนาดหนึ่งห้องพอดีใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ทำให้คุณขนลุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ ระยะเวลาเกือบ 3 เดือนของการจัดแสดงผลงานได้สร้างความฮือฮาให้กับผู้ผ่านไปมาและวัยรุ่นย่านสยามสแควร์ได้ไม่น้อย จนมีหลายคนนำภาพไปโพสท์และแสดงความเห็นไว้ในอินเตอร์เน็ต เช่น “ชอบไอเดียและคอนเซ็ปต์ในการแสดงผลงาน ใครอยากชมผลงานโดยไม่ต้องเดินทางไปถึง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เชิญที่ชั้น 2 ของโรงหนังลิโด ดูงานแสดงชุดนี้แล้ว ลึกซึ้งยากจะบรรยาย” / “นิทรรศการ Body and the dead ของกิตติวัฒน์ อุ่นอารมณ์ จัดที่ whitespace ตรงด้านหลัง lido ทีแรกก็งง ๆ ยิ่งงงกว่าเมื่อเห็นป้าย Human Bread ขนมปังหน้าคน for sale 70 baht เหอะๆ พอดีเพื่อนกลัวเลยไม่ได้เข้าไปดู แต่จะเป็นไงนะถ้าลองซื้อติดมือไปแทะตอนเดินเล่นสยาม ....

 ภายในวันงานเปิดนิทรรศการกิตติวัฒน์ได้นำผลงานบางส่วนของเขาซึ่งเป็นอวัยวะของร่างกาย ส่วนต่าง ๆ ออกมานำเสนอให้ได้ลิ้มลองกัน รสชาติที่ได้สัมผัสนั้นขอบอกว่าดีเลยทีเดียว ไม่แตกต่างจากขนมปังที่มีวางขายอยู่ทั่วไปและมีหลากหลายไส้อีกต่างหาก สอดคล้องกับแนวความคิดที่ว่า อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นและสิ่งที่เห็นอาจจะไม่เป็นเหมือนสิ่งที่คิด ทุกวันนี้คนเราตัดสินใจจากภาพภายนอก ควรมองคุณค่าภายในมากกว่า                                                                                                                     อี๊ดเบเกอรี่ โทร 032-233-901          

 

ชมภาพงานนิทรรศการเพิ่มเติมได้ที่ http://www.whitesp-ce.com/gallery