ห้างสรรพสินค้า-ผู้ผลิตสินค้า แห่เข้าร่วมโครงการเพิ่มมูลค่าเช็คช่วยชาติ 10-20% คาดเซ็นเอ็มโอยูได้ 18 มี.ค.นี้ ด้านแบงก์กรุงเทพเตรียมพร้อมแจก เผยตั้งโต๊ะรับแลกเงินสดให้ด้วย
นายมนัส แจ่มเวหา รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ได้เชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภคและการให้บริการในชีวิตประจำวันประมาณ 20 ราย มาหารือเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่โครงการเช็คช่วยชาติ
ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่พร้อมจะให้ความร่วมมือ โดยให้ส่วนเพิ่มของมูลค่าเช็คในอัตรา 10-20% โดยจะลงนาม
ในสัญญาร่วมกัน (เอ็มโอยู) ในวันที่ 18 มีนาคมนี้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมรายการถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จำหน่ายสินค้าในราคาไม่แพงและมีสินค้าในชีวิตประจำวันของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยครอบคลุมทุกกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เปิดเผยโปรโมชั่นของตนเอง เพื่อมิให้
เสียผลในทางตลาดและการลดราคาเพื่อแข่งขันจากคู่แข่ง เชื่อว่าโปรโมชั่นที่ออกมาน่าจะจูงใจให้ประชาชนมาใช้พอสมควร โดยผู้ประกอบการที่จะร่วมเซ็นเอ็มโอยู เช่น เซ็นทรัล โรบินสัน บิ๊กซี คาร์ฟูร์ ท็อปส์ ซีพีออลล์ โลตัส
โออิชิ กิฟฟารีน เป็นต้น "ยอมรับว่ามีผู้ประกอบการบางส่วนที่ให้ความสนใจกับเช็คปลอม จึงสอบถามถึงวิธีการป้องกันในช่วงที่มีการนำมาซื้อสินค้า เท่าที่ทราบก็จะมีการทำตัวนูนตรงคำว่าเช็คช่วยชาติ และในส่วนของตัวอักษรและตัวเลขที่แสดงจำนวนเงินจะเป็นสีเหลือง เพื่อป้องกันการปลอมแปลง" นายมนัสกล่าว
นายธีระ อภัยวงศ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ได้เรียกธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ หารือเกี่ยวกับการรับส่งเช็คช่วยชาติ รวมถึงการเครียริ่งเช็คระหว่างธนาคาร ในส่วนของธนาคารกรุงเทพไม่มีปัญหา เช็คช่วยชาติจะเริ่มจัดส่งให้ได้ในวันที่ 26 มีนาคม เป็นวันแรก ประมาณ 6-7 ล้านใบนั้น ทางภาครัฐอยากจะให้ประชาชนที่ได้รับเช็คนำเงินไปใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น ผู้ได้เช็คสามารถจะเลือกใช้เช็คได้ใน 2 แนวทาง คือ 1.นำเช็คไปใช้จ่าย หรือ 2.นำเช็คมาขึ้นเป็นเงินสดได้ทันทีที่ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งธนาคารจะตั้งโต๊ะรับแลกเปลี่ยนเช็คเป็นเงินสดตามจุดที่ทางการให้ประชาชนไปรับเช็ค โดยผู้ที่รับเช็คแล้วสามารถนำเช็คนั้นมาขึ้นเงินสด ณ จุดรับแลกเงินของธนาคารกรุงเทพได้ทันที
คม ชัด ลึก วันที่ 17 มีนาคม 2552