ความแตกต่างและความเหมือน

กลอนเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่บ่งบอกถึงความนึกคิดของผู้แต่งว่าต้องการสื่ออะไรให้กับเรา

ผู้เขียนอาจจะสื่อถึงยุคสมัยของความนึกคิดของคนในยุคสมัยนั้น

เราจึงทราบประเพณีและวัฒนธรรมของยุคสมัยจากการอ่านกลอน

เราตัดสินกลอนนั้นอย่างเดียวครั้งเดี่ยวไม่ได้

กลอนที่เขียนที่ผู้อ่านต่างขานไขกันว่าหวาน มีความละเมียดทางอารมณ์มาโดยตลอด

ย่อมบ่งบอกถึงอารมณ์อันโรแมนติกและมีความสุนทรีอันเป็นวิสัย

บางครั้งการอธิบายความได้ละเอียดในมโนภาพอันสุภาพ

นั่นคือศาสตร์และศิลปในการแสดงออกชั้นสูง

วรรณกรรมที่ต่างมาฝากไว้ในห้องฝันแห่งนี้

มากมวลไปด้วยศิลปการแสดงออกจากประสบการณ์ที่ต่างกัน

เชิงชั้นการเชียนและลีลา ผู้มาแวะเวียนรับรู้ได้ด้วยรสสัมผัสของความนึกคิดของตนเอง

ทุกชิ้นวรรณกรรมที่ร่วมปั้นแต่งล้วนมีคุณค่าในการซึมซับ

ไม่มีวรรณกรรมชิ้นไหนเลยที่เป็นพิษต่อจิตยามได้เสพ

ผู้คนหลากหลายต่างทำหน้าที่แจวนาวาศิลป์คนละไม้คนละมือได้งดงามเหลือเกิน

 

วรรณกรรมล้ำค่าภาษาศิลป์
ได้ยลยินสุนทรภู่ครูโวหาร
มีลุกเล่นแพรวพราวเกรียวกราวกัน
มากเชิงชั้นจินตนาภาษากลอน
 
วัฒนธรรมค้ำชูดูคุณค่า
งามภาษาศิลปครบสบอักษร
ขอนอบนบทบไว้ในอาทร
ภาษากลอนหญิงหรือชายได้เขียนกัน

 

คุณละคะ..เมื่อได้มาอ่านกลอน ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรคะ

กับการอนุรักษ์วรรณกรรมไทยในวันนี้