ความรู้สึก n การสื่อสาร n เหตุผล
๑.
คนเราเมื่อตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำ เขามีเหตุผลใดในการตัดสินใจเช่นนั้น
คนเราเมื่อเลิกรากับคนรัก เขามีเหตุผลใดในการตัดสินใจเช่นนั้น
๒.
ความสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคมมีทั้งแง่งามและความขัดแย้ง และแม้ในความขัดแย้งก็เชื่อว่ามีความงามเติบโตอยู่ในนั้น
การเติบโตขึ้นของการรู้จักคน การเติบโตขึ้นของความเข้าใจในชีวิต มิเรียกว่าเป็นความงดงามหรอกหรือ
๓.
ไม่ว่าปัจจุบันหรือในอดีต มนุษย์มีการสื่อสารกันเสมอ ทั้งภาษากายและภาษาพูด เด็กทารกยังไม่รู้จักการพูด ก็แสดงออกด้วยภาษากาย ร้องไห้บ้าง หัวเราะบ้าง เพื่อให้คนเลี้ยงดูเข้าใจ หรืออย่างน้อยก็ต้องเดาว่าเด็กน้อยต้องการอะไร ไม่สบายหรือเปล่า หิวหรือไม่ หรือกำลังชอบอกชอบใจ แต่คนที่พ้นวัยทารก ได้เรียนรู้ถึงการสื่อสาร ย่อมใช้ภาษาพูดเพื่อสื่อความ สื่อความเพื่อสันติหรือสงคราม ก็แล้วแต่คนๆ นั้นจะเลือก
ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าการส่งภาษาเพื่อสื่อความไปจะได้ผลดังที่ผู้ส่งสารต้องการ หากคลื่นใจไม่ตรงกัน ส่งความปรารถนาดีไปเท่าใด ผู้รับก็อาจไม่รู้ หรือพื้นความหลังฝังใจของผู้ส่งกับผู้รับต่างกันมาก การแปลสารก็อาจผิดเพี้ยน จนทำให้การสื่อสารล้มเหลว รวมทั้งบางครั้งมีการดักคลื่นและแปรเปลี่ยนกระแสคลื่นนั้นเสีย ทั้งคนส่งและคนรับก็อาจพบกับปฏิกิริยาที่นึกไม่ถึงของอีกฝ่าย
หรือเราควรใช้ใจส่งถึงใจ ไม่ควรใช้ภาษา ?
๔.
No man perfectไม่มีมนุษย์หน้าไหนสมบูรณ์พร้อม
เมื่อเราตระหนักถึงความบกพร่องที่เรามี สิ่งที่ควรทำคือพยายามแก้ไขข้อบกพร่องของเรามิใช่หรือ ควรหรือไม่ที่เราจะค้นหาข้อบกพร่องของผู้อื่นเพื่อบรรเทาความไม่สมบูรณ์ของเรา
เมื่อเรารู้ว่า ไม่มีมนุษย์หน้าไหนสมบูรณ์พร้อม แสดงว่า ทุกคนย่อมมีทั้งสิ่งดีและสิ่งด้อย แล้วเกิดประโยชน์อันใดที่จะมองแต่สิ่งที่ผิดพลาดของอีกฝ่าย เพื่อโจมตี เพื่อซ้ำเติม ให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ แต่หากการยกข้อบกพร่องขึ้นมากล่าวอ้างนั้น เป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ ทำนองติเพื่อก่อ แล้วเราจะไม่ฟังหรือ
๕.
แน่นอน สิ่งที่กล่าวมาต้องผ่านกระบวนการสื่อสาร ประกอบมุมมองเชิงบวก พร้อมๆ กับการเปิดใจกว้าง ความเข้าใจก็จะบังเกิด แม้บางครั้งไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด
แล้วปัจจัยใดเล่าที่ทำให้คนเราลาออกจากงาน ปัจจัยใดเล่าที่ทำให้คนรักกันต้องเลิกรา
เป็นปัจจัยใด ??
อยากทราบเหมือนกันค่ะ
แหม...คิดว่าอาจารย์จะมาให้คำตอบ... อิอิ ^_^