ค้านประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมเมืองคอน
ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ http://203.151.217.76/online.php?section=newsthairathonline&content=127898
ปีที่ 60 ฉบับที่ 18682 วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม 2552
จากกรณีที่ชมรมพิทักษ์ทรัพยากรชายฝั่งหมู่เกาะทะเลใต้ เครือข่ายประมงชายฝั่ง และประชาชนในพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเรื่องโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ในพื้นที่ อ.ขนอม สิชล ท่าศาลา โดยบริษัทที่จะลงทุนได้ประชาสัมพันธ์ อ้างว่ามีการจัดทำประชาพิจารณ์ 4 เวที คือ อ.ขนอม อ.สิชล อ.เชียรใหญ่ และ อ.หัวไทร พร้อมสรุปว่าประชาชนในพื้นที่เห็นด้วย 93 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ร้องเรียนอ้างว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
เวลา 15.45 น. วันนี้ (14มี.ค.) นายพิชัย บุณยเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนในเรื่องนี้ ว่า การอ้างมติของประชาชนว่าเห็นด้วย 93 เปอร์เซ็นต์นั้น มองได้ชัดเจนว่าแค่เริ่มต้นก็ชัดเจนว่ามีความพยายามงุบงิบ ปกปิดไม่โปร่งใส และไม่ยุติธรรมกับประชาชน ซึ่งการกระทำของนักวิชาการ และบริษัท ที่จะมาลงทุนพยายามฉกฉวยโอกาสอย่างน่าละอายที่สุด จึงเรียกร้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการเรื่องนี้ให้กระจ่าง ในขณะที่อาสาสมัครพิทักษ์ความยุติธรรมจะติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสรุปเรื่องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและนายกรัฐมนตรีต่อไป
“ในข้อเท็จจริงประชาชนตลอดแนวชายฝั่งตั้งแต่ อ.ขนอม-อ.หัวไทร ไม่ต้องการให้พื้นที่กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมเหมือนที่มาบตาพุด จ.ระยอง แต่ต้องการให้พื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งของนครศรีธรรมราชเป็นเมืองท่องเที่ยว การเกษตร และประมงชายฝั่ง เหมือนกับกระบี่ ภูเก็ต และ พังงา ที่ประชาชนได้ร่วมกันต่อสู้ ต่อต้านการเกิดนิคมอุตสาหกรรมจนสำเร็จ และ เมืองเหล่านั้นกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดัง ” นายพิชัย กล่าวอีกว่า
หากผลการตรวจสอบพบว่าการทำประชาพิจารณ์ หรือ การดำเนินการ เพื่อให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่แนวชายฝั่งนครศรีธรรมราช มีการซ่อนเงื่อน หรือ มีการใช้อิทธิพลในรูปแบบต่าง ๆ ทางกระทรวงยุติธรรมจะให้ทาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เป็นคนดีที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาจะต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง และอยู่บนพื้นฐานของบ้านเมือง และประชาชนเป็นหลัก เพราะประชาชนจะไม่ยอมสูญเสียทรัพยากรที่ทรงคุณค่าไปอย่างแน่นอน
“ผู้ว่าฯ ท่านนี้คงจะไม่ดีแตกเหมือนผู้ว่าฯ ที่ผ่านๆ มาหลายคนที่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ไปจากนครศรีธรรมราชแล้วจากไป โดยไม่ได้หันมาดูแลรับผิดชอบผลกระทบที่เกิดกับประชาชนแม้แต่น้อย ดังนั้นประชาชนชาวนครศรีธรรมราชจะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยี จะร่วมกันลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อปกป้องมรดกทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ให้ลูกหลานจนถึงที่สุด” นายพิชัย กล่าว