เราต้องได้ทั้งปริญญาวิชาการและปริญญาชีวิตด้วย

          เคยมีคนถามแป๋มวา จะเรียนปริญญาเอกไปทำไม  ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับตอนที่ยังเรียนปริญญาโทค่ะ  แต่ละคนก็ไถ่ถามมา  ด้วยหวังคำตอบที่แตกต่างกันไป  แต่คำตอบสำหรับตัวเอง.....แป๋มมีแล้ว...นั่นคือ....แป๋มต้องการ "ปริญญาชีวิต" ค่ะ ด้วยแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่จากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงตรากตรำพระวรกายเดินทางไปในที่ต่างๆที่มีพนกนิกรของพระองค์  ภาพของยายแก่ๆคนหนึ่งที่รอรับพระองค์  คราที่จะเสด็จไปเยือน  จากเช้ามืดจนกระทั่งตกเย็น  เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งจึงได้มาถึง พระองค์ตรงมาที่แม่เฒ่า  พร้อมก้มลงรับดอกไม้ที่ยายนำมาถวายอย่างชิดใกล้  อย่างไม่ถือพระองค์ นี่เองเป็นที่มาแห่งแรงบันดาลใจของแป๋ม  ภาพนี้แม่นำมาติดไว้บนหัวที่นอนของแป๋ม  จนปัจจุบันก็ยังอยู่ค่ะ  บวกกับบทเรียนสำคัญของบุคคลท่านหนึ่ง ดร.วรฑา วัฒนชยังกูร ค่ะ...

          "ผมเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง  ทำอะไรได้ดีในชีวิต  แต่ไม่ฉลาด  หลายคนอาจมองว่าคนเรียนจบดอกเตอร์  ต้องมีสติปัญญาล้ำเลิศ ผมได้ปริญญาเอกทางวิชาการ แต่ผมไม่ได้ปริญญาชีวิต  ตอนเด็กๆพ่ออนผมว่า คนเราต้องได้ทั้งปริญญาวิชาการและปริญญาชีวิตด้วย ผมรู้ไม่เท่าทันชีวิต จึงลงเอยด้วยการเจ็บป่วยครั้งนี้"  แล้วในที่สุด ดร.วรฑา วัฒนชยังกูร หรือชื่อเดิม ดร.อภิวัฒน์  วัฒนางกูร ต้องจบชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคมะเร็ง.

            ณ วันนี้ชีวิตของแป๋ม  ขออุทิศให้กับวงการศึกษา  อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของเด็กไทยที่จะเป็น New Generation ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ  ไม่ให้มัวเมาและหลงอยู่ในโลกของทุนนิยม  ด้วยสมองน้อยๆที่จะแนะนำวิธีการใช้ชีวิต  ที่เขาวัดคุณภาพของคนด้วยความรู้ที่มีในตัวตน  ฝึกให้รู้จักตัวเอง  นำความสามารถไปพัฒนาในทางที่ถูกที่ควร  พยายามให้เด็กๆสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง เสิมให้พวกเขามี empowerment เพื่อความมั่นใจที่จะขยายเครือข่าย "คนดีมีความรู้" ที่แม้นับวันจะยากขึ้นทุกทีๆ  แต่แป๋มจะไม่ท้อค่ะ  เพราะตัวแบบของแป๋มแต่ละท่าน ล้วนเคยผ่านจุดนี้มาแล้ว  ขอให้พี่ๆ อาทิ      พี่คิม พี่ขจิต พี่ปู  ดร.วรภัทร์ คุณพอลล่า......ฯลฯ  ตลอดจน พ่อครูบา  และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โปรดมั่นใจและจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการจัดการความรู้สู่เด็กไทย ด้วยความรักและจริงใจจากนี้และตลอดไปค่ะ 

อ่านจบแล้ว..ท่านคิดอย่างไรบ้างคะ..??????????