ปัญหาคือ "การคิดมาก"

การกระทำนั้นง่ายดาย แต่ความคิดนี่สิ ช่างยากลำบากจริงๆ

เมื่อวางแผนว่า จะดำเนินงานก่อสร้างโรงเรือนด้วยตัวเอง  รูปแบบที่คิดไว้คือ โรงเรือนระหว่างต้นไม้ จุดแรกคือ ต้นมะขามกับต้นมะม่วง ระยะห่างพื้นที่ประมาณ 4.50 เมตร วัสดุที่ใช้คือ เสาไม้ 4 ต้น มุงหลังคาด้วยสังกะสี ลงมือทำในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา ใช้แรงงาน 3 แรง ตามแต่ใครว่างๆ ปกติมี 2 แรงหลัก ทำงานเมื่อพอใจทำ

การขุดหลุมเพื่อลงเสา 4 ต้น เป็นงานใช้แรงมาก ขนาดหลุมโดยประมาณ ลึก 60x กว้าง 50x ยาว 40 cm. ปรับตามความสั้นยาวของเสาไม้แต่ละต้น  ตามเงื่อนไขที่กำหนดคือ "ใช้วัสดุที่มีให้เป็นประโยชน์"

ความคิดขณะที่ขุดลงแต่ละหลุม คือ "สนุกดี เหนื่อยดี ดินร่วน ขุดง่าย"  สภาพอากาศหนาวเอื้อให้ทำงานที่ใช้แรงมากๆ จากใส่เสื้อหนาวจนถึงกับต้องถอดออก  เมื่อขุดหลุมเสร็จตั้งเสาไม้ทีละต้น  วางคานไม้ยึดเสา  วางแนวไม้มุงสังกะสี  งานที่รู้ึสึกตลกคือ "การอุดรูรั่วสังกะสี"  ด้วยความที่เป็นสังกะสีเก่าขึ้นสนิม มีรูตะปูมาก มีรอยแตก จึงต้องทำความสะอาดใ ห้ปราศจากฝุ่น  แล้วจึงใช้แผ่นตะกั่วติดปะรู ไม่งั้นจะปะไม่ติดเพราะเจอคราบฝุ่น  การสร้างโรงเรือนจุดแรกนี้ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ก็สำเร็จ

โรงเรือน1    โรงเรือน2

       น้องชมว่า " ไม่สวย ทำอะไรก็ไม่รู้ เหมือนเพิงเก็บขยะ "  ฟังแล้วยิ้มรับคำชมในใจหัวเราะ ฮ่า..ฮ่า

มาเริ่มก่อสร้างจุดที่สอง ระหว่างต้นมะม่วงกับต้นมะขามที่หวานน้อยกว่า  มีพื้นที่ประมาณ  7 เมตรเศษ  คิดแล้วว่า ให้เชื่อมต่อจากจุดแรกเพื่อเ ป็นการประหยัดเสา จึงเพิ่มเ สาอีกเ พียง 4 ต้น  แ ละจากเงื่อนไขเดิม " ใ ช้วัสดที่มีอยู่แล้ว "  ต้องรอจนงานรื้อถอนต่อเติมคลีนิคแล้วเสร็จ ค่อยมาเริ่มก่อสร้าง ก็เข้าสู่ช่วงอากศร้อนพอดี ทำงานมาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม จากวัสดุที่มี เสาปูน หน้า 4 นิ้ว และ 5 นิ้ว ต้องมีปูนรองก้นหลุมและยึดเสา  อัตราส่วน ปูน 1 : ทราย 2 : หิน 4

งานขณะนี้ ขุดหลุมแล้วเสร็จ ทั้ง 4 หลุม แต่ตั้งเสาได้แค่ 2 ต้น ความคิดขณะขุดหลุมคือ "เหนื่อยมาก ร้อนมาก ทำไปทำไมเนี่ยะ ให้ช่างมาำทำก็เสร็จแล้ว"   บวกกับชั้นดินบริเวณนี้ขุดยาก เป็นดินเหนี่ยวแข็ง อากาศร้อนจัด ไม่มีลม  หลุมแรกใช้เวลา 1 สัปดา์ห์ ขุดไปคิดไปบ่นไป ด่าตัวเองด้วยว่า "หาเรื่องจริงๆ อยู่สบายๆ ไม่ชอบ มาทำงานอะไรว่ะ้ เนี่ยะ"  แต่ขุดจนเสร็จ มาหลุมที่ 2 ความคิดคือ " ไม่คิดอะไร " พิจารณาชั้นดินที่ขุด ดูดินขณะใช้เสียมเซาะลงไปในแต่ละครั้ง ชั้นดินแรก แข็งจริงๆ ขุดลงไปอีกหน่ิอย เจอเศษไม้ เศษโฟม กระเบื้องแตก ขยะ ลึกไปอีกนิดเป็นชั้นดินเก่าร่วนซุยสีดำ ขุดลงไปอีกเป็นดินปนหินก็พอดีได้ความลึกที่ต้องการ ใช้เวลาไม่ถึงวัน สภาพอากาศร้อนจัด เหงื่อไหลอาบเป็นน้ำ

ขุดหลุมที่ 3 ใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมงก็เสร็จ ความคิด   "ไม่มี"   ไม่มีคำถามว่าขุดทำไม ทำไมต้องทำ ใช้ความคิดไปกับเรื่องอื่น คุยเล่นกับน้องหมูเฮง ที่มาช่วยยุ่ง  กับความเหนื่อยที่มี ก็แค่หยุดพัก  เดินไปกินน้ำแข็งเย็นๆ แล้วมาทำต่อ (หลุมที่ 4 พ่อแอบแย่งขุด แต่ได้ไปแย่งกลับมาขุดต่อจนเสร็จใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง)  

จึงมาบันทึกความคิดว่า "ปัญหาคือ การคิดมาก"

จำได้ว่า อ่านหนังสือ "ชวนม่วนชื่น" ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่าโดยพระอาจารย์พรหม  ตอน "คิดยากกว่าทำ" ท่านกล่าวว่า ส่วนที่ยากที่สุดของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต คือ ความคิด นั่นเอง

ตอนนั้นตั้งคำถามกับตัวเองว่า "งั้นคนเราควรคิดน้อยๆ ใช่หรือไม่ ? เพราะถ้าคิดมากไปอาจเป็นบ้าได้" ได้คำตอบในขณะนี้คือ  ดูว่าคิดอะไรเป็นเรื่องๆ ไป ยกตัวอย่างการสร้างโรงเรือนนี้แหละ  ส่วนที่คิดมากๆ คิดเยอะๆ คือเมื่อแรกวางแผนว่าจะทำอะไร ตรงไหน อย่างไร ทำไปเพื่ออะไร ใช้ประโยชน์อย่างไร คิดอย่างมากมายเรื่อยเปื่อย  เพราะมันมีเม็ดเงินที่ต้องจ่าย มันคือสิ่งก่อสร้าง

แต่ขณะที่ทำ ขณะที่ขุดหลุม  ความคิดกับสิ่งก่อสร้างนี้ คิดจบแล้ว  ขณะนี้คือ ขั้นตอนการทำ ถ้ามีความคิดขึ้นมา  ก็คือรายละเอียดงาน เช่นหลุมลึกดีหรือยัง ผิวเรียบมั้ย?

มีคำพูดหนึ่ง ปรัญชา /อุดมคติ /เ ป้าหมายสูงสุด คือ "การทำงานเพื่องาน" มาคิดว่า ถ้าใครทำได้คงดีจริงๆ  ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าความคิดคน ผลกระทบต่างๆ บุคคลต่างๆ แต่ถ้าเป็น การทำงานเพื่องาน  ทุกอย่างมุ่งสู่เป้าหมายเดียว "เพื่องาน" ก็ทำให้งานนั้นๆ สำเร็จได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการเดินทางของความคิด



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ดีค่ะ  อ่านแล้วลุ่มลึกดี  ขอบคุณค่ะ

แม้ขณะที่ล้างจาน ถ้วยชามที่กองไว้มากมาย

แค่ความคิดที่ว่า "ทำไมฉันต้องเป็นคนล้างชามด้วยว่ะ"

ล้างชามไป บ่นพึมพัมไป คิดไป

ทำให้การล้างชามเป็นงานที่ทรมาณมาก

เพียงแค่หยุดคิด

แล้วฟังเพลงไป ร้องเพลงไป

ก็ทำให้การล้างถ้วยชาม ก็ OK น่ะ แป๊บเดียวเสร็จ

เขียนเมื่อ 

ว่างก็คิด ไม่ว่างก็คิด

ว่างจึงคิด

คิดจึงไม่ว่าง

หนังสือ"ชวนม่วนชื่น" ตอน "ขุ่นเพราะขน" อาจาร์ยพรหม ท่านไ ด้เ ล่าถึงการขนกองดินเพื่อสร้างโบสถ์ แ ล้วต้องขนย้ายกองดินกลับไปกลับมา ว่า ความโกรธที่เพิ่มมากขึ้นทำให้รถเข็นดินดูจะหนักขึ้นด้วย จนมีเพื่อนพระองค์หนึ่งมาบอกว่า "ปัญหาท่านคือ คิดมาก" ท่านว่าทันทีที่ท่านหยุดบ่นคร่ำครวญก็รู้สึกว่า "รถเข็นดินเบาลงมาก"

นี่จึงเป็นที่มาของชื่อบันทึกการเดินทางของความคิดตอนนี้

ตอนอ่านหนังสือสักแต่ว่าอ่าน ไม่รู้อะไร แต่เมื่อไปทำงานอะไรซักอย่าง เริ่มแรกคือไม่ทันคิด แต่พอตั้งสติได้ หยุดคิดพิจารณาความคิดขณะนั้นๆ ก็รู้ถึงอะไรบางอย่าง ที่อธิบายลำบากน่ะ

   หลวงพ่อชาท่านว่า คนที่เรียนธรรมะแต่ไม่ปฏิบัติ เหมือนกับทัพพีตักแกงที่อยู่ในหม้อ มันตักแกงทุกวัน แต่มันไม่รู้รสของแกงเลย...