ณ.วันนี้ผมมีความเชื่อว่าหลายๆองค์กรคงอยากจะเห็นการพัฒนาการเรียนรู้ได้เกิดขึ้นในองค์กรของตนเองอย่างแน่นอน

ความจริงที่ไล่ล่า ในตอนที่3 จะขอกล่าวถึงภาวะผู้นำทางการบริหารงานในองค์กร ซึ่งอาจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของบุคลากรในองค์กร ณ.ปัจจุบัน 

รู้ทันสไตส์การบริหารงานณ.วันนี้ผมมีความเชื่อว่าหลายๆองค์กร  คงอยากจะเห็นการพัฒนาการเรียนรู้ได้เกิดขึ้นในองค์กรของตนเองอย่างแน่นอน  หากเราจะรอให้สิ่งที่มุ่งหวังได้เกิดขึ้น คงจะยากเพราะว่ามีหลายปัจจัยที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง หากเราลองทบทวนย้อนดูประสบการณ์ของการทำงานในอดีตถึงปัจจุบัน น่าจะมองเห็นลู่ทางหรือความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย หากจะมองในภาพลบที่เห็นแต่สภาพของปัญหาหลายๆอย่างที่เคยเกิดขึ้น บางครั้งก็เกินขีดความสามารถของเราหรือทีมงาน ที่จะแก้ไขได้ สิ่งที่สำคัญทำให้ผมอยากจะศึกษา สไตส์การบริหารงานของหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้นำองค์กรว่าเกิดอะไรขึ้น   ก่อนที่จะกล่าวถึงสไตส์การบริหารงาน  เราลองมาทำความเข้าใจกับพื้นฐานของภาวะผู้นำกันก่อนนะครับ

 

 

            ภาวะผู้นำทางการบริหาร มีความหมายคือ  ผู้นำหรือผู้บริหารเป็นทั้งผู้ส่งเสริมและยับยั้งผลการปฏิบัติงานของพนักงาน และเป็นทั้งผู้ให้กำลังใจ และทำลายความรู้สึกที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดความท้อแท้ เป็นผู้ที่ดึงอัจฉริยะที่มีอยู่ในตัวพนักงาน โดยที่ผู้นำหรือผู้บริหารเหล่านั้นจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

 

 

            การพัฒนาหน่วยงาน หรือองค์กร ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับบทบาทของผู้บริหารองค์กร ที่จะต้องดำเนินการหรือผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ ต่อการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง มีดังนี้

 

1.    ผู้บริหารต้องสนับสนุนภารกิจและกลยุทธ์ขององค์กร

2.    ผู้บริหารต้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในองค์กร

3.    ผู้บริหารต้องให้การช่วยเหลือและสนับสนุนทีมงาน

4.    ผู้บริหารต้องมีความสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน

5.    ผู้บริหารต้องเข้าใจและสามารถจูงใจพนักงานได้

6.    ผู้บริหารต้องประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างเหมาะสม

 

 

             สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือการพัฒนาบุคลิกภาพด้านจิตใจ ที่นักบริหารควรเชื่อมั่นในตนเอง รู้จักการให้และแบ่งปัน การให้อภัย การเมตตาสงสาร และการยกย่องชมเชย  การพัฒนาบุคลิกภาพด้านอารมณ์ นักบริหารควรจะยิ้มแย้มแจ่มใส มีอารมณ์ขัน มีธรรมมะในใจ มี EQ รักเพื่อนมนุษย์และการให้อภัย  รวมทั้งการพัฒนาบุคลิกภาพในการสนทนา นักบริหารจะต้องใช้ภาษาท่าทางที่เหมาะสม น้ำเสียงน่าฟัง เอาใจใส่คู่สนทนา เป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูด การพัฒนาบุคลิกด้านการฟัง นักบริหารจะต้องฟังโดยตั้งใจ สนใจ ให้ได้เนื้อหาสาระ ตอบรับด้วยคำพูดที่เป็นมิตร การพัฒนาบุคลิกภาพด้านสังคม นักบริหารจะต้องฝึกให้เป็นผู้ที่สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้ และต้องสำรวม กาย วาจา ใจ นักบริหารต้องผูกมิตรและครองใจคน มองคนในแง่ดี พร้อมที่จะช่วยเหลือ ไม่นินทาว่าร้ายใคร

 

 

           การพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี ของนักบริหารที่เป็นข้าราชการยุคใหม่ ในปัจจุบัน ควรจะปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับสังคม ทำงานอย่างมีคุณภาพ รับผิดชอบสูง  ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการทำงาน พัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอมีเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ มีบุคลิกภาพที่อบอุ่นเป็นมิตร มีหลักธรรมมาภิบาลในการทำงาน เป็นนักฟังที่ดีที่กล้าแสดงออก แต่งกายเหมาะสมกับหน้าที่ และรู้บทบาทของตนเอง

 

 

 

           สรุปแนวคิดในการสร้างคุณภาพ นักบริหารต้องมีปณิธานแน่วแน่ ในการปรับปรุงตนเอง ยอมรับว่าการทำงานจะต้องมีคุณภาพ ปลูกฝังความรับผิดชอบ มีการวางแผนการทำงานและ ครอบครัว  ใฝ่รู้ สร้างภาวะผู้นำไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง สร้างแรงจูงใจในการทำงาน รู้จักแบ่งเวลา และมีอารมณ์ขัน

 

 

           จากการที่ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปัจจัยที่พบมากที่สุดในองค์กร ณ.ปัจจุบันนี้ก็คือ ภาวะผู้นำทางการบริหารขาดนั่นเองครับ.......

     เขียวมรกต

      14 มีค.52