สังคมเสมือนหรือสังคมออนไลน์ซึ่งไม่ต่างอะไรกับสังคมจริง ๆ ที่มีผู้คนมากมายให้ได้ศึกษาเรียนรู้ แต่ในความเหมือนย่อมมีความแตกต่าง ความแตกต่างระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกออนไลน์ คือความจริงกับความจริงเสมือน...
โลกแห่งความจริงเป็นโลกที่มีหลายมิติให้ได้เห็น แต่โลกเสมือนมีขีดจำกัดในการแสดงมิติอื่น ๆ โลกเสมือนจึงสามารถแสดงให้เห็นได้เพียงบางมิติ เราจึงไม่สามารถเห็นด้านหรือมิติทุกมิติในโลกเสมือนได้ การเรียนรู้และพัฒนาตัวเราบนโลกออนไลน์จึงเป็นการพัฒนาตัวเราได้ในบางมิติเท่านั้น...

เด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่หลาย ๆ คนที่หลงติดอยู่ในสังคมเสมือน จึงเหมือนกำลังติดกับอยู่ในบางด้านหรือบางมิติของโลกออนไลน์ โลกที่ทุก ๆ คนสามารถเลือกที่จะเป็น หรือแสดงบทบาทของตัวเองในมุุมที่ตัวเองอยากเป็นหรืออยากให้เป็นได้อย่างเต็มที่...
หลาย ๆ คนเลือกที่จะแสดงเพียงบางมิติของตัวเองเป็นเสมือนว่ามิตินั้นคือตัวตนทั้งหมดของตนเอง เป็นการ "หลง" อยู่ในกับดักของโลกออนไลน์ และยิ่งไปกว่านั้นเป็นการ "หลง" อยู่กับกับดักใน "ตัวตน" ของตัวเองครับ...

ภาพที่เราเห็นในโลกแห่งความจริง กับภาพที่ปรากฏในโลกเสมือน จึงเหมือนเป็นคนละภาพกัน หรืออาจเป็นภาพเดียวกันที่ซ้อนทับกันไม่สนิทนะครับ เรียนรู้ที่จะมี "สติ" อยู่กับตัวเองตลอดเวลา เพื่อจะได้แสดงทุก ๆ บทบาทของตนเองทั้งในโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนอย่าง "รู้" ตัวนะครับ...
ทุกคนมีหน้าต่างหลายบาน..
บางคนเลือกที่จะเปิดเพียงบางบาน..ปิดไว้อีกหลายบาน..เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ
ให้กำลังใจค่ะ..เข้าใจตัวเอง..เข้าใจผู้อื่นค่ะ..
สังคมเสมือน สังคมเหมือน สังคมจริง สุขได้ด้วยการรู้จัก และเข้าใจ
ก็โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ สำหรับการสร้างสรรค์จินตนาการณ์นี่คะ
เปิดกว้างให้ทุกคนที่สนใจเข้าร่วมสังคม ได้เรียนรู้ ได้พัฒนา
บางครั้งบางมิติที่เราต้องการนำเสนอในโลกแห่งความเป็นจริงไม่มีโอกาสได้ทำ
การใช้สังคมตรงนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง
โดยไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเป็นสิ่งที่ดีมากๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ได้ข้อคิดดีๆ อีกแล้ว ขอบคุณครับ
ครับ... คุณลดา
เรียนรู้ที่จะเข้าใจตนเองและผู้อื่นครับ...
ขอบคุณครับผม...
"หลง" คุณครูเสื้อดำ ครับ อิ อิ :)
เหมือน "หลง" ในสังคมเสมือน
เราเลือกแสดงมิติไม่ครบถ้วนจากความเป็นตัวตนของเราครับ
เช่น ผมรักธรรมชาติ ผมรักภาพถ่าย ผมก็แสดงออกทางนั้น
หากแต่ยังมีอีกหลายมุมที่ไม่อยากแสดง และแสดงไม่ได้
ขอบคุณครับ บันทึกเตือนใจและเตือนจำ ครับ :)
ครับ...อ. จารุวัจน์
สังคมไหน ๆ เราก็สุขได้จากการรู้จักและเข้าใจนะครับ...
ขอบคุณครับผม...
ครับ...น้องลูกปลา
สังคมออนไลน์เป็นสังคมเปิดกว้าง จึงง่ายต่อการเกิดสภาวะ "หลง"...
เรียนรู้ที่จะมี "สติ' อยู่กับตัวเองตลอดเวลานะครับ...
ขอบคุณครับผม...
ครับ...คุณ บวร
ขอบคุณเช่นกันครับ...
ครับ...อ. Wasawat Deemarn
เป็นภาพเพื่อนตอนไปเลี้ยงอาหารเด็กพิการซ้ำซ้อนที่บ้านเฟื่องฟ้า ตอนวันเกิดเมื่อสองปีที่แล้วครับ...
ปีนี้วนมาครบวันเกิดอีกรอบ เลยนึกถึงภาพนี้ครับผม...
ขอบคุณมากครับ...
ideal self เป็นตัวสร้างปัญหาใหญ่ในโลกไซเบอร์ เพราะจะแสดงออกมาถึงสิ่งที่ตนต้องการและอยากจะเป็นในขณะที่ไม่สามารถเป็นได้ในชีวิตประจำวัน ถ้าคิดซะว่าเป็นแค่อุปกรณ์ที่ช่วยสื่อสารชนิดหนึ่งก็จะไม่มีปัญหา
เราเคยเจอเยอะนะดิเรก พวกที่ nobody ในสังคมมักจะกร่างและเก๋ามากในเน็ต ซึ่งตัวจริงในชีวิตไม่เคยกล้าแบบนั้นเลย การหมกมุ่นกับ ideal self ในเน็ตมากๆ เข้าอาจทำให้กลายเป็นโรคจิตถามหาได้ วุฒิภาวะกับ background ครอบครัวก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ คนที่ครอบครัวดี ชีวิตดี (ไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย) มักจะไม่แสดงออกในสิ่งที่ตัวเองไม่มีหรือไม่ได้เป็นเพราะพอใจกับชีวิตอยู่แล้ว สุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือจริยธรรม ต่อให้ไม่มีทุกอย่าง nobody สุดๆ แต่เป็นคนมีจริยธรรมก็จะทำให้แสดงออกทุกอย่างในทางดี
ครับ...ซูซาน Little Jazz
เห็นด้วยเลยครับ...
ประโยชน์ของสังคมออนไลน์มีแค่ไหน โทษของมันก็มีไม่น้อยกว่ากันหากไม่รู้เท่าทันมันนะครับ...
ขอบคุณมากครับ...
ณ วันนี้ แป๋มได้ความรู้...แง่คิด...มุมมอง..
หลากหลาย...ชื่นใจที่....มาเยี่ยมคุณ...
เหรียญมี 2 ด้าน..ขอบคุณ"สังคมออนไลน์"
กับประสบการณ์...และบทเรียนชีวิต....
ที่ไม่อาจ..ประเมินค่า...ออกมาเป็นตัวเลขได้
ขอบคุณความสบายใจที่ให้แป๋มเสมอมานะคะ..."คุณดิเรก"
ครับ...คุณ ครูแป๋ม
ยินดีและดีใจครับที่เข้ามาแล้วได้ความสบายใจ...
เรียนรู้ทั้งมุมดี ๆ ของด้านดี ๆ ของเหรียญเพื่อพัฒนาตัวเอง...
และเรียนรู้บางมุมที่ไม่ดีเพื่อระมัดระวังตัวเรานะครับ...
ขอบคุณครับผม...
สวัสดีคะ พี่ดิเรก
คนมีหลายคม...ในหลายเวที หลายเวลา เราเลือกที่จะนำคมนั้นมาใช้
ใช้คมของตนลับคมของตัว...แต่ต้องไม่บาดให้ใครเดือนร้อนก็พอ
มีสติกับการใช้ชีวิต...ทั้งโลกเสมือนและโลกแห่งความจริง...ขอบคุณมากคะ
---^.^---
ครับ...น้องพิมพ์ พิมพ์ดีด
คมมากครับ...
ใช้คมของเราลับคมของเราเอง แต่ต้องไม่ไปบาดใคร...
ขอบคุณเช่นกันครับผม...
15. พิมพ์ดีด
เมื่อ ศ. 13 มี.ค. 2552 @ 20:03
ใช้คมของตนลับคมของตัว...แต่ต้องไม่บาดให้ใครเดือนร้อนก็พอ
16. Mr.Direct
เมื่อ ศ. 13 มี.ค. 2552 @ 20:23
ใช้คมของเราลับคมของเราเอง แต่ต้องไม่ไปบาดใคร...
ขอบคุณค่ะ ประทับใจมาก
(และ พอดีก็นึกถึงพุทธภาษิตที่ว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว.... แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเทียบกันได้ไหม อาจรบกวนคุณ Mr.Direct ช่วยดูให้สักนิดค่ะ)
ครับ...คุณ ใบไม้
ในมุมมองของผมนะครับ...
การใช้คมของตัวเราลับคมตัวเราเอง แต่ไม่ไปทำร้ายผู้อื่น...
เหมือนเราใช้ความรู้ความสามารถที่เรามีมาฝึกฝนและพัฒนาตัวเราให้แกร่งขึ้น แต่เราไม่เอาความรู้ความสามารถที่เรามีมาเอาเปรียบหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นนะครับ...
ส่วนให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว หมายความประมาณว่าตั้งใจจะไปทำร้ายคนอื่น แต่ไป ๆ มา สิ่งที่ทำกลับทำร้ายตัวเองประมาณนั้นครับ...
ขอบคุณนะครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนให้ได้คิด...
ขอบคุณครับผม...
ขอบคุณ คุณ Mr.Direct ค่ะ
ใบไม้เห็นสังคมสมัยนี้ มีการเบียดเบียนกันมากเหลือเกิน แล้วถ้าหากว่า คมที่ฝึกฝนมาดีแข็งแกร่งแล้ว เกิดบังเอิญมาใช้ทำร้ายคนอื่น แต่ไม่สำเร็จ (โดยอาจตั้งใจ หรือโดยไม่ตั้งใจ) แล้วกลายเป็นตัวเองเดือดร้อน จะเข้าข่ายพุทธภาษิตมั๊ยคะ..... พอดีใกล้กันมาก แม้จะดูเจตนา หรือไม่ดูเจตนา ทำให้ใบไม้สงสัยน่ะค่ะ
รบกวน และ ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ.....
บางทีก้หลงเข้ามาในโลกเสมือน เหมือนกัน นะคะ :)
แต่ ก็ยัง พอมีสติอยู่บ้างค่ะ
แวะมาทักทายนะคะ
Have a nice dream.