สมการชีวิตของมนุษย์ที่อยู่ภายใต้แผนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมแห่งชาตินั้น เราทุก ๆ คนต้อง ทำงาน ทำงาน และทำงาน เพื่อให้ได้มาซึ่ง เงิน เงิน เงิน และเงิน และนำเงินที่ได้มาจากการทำงานนั้นไปซื้อ “ความสุข...”

เมื่อได้เงินมาเมื่อคราสิ้นเดือน สิ้นงวด สิ้นงบ
เฮ!!! ไชโย!!! ไปกินกัน ไปเที่ยวกัน ไปหาความสุขกัน

เมื่อคราได้เงินมา ต่างคนก็ต่างมุ่งหน้าหาความสุขเพื่อชดเชยกับความทุกข์ที่สูญเสียไป
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำทีต้องตรากตรำทำงานหนัก ทนถูกเจ้านายว่า อดทนถูกลูกค้าด่า อดทนเพื่อรอวันและเวลาที่จะได้มาซึ่งเงินเดือน

แต่ทว่า...หากเรามี “รอยยิ้ม” และเสียงหัวเราะอยู่ในทุก ๆ วินาทีที่มีชีวิตอยู่นี้แล้ว เราก็สามารถมีความสุขได้ โดยไม่ต้องรอวันสิ้นเดือน

บางครั้งเมื่อเงินเดือนออก เราต้องไปดูหนัง ไปดูหนัง ไปดูคอนเสิร์ตเพื่อให้ไปยิ้ม ให้ได้หัวเราะ เพราะว่าการยิ้มและการหัวเราะนั้นเป็น “ความสุข”

แต่ถ้าหากเรารู้จักยิ้มให้กับทุกสรรพสิ่ง เราก็สามารถมีความสุขในทุก ๆ ช่วงเวลา

ยิ้มให้กับตน ยิ้มให้กับคน ยิ้มให้กับสายฝน ยิ้มแกมปนด้วยเสียงหัวเราะ
ทำทุก ๆ วินาทีให้มีความสุข ยิ้มและหัวเราะให้กับคนรอบข้าง

ไม่ต้องกลัวว่า หนังตลกจะตกโรง หรือว่าคณะตลกจะขาดรายได้ ไม่ว่าชีวิตเขา ชีวิตเรา หรือชีวิตใคร ไม่ว่าจะใครต่อใครก็ต้องการ “ความสุข”

หัดยิ้ม หัดหัวเราะให้กับอุปสรรค
หัดยิ้ม หัดหัวเราะให้กับปัญหา
ใช้รอยยิ้ม ใช้เสียงหัวเราะเป็นเครื่องนำพา
สร้างสรรค์ ชีวิตมีค่า ทุกวินาที

ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้มไปเถิดจะเกิดผล
ยิ้มให้ตน ยิ้มให้ใจ ยิ้มทั่งผอง
หัวเราะรื่น หัวเราะร่า สุขเรืองรอง
สุขทั่วผอง มิต้องซื้อ คือตัวเรา

ยิ้มวันนี้ ได้วันนี้ ใช่วันหน้า
มิต้องหา เงินมากมาย ซื้อสุขนั่น
เงินสิ้นเดือน ค่าไม่เท่า ยิ้มรายวัน
ยิ้มสุขสันต์ ยิ้มสดชื่น ยิ้มสุขเอย...