ช่วงนี้ อ.อชิรวุธ สุพรรณเภสัช มาจากขอนแก่น อาจารย์เคยมาร่วมกิจกรรมกับเราครั้งนี้ ที่ขอนแก่น ตอนนั้น เป็นเรื่องของ รวมเรื่อง "ลานหมู่เฮาแข่วดี" ที่ขอนแก่น วันนี้อาจารย์มาคุยให้เราฟัง ในเรื่อง "วิธีการตรวจเฝ้าระวังโรคในช่องปาก ผู้สูงอายุ" ละค่ะ ... เนื้อๆ วิชาการ แทบทั้งนั้นเลย

อาจารย์อชิ ... เริ่มที่ "ความแก่นั้นหนา เป็นยังไงกัน"
ในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกล เราก็คงจะเป็นผู้สูงอายุกันหมด คิดว่า การที่เราจะรู้เรื่องเกี่ยวกับการตรวจในช่องปากเอาไว้ก่อน ก็เป็นการดีในแง่ของการดูแลตัวเอง และผู้อื่น รวมทั้ง ญาติผู้ใหญ่ที่เรารักในอนาคต และในปัจจุบันนี้ให้ดีขึ้น
"Albert Einstein" เขาเป็นตัวอย่างที่ดี สิ่งที่เห็นเหมือนกันว่า Einstein มีความแก่มากขึ้นก็คือ เห็นได้จากรอยย่นที่หน้าผากชัดเจน นอกจากนี้แล้ว ก็มี หัวเถิกมากขึ้น เนื่องจากผมด้านหน้าจะเริ่มหายไป ริ้วรอยใต้ตาก็จะมากขึ้นเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้ว เรา ทำไมถึงแก่ เพราะว่าเป็นไปตามสังขาร ใช่ไหม ? หรือเป็นไปโดยกรรม ?
... จริงๆ แล้ว ก็คือ ทั้งสองอย่างละครับ แก่ด้วยการกระทำด้วย คือ ทำตัวให้แก่เอง หมายถึงทำลายสุขภาพตัวเองตั้งแต่ต้น สูบบุหรี่จัด ดื่มเหล้าจัด นอนดึก ทำงานหนักเกินไป ไม่รู้จักพักผ่อน ก็มีสิทธิที่จะแก่ก่อนวัยแน่นอน อย่างแรกคือ จะเห็นส่วนของผม จะเริ่มมีการหลุดร่วงไปบ้าง บางลงไปบ้าง บ้างก็จะบางจากข้างหน้าไปข้างหลัง บางคนจะบางจากข้างบนไปข้างๆ ก็จะมองเห็นเป็นเหมือนไข่ดาวอยู่กลางหัว และเริ่มหายไปเรื่อยๆ
เรื่องของหู ก็สำคัญ จริงแล้วยิ่งแก่ก็ยิ่งดี ... คนนินทาจะได้ไม่ได้ยิน ใครว่าอะไร ก็ไม่รู้สึก ใจจะได้ไม่เก็บเอามาคิด จะได้ไม่เครียด ... แต่จริงๆ ก็ลำบาก ถ้าเราเป็นบุคลากรทางทันตสุขภาพ ที่เราต้องสอนให้เขาแปรงฟัน หรืออะไร กับเรา ถ้าเขาไม่ได้ยินเราก็จะเหนื่อยกว่าปกติ หรือได้ยินผิดๆ ถูกๆ ก็จะลำบาก ส่วนใหญ่แล้วผู้ชายมักจะหูตึงเร็วกว่าผู้หญิง แล้วก็เป็นเยอะกว่าผู้หญิงด้วย และผู้ชายมี Ego สูง ถึงหูตึงเขาก็ไม่ยอมรับว่าตึง อย่างมากคือ เขาแค่จะเอียงหูข้างที่เขาได้ยินมากกว่า ไปหาคนที่คุยด้วย เพราะฉะนั้น พยายามสังเกตว่า ปกติเขาจะเอียงหน้าข้างไหนเข้าหาเรา แสดงว่า จริงๆ เขาได้ยินทางหูข้างนั้นมากกว่า เราก็อย่าทำให้เขาเขินอาย เพราะถึงแม้จะเป็นผู้สูงอายุอายุ 65 up ไปแล้ว ... เราก็ไม่ให้เขาเสีย self เราก็ต้องไปคุยทางด้านที่เขาได้ยินเยอะกว่า
ส่วนผิวหนัง บอกได้แน่ๆ ว่า การแก่ลงมันก็จะเกิดจากแสงแดดทำลาย มีเหี่ยวย่น รอยตีนกา ฝ้า กระ ทั้งหลาย จริงๆ มันคงไม่มีอะไรมาก ถ้าไม่เป็นผู้สูงอายุซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ในเมืองไทยมะเร็งผิวหนัง อาจจะเจอได้ไม่เยอะ แต่ปัจจุบัน มีการอพยพของผู้สูงอายุต่างประเทศ เข้ามาอยู่ในเมืองไทยค่อนข้างมาก ดังนั้น บางครั้ง เราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตรวจคนไข้ที่อายุวัยเกษียณ ที่มามีครอบครัวในเมืองไทย เขาก็จะต้องมีโอกาสเป็นมะเร็งบริเวณริมฝีปาก หรือผิวหนังได้มากกว่าคนปกติอยู่แล้ว ต้องระวังด้วย
ส่วนของสมอง สมองจะมีการสูญเสียเนื้อเยื่อ น้อยกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย น้ำหนักจะค่อยๆ ลดลง แต่ว่า ในที่สุดแล้ว เมื่ออายุ 90 น้ำหนักจะลดลงกว่าเมื่ออายุ 40 อยู่แค่ประมาณ 5-10% เท่านั้น เอง สมองจะเป็นส่วนที่น่ากังวลน้อย แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่จะมีปัญหา คือ เรื่องของความทรงจำ เพราะฉะนั้น การที่จะบอกให้ผู้สูงอายุทำตามเรา ในเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปาก ต้องอาศัยการบอกด้วยหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียน แปะป้าย ติดไว้ตัวใหญ่ๆ ให้ป้ายติดไปเลย ว่าต้องทำอะไรบ้าง แทนที่จะบอกเขาเฉยๆ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ กรณีที่ผู้ป่วยมาพร้อมกับลูกหลาน คนที่จะดูแลได้ดี เราก็ต้องดูว่า ลูกหลานเขา พร้อมที่จะดูแลพ่อแม่ไหม หรือเอามาวางไว้ให้เราดูแล ... เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้ว่า เราคุยกับผู้ป่วยไม่รู้เรื่อง เราอาจจะต้องคุยกับลูกหลานของเขาแทน
ส่วนของจมูกกับลิ้น ก็มีปัญหาของการดมกลิ่น และรับรส ซึ่งเกี่ยวข้องกัน เขาบอกว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ยิ่งแก่ยิ่งกินข้าวไม่อร่อย
เรื่องเกี่ยวกับตา ... การมองเห็น โอกาสที่ผู้สูงอายุจะมีปัญหาของการเกิดต้อกระจกจะมีสูง การมองเห็นจะแย่ลง ... ยิ่งการมองเห็นแย่ ความเสื่อมของสมอง ก็จะยิ่งเร็วมากขึ้น และการช่วยตัวเองไม่ได้ แปรงฟันเองไม่ได้ ทำงานเองไม่ได้ ก็จะทำให้เขาอยู่ในโลกนี้ ได้อย่างลำบากมากขึ้น ดังนั้น ถ้าเขามีคนที่จะมาคอยช่วยเหลือ หรือมาดูแลอย่างดี การดูแลสุขภาพช่องปากให้ได้ ก็ยิ่งจะเป็นไปได้ยากมากเลยครับ
ส่วนอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็น หลอดเลือดที่มีการหนาตัวมากขึ้น เช่น การพอกของคอเลสเตอรอลเข้าไปในส่วนของผนังของหลอดเลือด และทำให้หลอดเลือดมีรูตีบลง พอตีบลงก็จะเกิดความดันโลหิตสูง เพราะว่าปกติในท่อน้ำที่ส่งน้ำไปที่สูงๆ ต้องเป็นท่อน้ำที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็ก จึงจะมีความดันขึ้นไปได้ เพราะฉะนั้น เหมือนกัน ถ้าความดันมันจะสูง ต้องเกิดจากรูท่อที่มันตีบ รูท่อตีบได้อย่างไร ก็เกิดจากที่ไขมันเข้าไปเกาะในผนังหลอดเลือดนั่นเอง
เมื่อมีปัญหาของความดันโลหิตสูงแล้ว การทำงานของสิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ หัวใจจะเกิดปัญหามากขึ้น นอกเหนือจากนี้แล้ว การที่หัวใจมีการล็อค ก็คือ มีไขมันไปสะสมในเส้นเลือด Coronary artery ซึ่งเป็นเส้นเลือดที่เลี้ยงหัวใจอยู่ ก็ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจมีการขาดเลือด หรือ MI ที่เรารู้จักกันดี มีการตายบางส่วน และเกิดอาการปวดบริเวณแถวหน้าอกด้านซ้าย ลามไปบริเวณไหล่ ซึ่งก็จะมีปัญหาในเรื่องการดูแลผู้ป่วยต่อไป เช่น ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการใช้ยาที่ต้องสลายลิ่มเลือด Baby aspirin ที่กินเป็นประจำ การจะทำการรักษาทางทันตกรรม ต้องระวังเกี่ยวกับเรื่องของการมีเลือดออกด้วย เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เลือดออกได้เยอะกว่าปกติ
... ปกติเราต้องบอกให้หยุดยา aspirin ประมาณ 7 วันก่อน aspirin เองจะมีอายุในการจัดการกับเกล็ดเลือดอยู่ เท่ากับอายุของเกล็ดเลือดพอดี ก็คือ 7 วัน ดังนั้น ถ้าเรารู้ว่าเขาทานยาแอสไพรินมา ก็ต้องหยุดอย่างน้อยควรจะ 7 วัน อย่างที่พอรับได้ อยู่ที่ 5 วัน แต่ว่า ถ้า 5 วัน ก็ต้องมีการเตรียมการในแง่ของการลดการเลือดออก เช่น มีเครื่องมือในการ stop bleed ให้ได้
ส่วนของปอด ถ้าเป็นผู้หญิงอาจไม่มีปัญหามากนัก ปัญหามีเรื่องการหายใจ ต้องหายใจถี่มากขึ้น จะลำบากหน่อย แต่ผู้ชายจะมีปัญหามากกว่า เพราะว่าถึงวันนี้ ผู้หญิงจะสูบบุหรี่มากขึ้นก็ตาม แต่ผู้ชายก็ยังเป็นเพศที่สูบบุหรี่มากกว่าผู้หญิงอยู่ดี ดังนั้น โอกาสที่จะเกิดมะเร็งในปอด หรือเกิดถุงลมโป่งพอง ก็จะมีในผู้ชายมากกว่าในผู้หญิง ซึ่งก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการหายใจตามมา คนไข้อาจจะมีเขียว มีหายใจขัด ลำบาก
เรื่องของ metabolism อื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งเกิดจากการมีปัญหาของการสร้างอินซูลิน หรือการที่มีตัวรับอินซูลินไม่ทำงาน ดังนั้น การควบคุมให้น้ำตาลในเลือดไม่สูง ก็จะทำไม่ได้ เพราะว่า อินซูลินเป็นตัวที่จัดการน้ำตาล ... เมื่อน้ำตาลสูงแล้วเกิดอะไรขึ้น จะทำให้แผลหายยาก ... เพราะว่าน้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียอย่างหนึ่ง หมายถึง ปกติน้ำตาลในเลือดจะทำให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนที่ได้ช้าลง (เหมือนเวลาน้ำหก กับน้ำเชื่อมหกที่พื้น เราเอามือไปจับ น้ำเชื่อมก็จะเหนียวติดมือเรา เพราะฉะนั้น กว่าเราจะเอามือลากผ่านน้ำเชื่อมได้ ก็ใช้แรงมากกว่าลากผ่านบริเวณที่มีน้ำเฉยๆ) ดังนั้น ในคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน เม็ดเลือดขาวที่อยู่ในเส้นเลือด แทนที่มันจะออกจากเส้นเลือดไปทำงานในการกัดกินเชื้อโรคได้เร็ว มันก็จะออกได้ช้า การติดเชื้อก็จะลุกลามไปรวดเร็วกว่า ในรายคนไข้ที่เป็นเบาหวานอยู่
การตรวจร่างกายจึงมีความสำคัญว่า สภาวะเบาหวานของคนไข้ มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาของเรามากน้อยแค่ไหน เราจะต้องมีการควบคุมระดับน้ำตาล โดยปรึกษาแพทย์เฉพาะทางของผู้ป่วยให้ดี
นอกเหนือจากนี้แล้ว ตัวที่เราจะต้องมีการตรวจเลือดในคนไข้ที่เป็นเบาหวาน คือ Hemoglobin A1C เพราะเป็นตัวที่ป้องกันไม่ให้คนไข้หลอกหมอ ถ้าคนไข้ไม่ทานข้าวมา มาตรวจ FBS หรือ fasting blood sugar คนไข้ก็จะมีน้ำตาลลดอยู่แล้ว เนื่องจากว่า คนไข้ไม่ได้ทานข้าวมา แต่ว่า ถ้าคนไข้ตรวจ Hemoglobin A1C นี่ จะเคลือบอยู่บริเวณผิวของเม็ดเลือดแดงพอดี ตรวจได้ค่าไม่เปลี่ยนแปลงไป ถือว่าเป็นการตรวจที่มีคุณลักษณะที่ดีมาก ที่ถือว่า คนไข้คนนี้ เบาหวานจริง
อีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆ คือ เรื่องของกระดูก คนแก่ส่วนใหญ่ มีความหนาตัวน้อยลงไปผู้สูงอายุ เกิดขึ้นได้แทบ 100% ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม หลังจากอายุ 35 ปีขึ้นไปแล้ว การสร้างกระดูกจะน้อยลง มีความเสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่ายกว่าปกติ กล้ามเนื้อก็เช่นกัน จะมีการลดของกล้ามเนื้อลงในปริมาณ 5-10% จนกระทั่งในที่สุดแล้ว พออายุสัก 75 ปี เวลาเราให้ผู้ป่วยอายุ 75 จับอะไรสักอย่างหนึ่ง วัดแรง จะลดลงมาเหลือแค่ 3 ใน 4 ของแรงที่ได้จากคนทั่วไปที่อายุประมาณ 30 ปี เพราะฉะนั้น แรงจับข้อมือน้อยลงเยอะมาก
ดังนั้น การแนะนำผู้ป่วย คือ ต้องมีการออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ สำคัญมาก เพื่อที่จะทำให้ร่างกายจะสามารถคงทำงานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของกล้ามเนื้อที่จะมีผลกับกระดูก และมีผลกับกระดูกอ่อนตามข้อต่อได้ด้วย
จริงๆ แล้วร่างกายของเรา ถ้ามองแล้ว ไม่ควรจะมองแยกเป็นแค่ปากอย่างเดียว ต้องมองถึงร่างกายทั่วๆ ไป ก่อน เพราะว่ามันเกี่ยวกับพวกเราหมดเลย ไม่ว่าโรคเกิดขึ้นที่ส่วนไหนของร่างกาย มันจะมีผลกระทบกับส่วนอื่นๆ ของร่างกายของเราเช่นเดียวกัน
รวมเรื่อง สุขภาพช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบ
