ที่จริงคนเราทุกคนมีส่วนเปลี่ยนแปลงประเทศหรือสังคมทุกคน ไม่มีเว้น   แต่จะมีส่วนด้านไหน มากหรือน้อย เป็นเรื่องของแต่ละคน

          วันที่ ๒๓ ก.พ. ๕๒ มีการประชุมคณะกรรมการกิจกรรมเพื่อสังคมของธนาคารไทยพาณิชย์   มีการพิจารณาโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งดำเนินการร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และกระทรวงศึกษาธิการ    และมี success story ออกมามากมาย   แสดงศักยภาพของครูและนักเรียนที่น่าชื่นใจ   และแสดงโอกาสที่จะดำเนินการต่อยอดขยายผล 

          เรา ลปรร. วิธีการขยายผลหลากหลายวิธี รวมทั้งวิธีทำงาน “วิจัยซ้อนวิจัย” เพื่อทำความเข้าใจเชิงระบบ   ท่านอดีตนายกฯ อานันท์ อุทานออกมาว่า ท่านนึกมาตลอดเวลาว่านี่คือ Change Program ของประเทศไทย   ซึ่งหมายความว่า โครงการเศรษฐกิจพอเพียง จะมีผลเปลี่ยนฐานคิด และวิธีปฏิบัติตัว วิธีดำรงชีวิต ในสังคมไทย  

          เรามีแผนจะวิจัยตอบคำถามว่า ใน รร. ๖๐ โรง ที่มี best practice อยู่ใน “เครือข่ายเรียนรู้ สู่ความพอเพียง” นั้น    ผลการเรียนรู้ในภาพรวมของนักเรียนดีขึ้นหรือไม่   จะสนับสนุนการขยายผลสู่ทุกกิจกรรมในโรงเรียน   และจะเชื่อมโยงสู่กิจกรรมของชีวิตจริงในชุมชน   เชื่อมโยงกับกิจกรรมของ อปท.

          มีการเอ่ยถึง sistership ระหว่าง รร. ที่มี best practice กับโรงเรียนที่ต้องการ เรียนรู้หรือปรับปรุงตนเอง   มีการพูดถึงการให้รางวัลทั้งที่เป็นการยอมรับ และเป็นเงิน    พูดถึง area-based network กระจายตามภาค

          เราหวังจะใช้เด็กและเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือ reform เด็กไทย    โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

          ผมมองเห็นรางๆ ว่ากิจกรรมเหล่านี้จะมีส่วน reform การศึกษาไทยด้วย   โดยเฉพาะการที่จะช่วยให้อิสระแก่โรงเรียนที่มีผลงานสร้างสรรค์

          CSR ของธนาคารไทยพาณิชย์เน้นที่การ reform เด็กไทย เยาวชนไทย   และมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงภาพใหญ่ของประเทศด้วย

ิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.พ. ๕๒