เรียน  อาจารย์  กะปุ๋ม

 

          ศูนย์บริหารคุณภาพได้รวบรวมหัวข้อ/ประเด็นที่แต่ละจุดบริการเขาอยากพัฒนามาให้อาจารย์ดูชุดแรกค่ะ...  ตอนนี้ได้แล้ว   12  เรื่อง  แล้วจะทยอยส่งมาให้อีกต่อไปนะคะ  ตอนแรกก็กังวลเหมือนกันว่าจะไม่มีใครส่ง  พี่นิดกับน้องกิ๊กต้องมานั่งทบทวนงานของตัวเอง  แล้วลองค้นหาประเด็นว่าเราอยากพัฒนาอะไร  มันมีเยอะแยะไปหมด  เอาละว้า....  ถ้าไม่มีใครส่งก็เราสองพี่น้องนี่แหละลุยเลย  หลังจากนั้นเราก็เริ่มแหย่หาเรื่องไปเรื่อยๆ  พบหน้าใครที่เข้าอบรมด้วยก็จะยิ้มให้และทัก “เป็นไงคะ  ปิ้งแว้บหรือยัง”  นอกจากนี้เรายังมีจดหมายน้อยทวงด้วยค่ะ  บอก  4 ขั้นตอนในการหาประเด็นปัญหาให้เสร็จสรรพ  Print  mail  อาจารย์ให้อ่านด้วยค่ะ  เพื่อกระตุ้นบรรยากาศ   1 สัปดาห์ผ่านไปยังเงียบ  พี่นิดเริ่มกังวล  น้องกิ๊กปลอบใจว่าช่างเถอะพี่นิด  อย่าไปคาดหวังมาก  มันไม่ทำให้ประเทศเขาวงล่มสลายหรอก  แล้วเราสองคนก็เริ่มพิมพ์ประเด็นของเราไว้  เราคาดหวังลึกๆนะว่าจะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาขอดูของเราเป็นตัวอย่าง  เราบอกสมาชิกว่าขอให้ส่งประเด็นภายในวันที่  2 ธันวาคม  2551  วันที่  1  ธันวาคม ผ่านไป  ...เงียบ...  ยังไม่มีใครพูดถึง  ชักจะปลงตกแล้วสิ  ทำใจๆ  หายใจยาวๆลึกๆ  วันที่  2 ธันวาคม  พี่ตุ๊กเป็นคนส่งประเด็นมาเป็นเรื่องแรก  ดีใจสุดๆ  ต่อมาก็มีส่งมาเรื่อยๆ  แม้แต่พี่โอ่งซึ่งดูยุ่งตลอดเวลายังส่งมาเลย  บางคนก็มาปรึกษาว่าจะเลือกประเด็นไหนดี  เพราะมีหลายประเด็นที่สนใจ  เราก็เข้าไปร่วมคุยในกลุ่มของผู้สนใจในหน้างาน  โดยตั้งคำถามแล้วถามคำถามนั่นแหละ  แล้วให้เขาลองเลือกดู  บางคนก็มาต่อรองว่าให้รอหน่อยนะช่วงนี้ยังไม่ว่างขอส่งทีหลัง  เห็นบรรยากาศการเรียนรู้แล้วก็รู้สึกดีใจนะที่เขาไม่เครียดกัน

          ทั้ง  12 เรื่อง  ทางศูนย์บริหารคุณภาพได้ร่วมพิจารณากับผู้ที่อยู่หน้างานแล้วเบื้องต้น  ถ้ายังไงแล้วขอคำปรึกษาและคำแนะนำจากอาจารย์เพิ่มเติมนะคะ  ส่วนที่เหลือจะรวบรวมและส่งให้อาจารย์ช่วยดูในโอกาสต่อไปค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ...

 

 

ตัวอย่างจากเรื่องเล่าได้สะกัดออกมาเป็นประเด็น ที่เภสัชกิ๊กและพี่นิด ... ส่งมาให้ดู (จากทั้งหมด 12 เรื่อง และเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่ข้าพเจ้าได้ไปเยือน พบว่ามีเรื่องที่แตกหน่อออกไปมากกว่าที่เภสัชกรกิ๊กส่งมาอีก... ตอนนี้เรื่องเล่านี้อยู่ในกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล)

 

  

Medication  Error

(Predispensing  & Dispensing)

 

  1. ปัญหา

จากอุบัติการณ์ความเสี่ยงด้านความคลาดเคลื่อนทางยา ปีงบประมาณ 2551 เกิดอุบัติการณ์ทั้งหมดจำนวน 790 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 52.98 ของอุบัติการณ์ความเสี่ยงทั้งหมดในโรงพยาบาล) และพบว่าเกิดความคลาดเคลื่อนในขบวนการก่อนจ่ายยา(Pre-dispensing error) มากที่สุด คือ 703 ครั้ง คิดเป็น 88.99 % ถัดมาคือในขบวนการจ่ายยา(Dispensing error) 48 ครั้ง คิดเป็น 6.08% ซึ่งเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย

 

  1. สาเหตุของปัญหาเกิดจากหลายปัจจัย

2.1คน

-          ความรู้ในเรื่องยา

-          สุขภาพโดยเฉพาะด้านสายตา

-          ความตระหนัก,ความตั้งใจในการทำงาน

2.2กระบวนการ

-          ปริมาณงาน

-          ความคล้ายคลึงของตัวยา(Look alike  Sound alike)

2.3สภาพแวดล้อม

-          เสียงพูดคุย,เสี่ยงเครื่องคอมพิวเตอร์  ปริ้นเตอร์

-          สถานที่คับแคบ

 

  1. กระบวนการแก้ไข

3.1  คน

-  จัดประชุมให้ความรู้เรื่องยาแก่พนักงานและเจ้าพนักงานโดยเฉพาะความรู้เรื่องยาใหม่

-  กระตุ้นให้เกิดความตระหนักและความตั้งใจในการทำงานโดยให้พนักงานได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อบทบาทหน้าที่ของตนเอง

          3.2  กระบวนการ

                   -  มีการสลับหมุนเวียนพนักงานและเภสัชกรผู้ปฏิบัติงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

                   - จัดแยกยาที่มีความคล้ายคลึงกันออก  ติด  Sticker  เตือนความจำให้เฝ้าระวังในการจัดยา

          3.3  สภาพแวดล้อม

                   -  ปรับเปลี่ยนเครื่องปริ้นเตอร์ระบบเงียบ

                   -  งดพูดคุยขณะปฏิบัติงานโดยไม่จำเป็น

                   -  สถานที่เปิดไฟ  เปิดหน้าต่างให้แสงส่องถึง  ใช้เครื่องปรับอากาศเมื่ออากาศร้อน

4. ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

                   -  ความคลาดเคลื่อนทางยาลดลง

                   -  ผู้ป่วยได้รับยาที่ปลอดภัย

                   -  บุคลากรในฝ่ายร่วมกันทำงานอย่างมีความสุข

 

คำถามวิจัย

          เราจะพัฒนาระบบเฝ้าระวังความคลาดเคลื่อนทางยาทั้งก่อนจ่ายยาและขณะจ่ายยาอย่างไร

  

---------------------------------------

  

R2R : ศึกษาถึงวิถีชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

 

1.  ประเด็นที่อยากพัฒนาคืออะไร

          ศึกษาถึงวิถีชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

 

2.  มีสาเหตุมาจากอะไร

          เนื่องจากตัวเองเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและเป็นพยาบาลซึ่งได้ดูแลช่วยเหลือกันในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านม   ทำให้เข้าใจและเรียนรู้ความต้องการในฐานะผู้ป่วยและเป็นเจ้าหน้าที่ด้วย  อยากขับเคลื่อนให้เกิดขบวนการเรียนรู้ปรับตัวในการดำรงชีวิตอยู่ของผู้ป่วยให้มีความสุขในบริบทของตัวเอง

 

3.  เราจะมีกระบวนการหรือวิธีการแก้ไข  อย่างไร  ทำอย่างไร

          ศึกษาวิถีชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม  เพื่อทราบปัญหาและความต้องการนำมาปรับใช้และพัฒนารูปแบบในวิธีการขั้นตอนการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั้งที่บ้านและชุมชน

 

4.  ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับนั้นเป็นอย่างไร

          ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

-----------------------------------------

 

 

การพัฒนาการบันทึกข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยใน  โรงพยาบาลเขาวง

 

          จากการตรวจสอบเวชระเบียนผู้ป่วยใน UC  ของ สปสช.  เขต 11  (สกลนคร)  ปี  2551  พบว่า  เวชระเบียนผู้ป่วยในของ รพ.เขาวงซึ่งได้ทำการสุ่มไปตรวจสอบจำนวน  55 ฉบับ  พบว่า

-          ตรวจสอบไม่พบความผิดพลาด  15 ฉบับ (27.27%)

-          ตรวจสอบพบความผิดพลาดที่ไม่มีผลต่อการชดเชย  19 ฉบับ (34.55%)

-          ตรวจสอบพบความผิดพลาดที่มีผลต่อการเปลี่ยนกลุ่ม DRG และ ค่า Adj RW 21 ฉบับ (38.18%)

โดยมีค่าเฉลี่ยคุณภาพการบันทึกในภาพรวมร้อยละ  71.73%

ปัญหา/สาเหตุ

1.     การบันทึกข้อมูลในเวชระเบียนไม่สมบูรณ์ทุกส่วน

-          ส่วนของแพทย์เจ้าของไข้

-          พยาบาล

-          เจ้าหน้าที่ให้รหัสโรค

2.     บันทึกการวินิจฉัยโรคหลักไม่ถูกต้อง/ครบถ้วน

3.     การบันทึกไม่ชัดเจน  อ่านไม่ออก

4.     การให้รหัสการวินิจฉัยไม่ถูกต้อง  ให้รหัสเกิน

5.     มีเป้าหมายการพัฒนาให้ได้ผลงานในภาพรวมมากกว่า  85%

การแก้ไขปัญหา

1.     ให้ความรู้/เพิ่มประสบการณ์กับทีมตรวจสอบเวชระเบียน

2.     ประเมินการบันทึกข้อมูลเวชระเบียนทุก  3 เดือน

3.     สรุปวิเคราะห์ประเมินผล

4.     นำผลที่ได้ไปปรับปรุงการบันทึกต่อไป

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.     อัตราความสมบูรณ์ของเวชระเบียน  ³85%

2.     ได้รับการชดเชยค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น

3.     ใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อเตรียม  Re-Accredit

การสุ่มเวชระเบียนตามระเบียบวิธีการวิจัยและแบบเจาะจง

          เวชระเบียนที่

-          มีค่าใช้จ่ายสูง

-          ถึงแก่กรรมใน รพ.

-          ผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน

--------------------------------------------------

งานแพทย์แผนไทย

 

1. ปัญหา/ประเด็นที่อยากพัฒนา

ในอดีตการดูแลสุขภาพของประชาชนมีลักษณะเป็นแบบบูรณาการ  มีการพัฒนาตนเอง

หรืออาศัยคนในชุมชนเป็นหลัก   สมุนไพรและผักพื้นบ้านเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต  คือ  เป็นทั้งอาหารและยารักษาโรค  ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม  เศรษฐกิจ  และเทคโนโลยี  วิถีชีวิตของคนในชุมชนต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม  ทำให้ขาดความเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาดั้งเดิม  ขาดการถ่ายทอดแบบต่อเนื่องในชุมชน  ไม่มีการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ด้านพืชผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพร  ทำให้การดูแลรักษาสุขภาพไม่สามารถพึ่งพิงตนเองได้

 

2. สาเหตุ

- ขาดการสนับสนุนให้ใช้พืชผักพื้นบ้าน/สมุนไพรอย่างต่อเนื่อง

-  ความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์สมัยใหม่  ความสะดวกในการเข้าถึงบริการด้านการ

รักษาพยาบาล  ทำให้ประชาชนลืมพืชผักสมุนไพรที่อยู่ใกล้ตัวที่เป็นสิ่งที่ต้องพึ่งพิงตนเองเบื้องต้น

-  ไม่มีฐานข้อมูล/ไม่มีความรู้เรื่องพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้านในชุมชน

 

3. แนวทางแก้ไข

-  ส่งเสริม  ฟื้นฟู  สร้างความเข้าใจในการใช้และรู้จักคุณประโยชน์  อนุรักษ์พันธุ์  ร่วมคิด 

ร่วมทำแลกเปลี่ยน

 

4.  ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

- ประชาชนหมู่บ้านเป้าหมายเข้าใจ  มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร/พักพื้นบ้านและใช้

ประโยชน์/ตำราผักพื้นบ้าน  สมุนไพรในชุมชนหมู่บ้านเป้าหมาย  ประชาชนสามารถนำสมุนไพร/ผักพื้นบ้านมาใช้ในการดูแลสุขภาพ

- มีฐานข้อมูล/ความรู้สมุนไพร/ผักพื้นบ้าน

 

------------------------------------------------