วันนี้นับเป็นโอกาสดี ที่สาระจากเลกเชอร์ของ ครูแป๋มจะได้ฤกษ์นำมาลงบันทึกให้กับท่รานผู้อ่านหลายทานที่รออยู่ (เข้าข้างตัวเองค่ะ อิอิ..) ยังจำได้ไหมคะที่ครูแป๋มได้บอกเล่าถึงกระบวนการคิดของมนุษย์เรา ว่า มีรูปแบบใหญ่ๆ 2 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มคิดสร้างสรรค์ (Creatve thinking) กับ กลุ่มคิดวิจารณญาน (Critical thinking) ซึ่งครูแป๋มได้บอกเล่าแบบที่ 1 ไปแล้วในคราวก่อน วันนี้อย่างที่บอกค่ะ เป็นทีของกลุ่มคิดวิจารณญาน เสียที ขอเชิญทุกท่านร่วมทัศนาได้เลยค่ะ
การคิดวิจารณญาน เน้นความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดอย่างรอบคอบ มีเหตุผล เชื่อถือประกอบการตัดสินใจ นั่นคือ ไม่เน้นผลลัพธ์ แต่เน้นความเป็นเหตุเป็นผล เน้นคุณค่า ความควรไม่ควร เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจที่ดีที่สุดความคิดกลุ่มนี้ ได้แก่การคิดวิเคราะห์ การคิดเป็นเหตุเป็นผล การคิดเชิงตรรกะ การคิดไตร่ตรอง การคิดประเมินค่า
การคิดวิจารณญาน เป็นกระบวนการคิดที่ค่อนข้างซับซ้อน เกิดจากความคิดย่อยๆหลายประการมาประกอบกัน มีขั้นตอนกระบวนการคิด ดังนี้
1 ทำความเข้าใจประเด็นปัญหาให้ชัดเจน
2 เสาะหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาให้มากที่สุด และต้องเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้
3 วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวแปรที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยการคิดเชิงตรรกะและเป็นเหตุเป็นผล
4 ประเมินค่าของแต่ละองค์ประกอบในแต่ละสถานการณ์ เพ่อนำไปสู่การสรุปและตัดสินใจที่สมเหตุสมผล
เป็นอย่างไรคะ กับกระบวนการคิดของมนุษย์ทั้ง 2 แบบ หวังใจว่าเนื้อหาจาก เลกเชอร์ของครูแป๋มคงจะมีประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านบ้างนะคะ อุตส่าห์แวะมาอ่านทั้งที ยังไงก็แนะนำ ติชม หรือแสดงความคิดเห็นบ้างนะคะ รออยู่ค่ะ....
สวัสดีครับคุณครูแป๋มคนเก่ง
เป็นประโยชน์มากจริงๆครับ ดีเลย เดย์กำลังจะเอามานึกคิดปรับใช้กับงานที่รู้สึกอยู่
จะทำความเข้าใจ เสาะหาข้อมูล วิเคราะห์ และประเมินสิ่งที่จะตามมาอย่างรอบคอบครับ
ถามว่าเป็นอย่างไร...ขอตอบว่ารู้สึกดีและเป็นพระคุณมากๆครับสำหรับเดย์และทุกคน:)
แม้จะซับซ้อน แต่ก็เป็นเหตุผลที่เกี่ยวเนื่องกันดี เลกเชอร์ได้เข้าใจง่ายมากจ่ะ
ขอบคุณมากคร๊าบ
แวะมารับความรู้ค่ะ
(^___^)
ดีจังค่ะ คุณเดย์ แป๋มหายไปตั้งวันนึง...โอ้โฮเฮะ!
รู้สึกคิดถึงทุกคนมากๆเลยค่ะ..ไปพบ Advisor & Co-advisor มาค่ะ
ทุกท่านต่างเสริมแรงใจ "มวยรอง" คนนี้มากๆ กับอุปสรรคนานัปการ
มีบ่น (ปนห่วงใย) เล็กๆ. แต่ไปคราวนี้แป๋มว่าคุ้มค่ามากค่ะ...ได้พบคุณลุง คุณอา ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เรียนด้วยกัน หลังจากไม่เจอกันนานมากๆๆๆๆๆ (ในความคิดของแป๋ม) ทุกท่านยังเมตตาเอ็นดูแป๋มเหมือนเดิม ปลื้มค่ะปลื้ม......แล้วเราจะพบกันอีก....
วันนี้หายคิดถึงคุณเดย์มิตรแท้ไป 1 วันค่ะ
ขอบคุณนะคะ คุณคนไม่มีราก หวังว่าคงมีประโยชน์นะคะ ติชมได้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ พี่คิมอยู่ไหนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แป๋มกลับมาที่โรงเรียน (เดิม) เมื่อเช้านี้เองค่ะ
พี่คิมจะอยู่โคราชกี่วัน พี่คิมมาทำไม พี่คิมจะไปไหนต่อ...
พี่คิมยุ่งอยู่ไหม...พี่คิมมากับใคร.....ฯลฯ......
ทำไงดีอยากเจอพี่คิมจัง.....
ค่ะ คุณ ศรีกมล
แป๋มอยากเจอทั้งพี่ครูคิมและคุณศรีกมลด้วยเลยค่ะ (โลภมาก อิอิ..)
กริ๊ดดดดดดดด้วยค่ะ
เจอพี่ครูคิม..ครูแป๋มฝากจุฟ1ฟอด
อิอิ..สบายดีนะคะ
ขอ..การคิดวิจารณญาน
เพื่อ...กรอบของความคิด..อิอิ
แป๋มกำลังติว(เข้ม)เด็กม.5 อยู่ที่โรงเรียนที่แป๋มกำลังจะย้ายค่ะ
อยู่ต่างอำเภอ ไม่ได้อยู่อำเภอเมืองจ้า นี่ก็กลับมาบ้านพักครูตั้งแต่เมื่อวานค่ะ
กำลังติวภาษาอังกฤษให้เด็กม.5 "เด็กห้องท้าย" (กลุ่มจักรยานน้ำนี่แหละค่ะ)
จะติวทุกวันจนกระทั่ง 4 ทุ่มค่ะพี่ อืม...น่าจะเป็นหอประชุม "เปรม.."นะคะ
ที่โรงเรียนแป๋มก็ยังไม่ปิดซะด้วย ประชุมการทำหลักสูตรใหม่ ยังไงแป๋มจะขออนุญ่าต Boss ดูนะคะพี่ แบบหน้าที่ก็คือหน้าที่ อยากเจอพี่ก็อยากเจอง่ะ
คุณพิม...อารมณ์ดีจัง
การคิดทั้งสองแบบใช้การทำงานของสมองคนละซีกกันหรือเปล่าครับ...
แวะมาอ่านสาระดี ๆ ครับ...
ใช่เลยค่ะ คุณดิเรก
ดีจัง....ที่คุณมาเติมเต็ม....ให้กํบบันทึก....ของแป๋ม
เป็นการคิดโดยสมองทั้ง 2 ซีกนั่นเองค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ท่าน ศรีกมล คะ
แป๋มได้ตกลง....กับพี่ครูคิม...เรียบร้อย
แล้วว่า...เราจะเอายังไง....
ท่านทั้งสอง (พี่คิมและท่านศรีกมล)
เป็น ตัวแบบที่ดีให้กับครูน้อยอย่างแป๋ม
ได้ดีมากๆหนูมีกำลังใจสุดๆ หลังคุยกับพี่คิม
เรื่องราวของพี่ประทับใจหนูมาก
หนูแป๋มสัญญากับพี่แล้วนะคะ
หนูเป็นคนรักษาคำมั่นค่ะ....
เราได้พบกันแน่ๆเนอะพี่คิมเนอะ...อิอิ
พี่คิมใจดี.. น่ารัก.. กว่าที่...หนูเคยรู้....
เคยเห็น....แป๋มรักพี่คิมจ้า....
สวัสดีค่ะ พี่อาจารย์ขจิต
พี่คะแป๋มอยากอวดว่า....
เราเจอกัน (แป๋มกับพี่คิม)
ในรูปแบบของหนูกับพี่คิม..(อีกนั่นแหละ)
พี่คิมเล่าประสบการณ์...แป๋มร้องโอ้โฮๆ...
หนูอยากเป็นแบบพี่...ๆๆๆๆๆ....พี่หนูเก่งจังค่ะ
อยากพบพี่ชายแสนดี..พี่อาจารย์ขจิต..คนเก่ง...ทำไงน้อ...
สวัสดีครับ คุณครูแป๋ม
ตาม อ.ดร.ขจิต มาในฐานะศิษย์เก่านวลนรดิศ
ขออนุญาติแลกเปลี่ยนนะครับ
สำหรับตัวเอง ผมคิดว่ามักจะคิดใน 2 ลักษณะ
คือคิดด้วย "สมอง" (ใช้เหตุผลนำ)
กับคิดด้วย "ใจ" (ใช้อารมณ์ความรู้สึกนำ)
ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะถูกฝึกให้คิดด้วยสมองซะเยอะ
ตอนนี้กำลังเรียนรู้วิธีการคิดด้วยใจอยู่น่ะครับ
และผมคิดว่า ถ้าสามารถสร้างสมดุลระหว่าง
การคิดด้วยใจ กับ สมอง แล้ว ก็คงน่าจะดีมั๊งครับ
ไม่รู้เหมือนกันว่า จะมีนัยยะที่เกี่ยวข้องกับ
การคิดสร้างสรรค์ และ การคิดเชิงวิจารณญาณ ในบันทึกนี้หรือไม่ครับ