พอได้หัวข้อที่ต้องบรรยาย ก็สะอึกนิดหนึ่ง เพราะเราไม่ได้ทำ Peer assist แบบเครือข่าย

เมื่อสัปดาห์ก่อน พี่จุด มาคุยด้วย เพื่อให้ไปช่วยบรรยาย KM ในการประชุมครั้งที่ 3 (4 พค 49) ของเครือข่าย discharge planning ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง 3 รพ. (รพ.มอ. รพ.สงขลา และ รพ.ศูนย์หาดใหญ่)  วันนั้น ก็คุยกันถึงที่มาที่ไปของโครงการนี้ คร่าวๆ แล้วก็ตกลงจะช่วยพี่จุด แต่มีเงื่อนไขว่า จะไม่พูดคนเดียว จะทำเป็นทีม คือมี พี่เม่ย และคุณโอ๋ ด้วย พี่จุดก็ OK

หลังจากนั้นไม่กี่วัน พี่จุดก็ส่งโครงการในรายละเอียดมาให้ดู ชื่อโครงการ “สานสัมพันธ์เครือข่าย discharge planning” พร้อมทั้งกำหนดการในวันที่ 4 พ.ค. 49 โดยให้เวลาการบรรยาย KM ครึ่งเช้าเต็ม หัวข้อเกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แก่ Peer assist, AAR, Retrospect รวมทั้ง IT ส่วนภาคบ่ายเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลุ่มย่อยแยกตามหัวเรื่อง  พอได้หัวข้อที่ต้องบรรยาย ก็สะอึกนิดหนึ่ง เพราะเราไม่ได้ทำ Peer assist แบบเครือข่าย  ส่วน retrospect ยิ่งแล้วใหญ่ ยังไม่เคยได้ยินเลย  เมื่อวานก็เลยค้นเน็ตเร็วๆ หาว่า Peer assist เขาทำกันอย่างไร ได้ข้อเขียน “Peer assist: เรียนรู้ก่อนทำผ่านทีมช่วยคิดนอกกะลา” ของ สาโรจน์ เกษมสุขโชติกุล มา 1 เรื่อง

เพื่อให้การบรรยายมีประโยชน์ต่อการดำเนินงานของโครงการและตรงใจผู้เชิญผู้เชิญมากที่สุด  วันนี้จึงเชิญพี่จุดให้มาเล่ารายละเอียดโครงการ วิธีได้ทำไปแล้ว และที่กำลังจะทำ อีกครั้งหนึ่ง พร้อมให้พี่เม่ยมาร่วมวงสนทนาด้วย  

พี่จุดเล่าว่า เครือข่ายมีการพบปะกัน 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรก เป็นการพูดคุยของทีมนำ หารือว่า รพ.ใดมีเรื่องเด่นเรื่องอะไร (best practice) ที่จะเป็นเจ้าภาพนำเสนอให้รพ.อื่นเรียนรู้  การพบกันครั้งที่ 2 ก็เป็นการให้แต่ละแห่งมานำเสนอเรื่องเด่นที่ได้รับมอบหมาย และมีการแยกเข้ากลุ่มย่อย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (แบบ free style)  หลังจากนั้น ก็ให้แต่ละแห่งไปพัฒนาใน 2 หัวข้อที่ไม่ได้เป็นเจ้าภาพ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันในการพบปะครั้งที่ 3  ในระหว่างการกลับไปดำเนิน  พี่จุดบอกว่า พบอุปสรรคเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร เพื่อขอข้อมูล  รู้สึกกระบวนการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ยังไม่ราบรื่นเท่าที่ควร  จึงอยากให้ความรู้เชิงทฤษฎี KM ที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกเครือข่าย

หลังจากนั้น เราสองคน (ตนเองและพี่เม่ย) ก็ซักถามพี่จุดเพิ่มเติมในหลายๆ ประเด็น ทั้งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ทำมาทั้ง 2 ครั้ง และที่จะทำในครั้งต่อไป รวมทั้ง เป้าหมายของโครงการทั้งหมด (บอกพี่จุดว่า ขอถามมากหน่อย เพราะอยากให้ความเห็น (โดยไม่ได้รับการร้องขอ) เกี่ยวกับ process ของกลุ่มย่อย และการดำเนินโครงการทั้งหมดด้วย เพราะเห็นเป็นโครงการที่ดี น่าสนใจ อยากลุ้นให้ทำสำเร็จ)

หลังจากฟังคำตอบจากพี่จุดในประเด็นคำถามหลายๆ คำถาม  เราสองคน ก็ได้ให้ความเห็นและคำแนะนำเบื้องต้นหลายๆ ประเด็น และ...

ท้ายสุด เราทั้งสามก็ช่วยกันปรับแก้โครงการ และ เพิ่มเติมรายละเอียดในกิจกรรมกลุ่มในวันที่ 4 พค ร่วมกัน และวางแผนว่า นอกจากจะไปช่วยบรรยายในภาคเช้าแล้ว เราจะไปเป็นผู้สังเกตการณ์ในภาคบ่ายด้วย

ในขณะที่เราให้ความเห็นเรื่องหนึ่งคือ เราคิดว่า กระบวนการพบปะของเครือข่าย 2 ครั้งแรก ยังไม่ตรงกับวิธีการ Peer assist ตามทฤษฎีที่เราอ่านมาเสียทีเดียว  ดูเหมือนจะเป็นแค่ Best practice sharing มากกว่า  ส่วน Peer assist (เอาเอกสารมาอ่านกันตรงนั้น) เขาบอกว่า เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ก่อนทำกิจกรรม/โครงการ โดยเชิญทีมอื่นมาแบ่งปันประสบการณ์  โดยในการพูดคุยระหว่างทีมเจ้าบ้าน กับทีมเยือน (ทีมผู้ช่วย) แบ่งเวลาออกเป็น 4 ส่วน คือ

  • ส่วนแรก ทีมเจ้าบ้าน แบ่งปันข้อมูล บริบท ปัญหา และแผนงานต่างๆ ให้ทีมผู้ช่วยรับทราบ
  • ส่วนที่ 2 ทีมผู้ช่วยเหลือ ซักถามเพิ่มเติม
  • ส่วนที่ 3 ทีมผู้ช่วยเหลือนำเสนอมุมมองแนวคิด
  • ส่วนที่ 4 ทั้งสองทีมพูดคุย วิเคราะห์ไตร่ตรอง และตกลงขั้นตอนการปฏิบัติงาน/โครงการ

พอพูดถึงตรงนี้  เราสองคนก็ถึงบางอ้อ ว่า นี่ไง เรากำลังทำ Peer assist กันอยู่ หมายถึง ที่พี่จุดมาให้เราช่วย แล้ว เราให้พี่จุดเล่าเรื่องให้ฟัง  เราถามเพิ่มเติม แล้วให้ความเห็น  และสุดท้าย เราทั้งสามคน ก็ช่วยกันปรับแต่งโครงการร่วมกัน นี่ไง  Peer assist !!

เรียกว่า เราทั้งสามคน เรียนรู้ เทคนิค “Peer assist” โดยวิธี learning by doing แบบไม่รู้ตัว

เสร็จสิ้นจากการสนทนา เราทั้งสามคนก็จากกันด้วยรอยยิ้ม  ในส่วนตัวเองมีความสุขกับการสนทนาในวันนี้มาก ถึงแม้จะต้องรับศึกหนึกที่ต้องเตรียมไปบรรยายก็ตาม  แต่การสนทนาในวันนี้  ทำให้ตนเองเข้าใจแนวคิด Peer assist ได้ระดับหนึ่ง การบรรยายในวันที่ 4 พ.ค.ก็คงไม่ยากเกินไปแล้ว เพราะมีประสบการณ์จริงด้วย.. สดๆ ร้อนๆ