ขอบคุณ อ.ปารมี และพี่เม่ยมากที่ช่วยเหลือโดยไม่รีรอ เมื่อ 26 เม.ย.49 วัน KM ครั้งที่ 5 ของคณะ มีโอกาสได้นั่งคุยกับท่านคณบดี ได้เรียนท่านว่า หากคณะฯมีคุณอำนวยเช่น อ.ปารมี จะช่วยให้ KM ก้าวหน้าไปไกลกว่านี้เยอะ เพราะอ.ปารมีจะ เป็นผู้ให้คำแนะนำได้ดี และเมื่อพบว่าเราไม่เข้าใจจะช่วยเหลือและสอนให้ทำทันที จึงช่วยให้ตัวเองได้มีโอกาสพัฒนาเรื่องนี้ในอีกระดับหนึ่ง
โครงการสานสัมพันธ์เครือข่ายเริ่มแลกที่เกิด เพียงเพื่อได้แลกเปลี่ยนและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใน 3 รพ. โดย มอ. เริ่มคิดก่อน และนำเรื่องปรึกษา อ. สุเมธ ผอ.รพ.มอ พญ .เสาด๊ะ รพ.หาดใหญ่ นพ.เฉลิมพงศ์ รพ.สงขลา ทั้ง 3 ท่าน เห็นด้วย จึงได้มีการดำเนินงานขึ้น พร้อมได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าฝ่ายพยาบาล ทั้ง 3 โรงด้วย ทำใหม่ๆก็ไม่ทราบหรอกว่ากระบวนการดังกล่าวเป็น peer assist จนเมื่อมีโอกาสไปร่วมประชุม national forum ครั้งที่ 7 วันที่ 14-17 มี.ค.49 ของพรพ. ได้เข้าไปฟัง Peer Assist in DM Network โดย ดร.วัลลา คุณชนิกา ภก.เอนก และนพ.นิพัธ เกิดความคิดว่า โครงการของเราก็น่าจะเป็น Peer Assist ได้ จึงเริ่มหาความรู้จากตำรา และคิดว่าน่าจะทำความเข้าใจในเรื่องนี้กับทีมงานทั้ง 3 โรงด้วยกัน จึงเขียนโครงการนี้ขึ้นพร้อมติดต่อคุณราศรีเป็นวิทยากร แต่คุณราศรีเกิดมีปัญหาสุขภาพ จึงปรืกษาคุณเนาวนิตย์ ควรเชิญวิทยากรท่านใดในคณะแพทย์ ได้รับคำแนะนำให้เรียนเชิญ อ.ปารมี เพราะเป็นผู้ที่ทำเรื่องKM ด้วยตนเองอย่างจริงจัง ซึ่งตนเองร้อง อ้อ ทันที ทำไมเราจึงไม่ได้คิดถึงท่านนะ และเมื่อติดต่อ ท่านก็ได้ตอบรับ ให้คำแนะนำและช่วยเหลือทันที
วันนี้ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เพียงเพื่ออ่านและเขียน ใน blog ของแต่ละคน กว่าจะจิ้มพิมพ์ได้แต่ละตัวจนเสร็จก็ใช้เวลานานโข พอจะตีพิมพ์สายหลุด ไม่เป็นไร เข้า net ใหม่ เริ่มจิ้มดีดต่อ พอตีพิมพ์สายหลุดอีก ชักท้อแท้ เพราะใช้เวลากับเรื่องนี้นานเหลือเกิน แต่พอนึกถึง อ.ปารมี พี่เม่ย คุณโอ๋ และ อ.วิจารณ์ ทำให้คิดว่าท้อไม่ได้ ท่านเหล่านั้นคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจเราอย่างดี ทำให้เรามีโอกาสได้ความรู้ ต้องพยายามต่อ ขณะจะเข้า Net ใหม่ เกิดความคิดแว๊ปเข้ามา ทำไมเราไม่พิมพ์ใน
wordก่อนละ ถ้าสายหลุดอีกก็ไม่ต้องจิ้มดีดใหม่ ว่าแล้วก็ทดลองทำทันที และก็ได้ผล ไม่ต้องจิ้มใหม่อีกแล้ว เหมือนที่ อ.สุธรรม เคยพูดให้แง่คิดว่า “ ไม่ลองทำ ไม่รู้
“ ขอบคุณท่านทั้งหลายด้วยนะคะ