สำหรับวันนี้ผู้วิจัยจะขอตอบคำถามข้อ 3  ซึ่งทางทีมกลางได้ตั้งคำถามมา  เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาองค์กรการเงินชุมชนใน 3 ระดับ  คือ  ระดับเครือข่าย  ระดับกลุ่ม  และระดับสมาชิก    แต่ในวันนี้ขอตอบเฉพาะในส่วนของเครือข่ายก่อนก็แล้วกันนะคะ  แล้วจะทยอยตอบในระดับกลุ่ม  และระดับสมาชิกในวันต่อๆไปนะคะ 
            การจัดการความรู้ในระดับเครือข่ายของเครือข่ายองค์กรออมทรัพย์ชุมชนจังหวัดลำปาง  ทีมวิจัยดำเนินการมาตั้งแต่ต้น  แต่ก็ยอมรับว่าไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าที่ควร (ในสายตาของผู้วิจัย) การรวมตัวในระดับเครือข่ายของจังหวัดลำปางนั้นมีการรวมตัวกันจริง  มีการทำงานจริง  มีโครงสร้างคณะกรรมการที่ชัดเจน  มีกรรมการดูแลแต่ละส่วน แต่ก็ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า  ในปัจจุบัน  คณะกรรรมการที่มาทำงานให้กับเครือข่ายฯไม่ได้รับค่าตอบแทน  ทั้งๆที่เครือข่ายฯก็มีกองทุนสวัสดิการคนทำงาน  แต่เนื่องจากที่ผ่านมาเครือข่ายฯยังมีปัญหาในเรื่องระบบบัญชี  ทำให้ยอดเงินยังไม่นิ่ง  ดังนั้น  คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งประธานจึงยังไม่ (กล้า) ที่จะนำเงินในกองทุนนี้มาจ่ายให้เป็นสวัสดิการแก่คนทำงาน  คนทำงานของเครือข่ายฯจึงเป็นคนที่มีความเสียสละสูง  ผู้วิจัยเห็นด้วยกับ Comment ของทีมกลางที่ว่าเครือข่ายขาดคนทำงานและงบประมาณสนับสนุน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเครือข่ายฯลำปาง  ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชน  ภาพนี้ยิ่งชัดเจนมาก  แต่ก็อย่างที่ผู้วิจัยนบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าความจริงเครือข่ายฯก็คำนึงถึงจุดนี้  จึงได้ตั้งกองทุนสวัสดิการคนทำงานขึ้นมาทั้งในระดับกลุ่มและระดับเครือข่ายฯ  ซึ่งเป็นฐานคิดที่ดีมากๆ  แต่การที่จะทำให้กองทุนนี้ได้ทำงานเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการขาดคนทำงาน  เครือข่ายฯจะต้องจัดการบัญชีของเครือข่ายฯให้เรียบร้อยก่อน  ซึ่งในขณะนี้ผู้วิจัยก็เห็นว่าเครือข่ายฯกำลังดำเนินการอยู่  (แต่จะเสร็จเมื่อไหร่ไม่รู้ค่ะ) 
            อย่างไรก็ตาม  ในมุมมองของผู้วิจัยเห็นว่าปัญหาการขาดคนทำงานของเครือข่ายฯ  คงจะไม่ได้มีสาเหตุมาจากการที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว  แต่สาเหตุที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง  ก็คือ  การที่คณะกรรมการของแต่ละกองทุนขาดความรู้  ความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนที่ตนเองรับผิดชอบอยู่  จึงไม่ทำงาน  เพราะ  ไม่รู้ว่าจะทำอะไร  และทำอย่างไร  ทางแก้  ก็คือ  การให้ความรู้กับคณะกรรมการ  ตรงส่วนนี้ผู้วิจัยคิดว่ากรรมการบริหารของเครือข่ายฯรับทราบมาตลอด  แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร  (พูดง่ายๆ  คือ  มีแต่ความคิด  แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ)
            ผู้วิจัยขอเพิ่มเติมอีกข้อหนึ่งนะคะในส่วนของคนทำงาน  ผู้วิจัยเห็นว่าโครงสร้างของเครือข่ายฯนั้นมีคณะกรรมการมากจนเกินไป  ส่งผลให้หาคนที่จะเสียสละมาทำงานได้ยาก  แม้ชื่อที่ปรากฏในโครงสร้างจะครบทุกตำแหน่ง  แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนที่มาทำงานมีเพียงไม่กี่คน  ในส่วนนี้ผู้วิจัยเห็นว่ามันเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักค่ะ  เพราะ  อย่าลืมว่าคณะกรรมการของเครือข่ายฯก็มาจากคณะกรรมการของกลุ่มต่างๆ  ดังนั้น  คนที่เป็นคณะกรรมการเครือข่ายฯก็ต้องเป็นคณะกรรมการกลุ่มด้วย  ในเรื่องนี้ผู้วิจัยเคยเสนอความเห็นนี้ไปแล้ว  (ความจริงความคิดนี้ไม่ได้เป็นของผู้วิจัยคนเดียวหรอกค่ะ  คณะกรรมการบางส่วนก็คิดอย่างนี้) แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองอะไร  ด้วยความที่ผู้วิจัยเป็นคนนอกก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปเหมือนกันค่ะ
            หากพูดถึงหน่วยงานสนับสนุนในการที่จะสนับสนุนงบประมาณ  ผู้วิจัยสามารถตอบได้ในตอนนี้เลยว่าหากเป็นในระดับเครือข่ายฯ  หากจะหวังจากหน่วยงานสนับสนุนระดับจังหวัดคงจะยากมากถึงมากที่สุด  ช่องทางที่จะได้งบประมาณสนับสนุนในตอนนี้คงจะเป็นหน่วยงานในระดับชาติมากกว่า  ซึ่งตรงนี้เครือข่ายฯอาจได้เปรียบในแง่ที่ว่าประธานฯเป็นผู้กว้างขวาง  ทำงานในระดับนโยบาย  แต่ก็คงจะได้เฉพาะกับหน่วยงานที่ประธานฯทำงานร่วมอยู่
            เมื่อพูดถึงตรงนี้  ผู้วิจัยขอตั้งข้อสังเกตด้วยความเป็นห่วงจริงๆว่า  ระบบข้อมูลข่าวสาร  การเผยแพร่ความรู้  ข้อมูล ข่าวสารของประเทศไทยยังคงมีจุดอ่อนอยู่มาก  กลุ่มหรือองค์กรที่จะได้รับประโยชน์ (ในความรู้สึกของผู้วิจัย) จะเป็นกลุ่มที่มีผู้นำที่เชื่อมอยู่กับหน่วยงานเหล่านี้อยู่แล้ว  ทำให้ผู้วิจัยเกิดความรู้สึกเห็นใจกลุ่ม/องค์กรที่ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง  แต่ไม่มีเครือข่ายฯ  ไม่ได้รับข้อมูล  ข่าวสาร  ทำให้เข้าถึงแหล่งทรัพยากรได้ยาก
            สำหรับหน่วยงานอื่นๆ  โดยเฉพาะหน่วยงานทางธุรกิจ  เช่น  ธกส.  ธนาคารออมสิน  เป็นต้น  ยังคงเป็นความคิด (ภาคสวรรค์) อยู่  ถ้าหากจะเชื่อมต่อกับหน่วยงานเหล่านี้คงจะเป็นการนำเงินมาใช้ในส่วนของการหนุนเสริมธุรกิจชุมชนมากกว่าค่ะ
            ไม่รู้ว่าแสดงความคิดเห็นและตอบตรงคำถามหรือเปล่า?  ถ้าต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ก็ถามกลับมาได้นะคะ