เตรียมความพร้อม IQA 51

         เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. ดิฉันได้รับหนังสือจาก สกอ. ในการเชิญตัวแทนแต่ละ ม. เข้าร่วมประชุมสัมมนาเรื่อง “การเตรียมความพร้อมเพื่อการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ประจำปี 2551 ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา”  โดยในหนังสือได้เชิญผู้แทนที่รับผิดชอบ QA จำนวน 2 คน และ Assessor จำนวน 3 คน รวม ม. ละ 5 คน เข้าร่วมประชุม  ด้วยเวลาที่ค่อนข้างกระชั้นดิฉันจึงรีบประสานกับท่านอาจารย์ที่เป็นผู้บริหาร / ผู้ประเมินจากแต่ละคณะในการเป็นตัวแทนของ ม. เข้าร่วมประชุมดังกล่าว  เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญในการเตรียมความพร้อม IQA51 ที่ปาเข้าไปหลายเดือนแล้วนี้  ซึ่งสรุปแล้ว QAU ก็ได้รับความกรุณาจากท่านอาจารย์ที่ว่างและสามารถเข้าร่วมประชุมได้ทั้งสิ้น 4 ท่าน คือ 
1. อ.ปรียานันท์   แสนโภชน์    คณะวิทยาศาสตร์
2. อ.วัฒนา        พัดเกตุ        คณะมนุษยศาสตร์
3. อ.ศุภวิทู        สุขเพ็ง         คณะสหเวชศาสตร์
4. อ.นิรมล         รังสยาธร     พะเยา

         เช้าวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. การประชุมจัดขึ้นที่โรงแรมเรดิสัน ในช่วงเช้าดิฉันเดินทางไปถึงที่ประชุมราวๆ 9 โมงเช้าและรีบหาที่นั่งที่ค่อนข้างเบียดเสียดเนื่องจากมีผู้เข้าร่วมค่อนข้างมาก (ช่วงออกมารับเบรคดิฉันได้เห็นว่ามีการเสริมเก้าอี้เพื่อนั่งฟังบรรยายอยู่ด้านนอกจากจอมอนิเตอร์เนื่องจากที่นั่งในห้องประชุมไม่เพียงพอ)  

         TIP (รึเปล่า) :  การเดินทาง  ขาไป - โดย Taxi เพราะช่วงเช้าจะต้องเร่งทำเวลามาก : ลงทางด่วนพระรามเก้า Taxi เลี้ยวเข้าทางเข้าโรงแรมได้เลยค่ะ  ส่วนขากลับ - สามารถเดินทางด้วยรถของโรงแรมที่จะไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน  แล้วสามารถไปต่อสถานีต่างๆ ได้  ซึ่งเที่ยวบินพิษณุโลกค่อนข้างดึกดิฉันพบที่รอแห่งใหม่  คือ สำนักงานการบินไทย  ที่อยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว  มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่ง  มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้  มีบริการ check in ออก boarding pass ให้ และมีรถไปส่งที่สนามบินดอนเมืองโดยออกเป็นรอบ  โดยรถรอบที่ดิฉันนั่งไปเป็นรอบ 18.45 น.)  แต่น่าเสียดายว่าผู้ที่สนใจสถานที่แห่งนี้อาจจะไม่ได้ไปใช้เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 52 การบินไทยในประเทศจะย้ายไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ (อีกแล้ว) แต่เมื่อเช้าได้ดูข่าวว่ามีสหภาพฯ อะไรซักแห่งที่ยื่นหนังสือประท้วงขอให้ใช้สนามบินดอนเมืองต่อไป  ซึ่งโดยส่วนตัวดิฉันก็แอบเชียร์ให้การใช้สนามบินดอนเมืองต่อไปเพราะอย่างน้อยการเดินทางไปประชุมต่างๆ ของคนที่มีเหตุจำเป็นแบบไปเช้าเย็นกลับจะได้ยังทำได้ต่อไป

         ในช่วงเช้า  ท่านอาจารย์กิตติชัย วัฒนานิกร  และท่านอาจารย์ศรีสมรัก อินทุจันทร์ยง  เปิดเวทีด้วยการแจ้งให้ผู้เข้าร่วมทราบว่า IQA ปีการศึกษา 51 นี้  ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินของ สกอ. ขอให้แต่ละ ม. ใช้คู่มือเดิมที่แจกไปในปี 50 ในการประเมินต่อไป   มีเพียงในรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยแบ่งออกเป็น  3 ส่วนใหญ่ๆ  คือ

         1.  การปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ
เช่น  การนับจำนวนการวิจัยที่ถูกอ้างอิงให้เปลี่ยนการนับเป็นการใช้ปีปฏิทิน
สัดส่วนอาจารย์ เกณฑ์ที่ สกอ. กำหนดไม่ตรงกับเกณฑ์วิชาชีพ ให้แต่ละ ม. เลือกใช้
เรื่องเงินวิจัยที่เดิมให้ใช้เงินวิจัยที่เบิกจ่ายในกรอบปี  ซึ่งแต่ละ ม. มีความแตกต่างกัน  ดังนั้นในปีนี้จึงขอให้นับตามสัญญารับทุน เช่น ทำสัญญารับทุน 50,000  บาท ก็ให้นับเป็น 50,000 บาท ตามสัญญา

         2.  การปรับปรุงคำอธิบาย
เช่น  คำว่า อย่างสม่ำเสมอ   ต่อเนื่อง  และ (คำว่าและ  ตรงไหนแปลว่าและ  ตรงไหนแปลว่าหรือ)  โดยแจ้งให้ทราบว่าถ้าในเอกสารไม่ได้อธิบายตรงไหนให้แปลความว่า และ จริงๆ 

         3.  แก้ไขจากความไม่ถูกต้องตามหลักการ 
เช่น  เรื่องสัดส่วนนักศึกษาต่อ อ.ระดับสถาบัน

         สรุปว่า  คำถามยอดฮิตที่ QAU เจอจาก QA Staff อยู่เกือบทุกวันในช่วงนี้ที่ว่า  เกณฑ์การประเมินเปลี่ยนมั้ย  เปลี่ยนตรงไหนมั่ง  ตอนนี้จึงสามารถตอบได้เต็มปากแล้วว่า  ใช้เกณฑ์เดิมของปีที่แล้ว  ดังนั้นสิ่งที่เราทำไว้ คือ ผลการดำเนินงานรอบ 7 เดือน  จึงสามารถทำต่อไปได้  ส่วนในปีการศึกษาหน้าเกณฑ์การประเมินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

         สำหรับการบรรยายในหัวข้อการทำความเข้าใจตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินในทุกองค์ประกอบโดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ
ช่วงที่  1 องค์ประกอบที่ 1, 4, 5, 8 และ 9  ยังเป็นวิทยากร 2 ท่านเดิม
ช่วงที่  2 องค์ประกอบที่ 2, 3, 6, 7 เป็น อาจารย์หมอวุฒิชัย ธนาพงศธร และ อาจารย์ประเสริฐ อัครประถมพงศ์  (ซึ่งเริ่มต้นในช่วงนี้ท่านวิทยากรแจ้งว่ามีเวลาค่อนข้างจำกัด)  ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วยมากเพราะนอกจากเวลาที่จำกัดแล้ว  ที่นั่ง  ห้องประชุม  จำกัดค่อนข้างมากสำหรับตัวแทนจากทุกสถาบันที่ สกอ. เชิญมาเข้าร่วมรวมกัน (ตอนนั่งประชุมอยู่ยังแอบคิดว่าออกซิเจนในการหายใจระหว่างที่ประชุม  แต่ละคนจะต้องใช้อย่างจำกัดมั้ยเนี่ย  เพราะนั่งติดกันแทบขยับไม่ได้)  

         ก่อนเที่ยง  มีการบรรยายในหัวข้อการจัดทำ SAR ผ่านระบบ CHE QA Online โดยท่านอาจารย์สมบูรณ์วัลย์  สัตยารักษ์วิทย์  ซึ่งท่านอาจารย์ได้แจ้งให้ทราบว่าในปีที่ผ่านมามี 106 สถาบัน จาก 147 สถาบันที่ส่งรายงานการประเมินตนเองมาที่ สกอ. แล้ว และมี 55 สถาบันจากทั้งหมดที่ใช้ระบบฐานข้อมูลฯ  โดยท่านได้เปิดระบบผ่าน internet โดยมีน้องบอม เจ้าหน้าที่ สกอ. เป็นผู้ช่วยในการเปิด โดยเปิดม. ของท่านให้ดูในฐานะผู้ใช้ระบบ  โดยเปิดและอธิบายอย่างคร่าวๆ เป็นส่วนๆ แต่เนื่องจากท่านอาจารย์ไม่ได้ใช้ระบบเองและการใช้ยังไม่ครบในทุกขั้นตอน เช่น ยังไม่มีการลิงค์ข้อมูล / หลักฐาน  จึงอาจทำให้เห็นระบบไม่ชัดเจนนัก 

         ในช่วงซักถาม  มีผู้สนใจซักถามคำถามค่อนข้างหลากหลาย  ส่วนในเรื่องฐานข้อมูล CHE QA Online ทาง สกอ. ได้แจ้งให้ทราบว่าจะเปิดระบบให้ได้ใช้ในเดือน พ.ค. 52 เพราะคิดว่าคงยังไม่มี ม. ไหนประเมินภายใน  ในช่วงนี้  ซึ่งจริงๆ แล้วดิฉันกลับเห็นว่า  ขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนที่จะถึงการประเมินจริงๆ สำคัญมากโดยเฉพาะหาก ม. ที่ต้องการประเมินผ่านระบบฐานข้อมูล  ดังนั้นหาก สกอ. จะรีบเปิดระบบให้ ม. ได้ใช้เร็วเท่าไหร่  ก็เป็นประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น 

         หลังจากเลิกประชุมระหว่างที่ดิฉันรอรถโรงแรมไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน  ได้พบกับท่านอาจารย์เทวินทร์  จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ   มีโอกาสได้พูดคุยกับท่านเรื่องต่างๆ และท่านได้ถามถึงเพื่อนที่ท่านไม่ได้เจอมานานและบอกว่าเสียดายที่จะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าที่ท่านคิดถึงและปกติจะได้พบอยู่เรื่อยๆ ตามงานประชุมประเภทนี้

         สำหรับรายละเอียดในแต่ละตัวบ่งชี้ดิฉันได้ขอความกรุณาท่านอาจารย์ที่เข้าร่วมประชุมที่ สกอ. ด้วยกัน  มาช่วยกันพูดคุยทำความเข้าใจให้กับรองคณบดีที่ดูแล QA และ QA Staff จากทุกคณะวิชา / สำนักวิชา ร่วมกันในวันพุธที่ 11 มีค. นี้พร้อมๆ กัน  ตามกำหนดการด้านล่างค่ะ

(ในส่วนของพะเยา  จากการพูดคุยกับผู้บริหารของ มน. การเก็บรวบรวมข้อมูลและการประเมินจะนับเป็นอีก 1 วิทยาเขตแยก  แต่การจัดกิจกรรมสนับสนุน QAU จะพยายามทำร่วมกัน)

กำหนดการประชุมเตรียมความพร้อมการประเมินคุณภาพภายใน
ประจำปีการศึกษา 2551 (ครั้งที่ 2/2552)
วันพุธที่ 11 มีนาคม 2552 เวลา 13.30 น. -  16.30 น.
ณ ห้องนเรศวร 4 อาคารสำนักงานอธิการบดี

***************************************************

วันพุธที่ 11 มีนาคม 2552

13.00 – 13.30 น. ลงทะเบียน
13.30 – 14.00 น. ............................................................................
                         ศ. พิเศษ  ดร.กาญจนา  เงารังษี  รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
14.00 – 15.00 น. ทำความเข้าใจตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินองค์ประกอบที่ 1, 4, 5, 8 และ 9  โดย
                         รศ.ดร.วัฒนา   พัดเกตุ  คณะมนุษยศาสตร์  และ
                         อาจารย์ศุภวิทู  สุขเพ็ง คณะสหเวชศาสตร์
15.00 – 16.00 น. ทำความเข้าใจตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินองค์ประกอบที่ 2, 3, 6 และ 7  โดย
                         รศ.ปรียานันท์ แสนโภชน์  คณะวิทยาศาสตร์  และ
                         ดร.นิรมล  รังสยาธร    พะเยา
16.00 – 16.30 น. แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและปิดการประชุม

เอกสารประกอบการประชุม  ประกอบด้วย
เอกสารหมายเลข  1  :     นิยามศัพท์ (เพิ่มเติม / ปรับปรุงจากคู่มือการประกันคุณภาพฯ พ.ศ.2551)
เอกสารหมายเลข  2  :     คำชี้แจงทั่วไป
เอกสารหมายเลข  3  :     คำอธิบายเพิ่มเติมตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมิน 
เอกสารหมายเลข  4  :     ตัวบ่งชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา (องค์ประกอบที่ 1, 4, 5, 8 และ 9) 
เอกสารหมายเลข  5  :    ตัวบ่งชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา (องค์ประกอบที่ 2, 3, 6 และ 7)

        นึกไม่ออกว่าวันพุธนี้  พรุ่งนี้  หรือวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร  รู้แต่ว่าตอนนี้เดียวดายไร้แรงพิลึก  ได้แต่อาศัยบุญเก่าที่มีคนเคยสร้างเอาไว้ด้วยน้ำพักน้ำแรง  แล้วอนาคตพอหมดบุญเก่าต่อไปจะทำไงต่อไปดีน้า  สงสัยว่าการช่วยกันสร้างขึ้นใหม่แบบเมื่อ 8 ปีที่แล้ว  เทียบกับการอยู่เพื่อ "รักษา" ให้คงอยู่ไว้  อันไหนจะยากง่ายกว่ากัน  แต่ที่แน่ๆ รู้ว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ... บางทีก็อดนึกถึงคนที่มีทางเลือก  แล้วเลือกที่จะเดินไปในอีกเส้นทางหนึ่งว่า  ถ้าเค้ามองในมุมนี้ล้วนๆ เค้าจะรู้สึก "เบา" กว่านี้มั้ย  เทียบกับคนที่ไม่มีทางไหนๆ ให้เลือกเลย  ทำไมช่างรู้สึก "หนัก" เหลือเกิน ... หรือว่าไม่ว่าจะทางไหนก็  "ไม่ต่างกัน"


บทเรียน - BOYdPOD

เนื้อเพลง: บทเรียน
อัลบั้ม: Bittersweet  บอย ป๊อด

เมื่อความคาดหวังของเรานั้นพังทลาย
เมื่อความเสียใจเกิดจากการพบความจริง
ทั้งที่เราได้ทุ่มเททำจนหมดทุกสิ่ง
เมื่อใจที่ครั้งนึงนั้นเคยยังมีแรง
กลับดูเหือดแห้งจนไม่เหลืออะไร
เมื่อฟางเส้นสุดท้ายกำลังจะขาดหายไป
ในเวลานั้นเรากำลังจะได้พบ
บทเรียนสำคัญแค่ไหน รู้ไหม
บทเรียนนี้ไม่มีสอน
ต้องผ่านพ้นความทุกข์ร้อน เท่านั้นถึงเข้าใจได้
จะต้องเสียใจกี่ครั้งแต่ก็คุ้มเมื่อแลกกัน
เพราะว่าหาเรียนไม่ได้จากที่ไหน
บทเรียนที่ทำให้ใจของเรารับรู้
ว่าไม่มีอะไรคงอยู่เสมอไป
เป็นบทเรียนชีวตที่แสนจะยิ่งใหญ่
เมื่อใจของเรานั้นยอมรับมัน

ความพยายามนั้นกลายเป็นสิ่งที่ผิด
เมื่อความตั้งใจไม่มีค่าอะไร
เหมือนทางที่เคยเดินมาตลอด คือทางที่เลือกพลาดไป
ในช่วงเวลานั้นเรากำลังจะได้พบ
บทเรียนสำคัญแค่ไหน รู้ไหม
บทเรียนนี้ไม่มีสอน
ต้องผ่านพ้นความทุกข์ร้อน เท่านั้นถึงเข้าใจได้
จะต้องเสียใจกี่ครั้งแต่ก็คุ้มเมื่อเทียบกัน
เพราะว่าหาเรียนไม่ได้จากที่ไหน
บทเรียนที่ทำให้ใจของเรารับรู้
ว่าไม่มีอะไรคงอยู่เสมอไป
เป็นบทเรียนชีวิตที่แสนจะยิ่งใหญ่
เมื่อใจของเรานั้นยอมรับมัน
บทเรียนที่ทำให้ใจของเรารับรู้
ว่าไม่มีอะไรคงอยู่เสมอไป
เป็นบทเรียนชีวิตที่แสนจะยิ่งใหญ่
เมื่อใจของเรานั้นยอมรับมัน
ความผิดหวังจึงจะเปลี่ยนเป็นพลังได้
เมื่อใจของเรานั้นยอมรับมัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน NUQA Staff .. JR



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 
  1. ทุกเรื่องที่ผ่านมา มีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน หากใจเราไม่มั่นคงแล้ว ระหว่างทางเดินไปข้างหน้า เรามักระแวงสิ่งที่อยู่ข้างๆ
  2. บางครั้ง การทำงานเราก็ต้องการเพื่อนที่รู้ใจร่วมเดินทางไปด้วยกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่หากบางครั้งเราไม่มีเพื่อน เราก็ต้องสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของชนหมู่มาก ครับ
  3. มาให้กำลังใจ และ  [TIP (รึเปล่า) :  การเดินทาง]   น่าจะเป็น Trip=การเดินทางที่ยาวนาน
  • ขอบพระคุณท่านอาจารย์ beeman สำหรับกำลังใจที่ส่งมาค่ะ
  • การสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง >>> พอต้องทำจริงๆ ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ง่ายเลยนะคะ
  • บางทีรู้สึกว่าตัวเองพูด แนะนำ ให้กำลังใจคนอื่นได้ (บ้าง)  แต่พอมาเจอกับตัวเองจริงๆ แสนสาหัสค่ะ  หรือจะเรียกว่า "ทฤษฏีเกือบเต็มร้อย  แต่พอปฏิบัติตกม้าตาย"  ก็ได้ค่ะ
  • [TIP (รึเปล่า) :  การเดินทาง]  TIP จริงๆ แล้วต้องการสื่อว่าเป็นเคล็ดลับในการเดินทางทำนองนี้ค่ะ  แต่ที่มีวงเล็บคำว่า "(รึเปล่า)" เนี่ยเพราะไม่แน่ใจว่าจะมีคนที่ทราบอยู่แล้วมาอ่าน  แล้วไม่คิดว่าเป็นเคล็ดลับ  แล้วจะกลายเป็นสอนจระเข้ว่ายน้ำน่ะค่ะอาจารย์
เขียนเมื่อ 
  • เชื่อมั่นว่าต้องผ่านไปได้ เป็นกำลังใจให้นะคะ
  • ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอค่ะ